บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
20.90
0.10 (0.48%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจาก ยอดขายเพิ่มขึ้น 35.9% จากการเติบโตขึ้นจากความต้องการของลูกค้าในตลาดยุโรป อเมริกา และเอเชียที่มีเพิ่มมากขึ้น โดยการขายต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 269.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.8 ส่วนตลาดในประเทศฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์การระบาดของโค วิด19 ผ่อนคลายลง
โดยมีการเติบโตของยอดขายในประเทศ 23.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.7 โดยผลิตภัณฑ์ที่ เติบโตได้ดีมาจากทั้งกลุ่มถุงและกลุ่มหลอดดูดเครื่องดื่ม
ราคาตลาดของเม็ดพลาสติก 1Q/64 ราคาต่ำกว่า 1Q/65 จึงทําให้กําไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามบริษัทได้ติดตามความเคลื่อนไหวของราคา เม็ดพลาสติกอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับราคาขายและรักษาระดับกําไรบริษัทมีแผนพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดต้นทุนอย่างยั่งยืน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6252 out_tok=2490 at=2026-07-26T09:03:36 -->
# THIP กำไรสุทธิ Q3/2565 โต 8.0% รับรายได้บริการตรวจวิเคราะห์หนุน
## รายได้บริการรวมพุ่ง 24.1% หลังคลายล็อกดาวน์ ขณะที่กำไรขั้นต้นเผชิญแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบ
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ THIP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 4.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมจากการบริการเติบโตถึง 24.1% เป็นผลมาจากการผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การใช้บริการต่างๆ กลับมาเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นกลับปรับลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ THIP ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการบริการ โดยเฉพาะบริการตรวจวิเคราะห์ที่เติบโตถึง 22.7% (YoY)** ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมยังคงเติบโตได้ 8.0% (YoY) แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (%GPM) จะปรับลดลงจาก 42.4% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 41.2% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้บริการตรวจวิเคราะห์มาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การกลับมาใช้บริการตามปกติของกลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เคยถูกจำกัดในช่วงโควิด-19, การเพิ่มขึ้นของงานโครงการจากผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ และโครงการตรวจวิเคราะห์จากหน่วยงานรัฐ นอกจากนี้ บริการสอบเทียบยังเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 60.7% (YoY) ในไตรมาส 3 จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้ความต้องการบริการสอบเทียบ ณ สถานประกอบการเพิ่มขึ้น รวมถึงงานโครงการจากโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงในไตรมาส 3 เป็นผลมาจากต้นทุนน้ำยา เวชภัณฑ์ และวัสดุสิ้นเปลืองที่ปรับราคาสูงขึ้น รวมถึงการลงทุนในเครื่องมือวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้บริการตรวจวิเคราะห์และสอบเทียบจะเติบโตได้ดีจากการคลายล็อกดาวน์และงานโครงการ แต่การที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้นและมีการลงทุนในเครื่องมือใหม่ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้น การฟื้นตัวของรายได้บริการตรวจสอบและรับรองระบบยังคงขึ้นอยู่กับการเปิดประมูลงานโครงการของรัฐที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 เติบโต 8.0% YoY** อยู่ที่ 4.67 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2565 พุ่ง 24.1% YoY** แตะ 71.24 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของบริการตรวจวิเคราะห์และสอบเทียบ
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2565 ลดลง** จาก 42.4% เป็น 41.2% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการลงทุน
* **รายได้ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 13.5% YoY** อยู่ที่ 202.61 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 13.9% YoY** อยู่ที่ 17.38 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้น Q3/2565 เพิ่มขึ้น 8.9%** จากสิ้นปี 2564 เป็น 487.97 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการค้าและสัญญา
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการบริการ 202.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของบริการตรวจวิเคราะห์ (เพิ่มขึ้น 17.8%) และบริการสอบเทียบ (เพิ่มขึ้น 32.3%) ขณะที่บริการตรวจสอบและรับรองระบบลดลง 37.0% กำไรขั้นต้นสำหรับงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้น 14.1% มาอยู่ที่ 86.48 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (%GPM) ขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 42.5% เป็น 42.7% กำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้น 13.9% เป็น 17.38 ล้านบาท และสัดส่วนกำไรเบ็ดเสร็จรวมต่อรายได้รวม (%Net Profit Margin) เพิ่มขึ้นจาก 7.8% เป็น 8.6%
ในส่วนของไตรมาส 3 ปี 2565 รายได้รวมจากการบริการอยู่ที่ 71.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีการเติบโตในทุกกลุ่มรายได้ ซึ่งเป็นผลจากการผ่อนคลายสถานการณ์ COVID-19 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (%GPM) ในไตรมาส 3 ลดลงจาก 42.4% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 41.2% เนื่องจากต้นทุนน้ำยา เวชภัณฑ์ และวัสดุสิ้นเปลืองที่ปรับราคาสูงขึ้น รวมถึงการลงทุนในเครื่องมือวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ส่งผลให้กำไรเบ็ดเสร็จรวมสำหรับงวด 3 เดือน ลดลงจาก 7.4% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 6.5%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19:** ทำให้การใช้บริการต่างๆ กลับมาเป็นปกติ โดยเฉพาะบริการตรวจวิเคราะห์และสอบเทียบ
