THIP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
THIP
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
20.90
0.10 (0.48%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจาก ยอดขายเพิ่มขึ้น 35.9% จากการเติบโตขึ้นจากความต้องการของลูกค้าในตลาดยุโรป อเมริกา และเอเชียที่มีเพิ่มมากขึ้น โดยการขายต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 269.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.8 ส่วนตลาดในประเทศฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์การระบาดของโค วิด19 ผ่อนคลายลง โดยมีการเติบโตของยอดขายในประเทศ 23.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.7 โดยผลิตภัณฑ์ที่ เติบโตได้ดีมาจากทั้งกลุ่มถุงและกลุ่มหลอดดูดเครื่องดื่ม ราคาตลาดของเม็ดพลาสติก 1Q/64 ราคาต่ำกว่า 1Q/65 จึงทําให้กําไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามบริษัทได้ติดตามความเคลื่อนไหวของราคา เม็ดพลาสติกอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับราคาขายและรักษาระดับกําไรบริษัทมีแผนพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดต้นทุนอย่างยั่งยืน

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5064 out_tok=2833 at=2026-07-26T08:23:42 --> # THIP กำไรปี 64 โต 10% รับยอดขายถุงซิปใหม่-ขยายตลาด หนุนรายได้รวมพุ่ง 17.6% ## รายได้รวมโตเด่น 17.6% จากกำลังผลิตใหม่-ลูกค้าใหม่ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดัน GPM เล็กน้อย บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ THIP รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 382.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายโดยรวมที่เพิ่มขึ้น 17.6% จากกำลังการผลิตใหม่ของถุงซิปสไลเดอร์ การขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเพิ่มยอดขายสินค้าใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย ฝ่ายจัดการยังคงบริหารจัดการต้นทุนและติดตามราคาขายอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ THIP ในปี 2564 คือ **การเติบโตของยอดขายโดยรวมที่เพิ่มขึ้น 17.6%** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10% แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เล็กน้อย แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ก็สามารถชดเชยแรงกดดันดังกล่าวได้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของยอดขายมาจากหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่: * **กำลังการผลิตใหม่ของถุงซิปสไลเดอร์:** การเริ่มเดินสายการผลิตใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2564 ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและตอบสนองความต้องการของตลาดได้มากขึ้น * **การขยายตลาด:** ความสำเร็จในการหาลูกค้าใหม่ในตลาดยุโรปและจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย ช่วยเพิ่มฐานรายได้ให้กว้างขึ้น * **สายการผลิตใหม่และการเพิ่มยอดขายสินค้า:** การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ถุงขยะรีไซเคิล, ถุงซิปแอนตีไวรัส, ถุงซิปสไลเดอร์ และฟิล์มถนอมอาหาร ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด ในส่วนของต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 21.24% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายตามที่กล่าวมาข้างต้น ประกอบกับ **ราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งสะท้อนจากกราฟที่แสดงให้เห็นว่าราคาเม็ดพลาสติกในปี 2564 กลับสู่ระดับปกติหลังต่ำมากในปี 2563 ทำให้ GPM ลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อลดต้นทุนการผลิต ทำให้ต้นทุนการผลิตไม่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีสัญญาณสนับสนุนจาก: * **การเดินสายการผลิตใหม่:** กำลังการผลิตใหม่ของถุงซิปสไลเดอร์ที่เริ่มดำเนินการในปี 2564 คาดว่าจะยังคงสร้างรายได้ต่อเนื่องในปีถัดไป * **การขยายฐานลูกค้า:** การได้ลูกค้าใหม่ในยุโรปและในประเทศ เป็นการสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงและมีโอกาสเติบโตต่อไป * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์:** การมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่หลากหลาย เช่น ถุงขยะรีไซเคิล และถุงซิปแอนตีไวรัส แสดงถึงศักยภาพในการปรับตัวและตอบสนองเทรนด์ตลาด * **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ราคาวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่บริษัทได้พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยรักษา GPM ได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาเม็ดพลาสติกที่ผันผวนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 10% เป็น 382.8 ล้านบาท** จาก 347.8 ล้านบาทในปี 2563 * **ยอดขายรวมเติบโต 17.6%** เป็นผลจากกำลังการผลิตใหม่, การขยายตลาด และผลิตภัณฑ์ใหม่ * **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 21.24%** โดยหลักจากราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้น * **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 67.5%** จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น, ราคาวัตถุดิบสูง และปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน * **มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 15 ล้านบาท** และกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการลงทุน 10 ล้านบาท * **การลงทุนในเงินลงทุนระยะสั้นและยาว 500 ล้านบาท** เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากเงินสด ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 จำนวน 382.