* **งานโครงการใหม่:** การได้รับงานโครงการตรวจวิเคราะห์จากหน่วยงานรัฐและผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ รวมถึงโครงการสอบเทียบจากโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ เป็นปัจจัยหนุนรายได้
* **การลงทุนในเครื่องมือวิทยาศาสตร์:** เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการและรองรับงานที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน:** การปรับขึ้นของราคาน้ำยา เวชภัณฑ์ และวัสดุสิ้นเปลือง ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่สูงอาจกดดันราคาให้บริการ
* **ความไม่แน่นอนของโครงการภาครัฐ:** การลดลงของการเปิดประมูลงานโครงการของรัฐส่งผลกระทบต่อรายได้จากบริการตรวจสอบและรับรองระบบ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป
* การกลับมาของงานโครงการภาครัฐ โดยเฉพาะในส่วนบริการตรวจสอบและรับรองระบบ
* ผลตอบรับจากการลงทุนในเครื่องมือวิทยาศาสตร์ใหม่ และการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มบริการสอบเทียบ
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในฐานะผู้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ สอบเทียบ และตรวจสอบรับรองระบบ THIP ได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ซึ่งส่งผลให้ **Utilization** ของบริการตรวจวิเคราะห์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากกลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ที่กลับมาใช้บริการได้ตามปกติ การมี **Order Book** ที่แข็งแกร่งจากโครงการใหม่ๆ ของผู้ผลิตอาหารและหน่วยงานรัฐ ช่วยหนุนรายได้ในส่วนบริการตรวจวิเคราะห์
อย่างไรก็ตาม **ราคาวัตถุดิบ** เช่น น้ำยา เวชภัณฑ์ และวัสดุสิ้นเปลืองที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อ **GPM** ในไตรมาส 3 โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าภาพรวม 9 เดือน GPM จะยังคงทรงตัวได้จากการบริหารจัดการต้นทุนและสัดส่วนรายได้ที่เปลี่ยนไป
ในส่วนของ **การส่งออก** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้บริการสอบเทียบจากการให้บริการ ณ สถานประกอบการ อาจสะท้อนถึงการกลับมาดำเนินธุรกิจปกติของภาคอุตสาหกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการส่งออก
**ค่าเงิน** ไม่ได้ถูกกล่าวถึงในเอกสารว่าเป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ
**สินค้าคงคลัง** มีการเพิ่มขึ้น 51.4% จาก 7.57 ล้านบาท เป็น 11.46 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้และอาจเป็นการสำรองวัตถุดิบเพื่อรองรับต้นทุนที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 487.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 23.6% เป็น 77.37 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6.5% เป็น 410.61 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินมัดจำและการจัดซื้อเครื่องมือวิทยาศาสตร์
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 15.9% เป็น 37.46 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 31.4% จากการเบิกใช้ตั๋วเงินและสัญญาเช่าที่ถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6.0% จากหนี้ตามสัญญาเช่าที่ถึงกำหนดชำระหลัง 1 ปี
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 1.1% เป็น 2.38 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 9 เดือน หักด้วยเงินปันผลจ่าย
## สรุปท้าย
THIP ในไตรมาส 3 ปี 2565 สามารถพลิกฟื้นรายได้จากการบริการให้เติบโตได้อย่างน่าพอใจจากการคลายล็อกดาวน์และงานโครงการใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป ขณะที่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและการลงทุนในเครื่องมือใหม่จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THIP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,165.77
ล้านบาท
↓ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
200.03
ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.16
%
กำไรสุทธิ
40.72
ล้านบาท
↓ 52.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.49
%
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,166
↓ -4.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
200
↓ -19.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↓ -52.2%
YoY
D/E Ratio
0.55
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THIP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
7.42
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
31.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THIP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-526
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+351
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THIP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-526.05
+1,994.98%
|
-25.11
-89.49%
|
-238.81
-205.54%
|
226.27
+243.09%
|
65.95
-83.54%
|
400.74
+51.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
351.34
-347.06%
|
-142.21
-129.50%
|
482.01
+38.80%
|
347.28
-159.12%
|
-587.40
-1,559.38%
|
40.25
-140.61%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
22.19
-85.52%
|
153.25
-2.30%
|
156.85
+79.77%
|
87.25
+0.01%
|
87.24
-156.45%
|
-154.55
+50.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-287.57
+167.73%
|
-107.41
-128.90%
|
371.65
-11.20%
|
418.52
-31,567.67%
|
-1.33
-100.37%
|
361.64
+132.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
650.42
-32.63%
|
965.43
+242.21%
|
282.12
+17.53%
|
240.05
-65.54%
|
696.57
+107.97%
|
334.93
+87.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
973.09
+49.61%
|
650.42
-32.63%
|
965.43
+242.21%
|
282.12
+17.53%
|
240.05
-65.54%
|
696.57
+107.97%
|