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยมีกำไรสุทธิต่อหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 3.81 บาท เป็น 4.25 บาทต่อหุ้น การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลโดยตรงจากยอดขายโดยรวมที่เติบโตขึ้น 17.6% ซึ่งเป็นผลมาจากการเริ่มเดินสายการผลิตใหม่ของถุงซิปสไลเดอร์ การขยายตลาดไปยังลูกค้าใหม่ทั้งในยุโรปและในประเทศ รวมถึงการเพิ่มยอดขายจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ถุงขยะรีไซเคิล และถุงซิปแอนตีไวรัส ในด้านรายได้อื่น มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 15 ล้านบาท และกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการลงทุน 10 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงราคาตลาดของเงินลงทุนระยะสั้นและยาวที่บริษัทได้นำเงินสดที่มีอยู่ไปลงทุนจำนวน 500 ล้านบาท เพื่อเพิ่มผลตอบแทน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 519.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 21.24 ซึ่งเป็นไปตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการปรับตัวสูงขึ้นของราคาเม็ดพลาสติก ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ราคาเม็ดพลาสติกอยู่ในระดับต่ำมาก ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 2.8 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 5.2 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนด้านบุคลากรและการวิจัยและพัฒนาเพื่อการขยายธุรกิจในอนาคต ## โอกาส * **กำลังการผลิตใหม่:** การเดินสายการผลิตถุงซิปสไลเดอร์ใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2564 จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญต่อเนื่อง * **การขยายตลาด:** การเจาะตลาดลูกค้าใหม่ในยุโรปและในประเทศ แสดงถึงศักยภาพในการเติบโตของฐานลูกค้า * **ผลิตภัณฑ์ใหม่:** การมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เช่น ถุงขยะรีไซเคิล, ถุงซิปแอนตีไวรัส จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย * **การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต:** การมุ่งเน้นลดต้นทุนการผลิตอย่างยั่งยืน จะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว * **การบริหารจัดการเงินสด:** การลงทุนในเงินลงทุนระยะสั้นและยาว 500 ล้านบาท เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากเงินสดที่มีอยู่ ## ความเสี่ยง * **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** ราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น และอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์:** ปัญหาการขนส่งทั่วโลกส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและอาจกระทบต่อการส่งมอบสินค้า * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติก อาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในปีนี้ แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาเม็ดพลาสติกและผลกระทบต่อ GPM * ความสามารถในการบริหารจัดการปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ * การเติบโตของยอดขายจากลูกค้าใหม่ในยุโรปและผลิตภัณฑ์ใหม่ * ความคืบหน้าของการลงทุนด้านบุคลากรและการวิจัยและพัฒนา * ผลตอบแทนจากการลงทุนในเงินลงทุนระยะสั้นและยาว ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** แม้จะไม่มีตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่บริษัทสามารถเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ของถุงซิปสไลเดอร์และมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ บ่งชี้ว่าโรงงานมีการเดินเครื่องจักรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองออเดอร์ * **Order Book:** ฝ่ายจัดการระบุว่า "สินค้าคงคลังยังคงหมุนเวียนต่อเนื่องเพราะยังมีคำสั่งซื้อของลูกค้าเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ" ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการดำเนินงานในอนาคต * **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกเฉลี่ยในปี 2564 ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปี 2563 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดัน GPM * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยในปี 2564 เนื่องจากราคาเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้น แต่บริษัทพยายามรักษา GPM ด้วยการติดตามต้นทุนและราคาขายอย่างใกล้ชิด * **ส่งออก:** มีการขยายตลาดไปยังลูกค้าใหม่ในยุโรป ซึ่งเป็นตลาดสำคัญสำหรับการส่งออก * **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 15 ล้านบาทในปี 2564 * **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 67.5% โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูปและวัตถุดิบ เนื่องจากการเติบโตของยอดขาย, ราคาวัตถุดิบสูง และปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,957 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% จากปีก่อน โดยมีเงินสดลดลงจากการนำไปลงทุน 500 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 67.5% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ราคาวัตถุดิบสูง และปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ ขณะที่ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิเพิ่มขึ้น 82.5 ล้านบาทจากการขยายกำลังการผลิต หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 29.4% เป็น 643.5 ล้านบาท โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น 48.4% จากการสั่งซื้อวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 14.9% เป็น 2,313.5 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนจ่ายหุ้นปันผลและกำไรเบ็ดเสร็จ วงจรเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการหมุนของสินค้าคงคลังที่นานขึ้นเนื่องจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ แต่ยังคงหมุนเวียนต่อเนื่องจากคำสั่งซื้อที่สม่ำเสมอ การเก็บหนี้และการจ่ายชำระหนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ## สรุปท้าย THIP โชว์ผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10% จากการที่ยอดขายรวมเติบโตถึง 17.6% ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ของถุงซิปสไลเดอร์และการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจะเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น แต่บริษัทได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการเดินสายการผลิตใหม่และการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปัญหาการขนส่งที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THIP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,165.77 ล้านบาท
↓ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
200.03 ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.16 %
กำไรสุทธิ
40.72 ล้านบาท
↓ 52.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.49 %
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,166
↓ -4.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
200
↓ -19.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↓ -52.2% YoY
D/E Ratio
0.55

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,165.77
-4.66%
1,222.69
+34.58%
908.55
+11.99%
811.31
-24.63%
1,076.49
+26.76%
849.26
+1.34%
กำไรขั้นต้น
200.03
-19.47%
248.38
+24.91%
198.85
+31.83%
150.83
-40.97%
255.51
+25.28%
203.94
+16.90%
ค่าใช้จ่ายรวม
130.32
-17.55%
158.07
+31.83%
119.90
+6.82%
112.25
+5.41%
106.49
+24.80%
85.33
+4.00%
กำไรสุทธิ
40.72
-52.18%
85.15
+48.09%
57.50
+59.57%
36.03
-73.11%
133.99
+31.44%
101.94
+22.53%
กำไรต่อหุ้น
0.45
-52.22%
0.95
+48.04%
0.64
+59.75%
0.40
-73.14%
1.49
+31.42%
1.13
+22.62%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
17.16
-15.51%
20.31
-7.22%
21.89
+17.75%
18.59
-21.69%
23.74
-1.12%
24.01
+15.32%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
11.18
-13.53%
12.93
-2.05%
13.20
-4.62%
13.84
+39.94%
9.89
-1.59%
10.05
+2.66%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
3.49
-49.86%
6.96
+9.95%
6.33
+42.57%
4.44
-64.34%
12.45
+3.75%
12.00
+20.85%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-5.39
-137.07%
14.54
0.00
0.00
-100.00%
8.31
+59.81%
5.20
+173.76%
ROE(%)
7.42
-38.98%
12.16
+8.67%
11.19
-25.60%
15.04
-14.98%
17.69
-2.80%
18.20
+59.23%
ROA(%)
7.72
-36.20%
12.10
+10.30%
10.97
-22.14%
14.09
-16.63%
16.90
-1.57%
17.17
+44.29%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.55
+52.78%
0.36
+80.00%
0.20
0.20
-28.57%
0.28
+12.00%
0.25
+4.17%
P/E
8.10
-4.03%
8.44
-15.85%
10.03
+28.43%
7.81
-4.87%
8.21
+1.61%
8.08
+12.69%
P/BV
0.73
-23.16%
0.95
-7.77%
1.03
-28.97%
1.45
+9.85%
1.32
-5.04%
1.39
+59.77%
BV
30.77
+3.36%
29.77
+3.33%
28.81
+4.46%
27.58
+14.01%
24.19
+1.09%
23.93
+10.89%
YIELD(%)
7.30
+25.00%
5.84
-0.68%
5.88
+34.25%
4.38
4.38
+16.49%
3.76
-43.71%
ราคาหุ้น
22.60
-20.00%
28.25
-5.04%
29.75
-25.63%
40.00
+25.00%
32.00
-3.76%
33.25
+77.81%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
7.42
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
31.50

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
2,943.64
+17.82%
2,498.45
+13.53%
2,200.63
+57.95%
1,393.26
-14.06%
1,621.27
+3.95%
1,559.73
+19.80%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,411.27
+11.45%
1,266.32
+31.21%
965.07
-40.86%
1,631.83
+22.17%
1,335.68
+40.33%
951.78
+5.20%
รวมสินทรัพย์
4,354.91
+15.68%
3,764.77
+18.92%
3,165.71
+4.65%
3,025.09
+2.30%
2,956.96
+17.74%
2,511.52
+13.81%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,088.32
+59.43%
682.64
+51.10%
451.77
+4.23%
433.45
-21.74%
553.83
+37.48%
402.85
+17.23%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
461.11
+45.62%
316.65
+348.22%
70.65
-7.57%
76.43
-14.74%
89.65
-5.17%
94.53
+72.74%
รวมหนี้สิน
1,549.42
+55.05%
999.29
+91.28%
522.42
+2.46%
509.89
-20.76%
643.47
+29.37%
497.39
+24.85%
รวมส่วนของเจ้าของ
2,805.49
+1.45%
2,765.48
+4.62%
2,643.29
+5.09%
2,515.21
+8.72%
2,313.48
+14.86%
2,014.13
+11.38%
D/E
0.55
0.36
0.20
0.20
0.28
0.25
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
7.42
12.16
11.19
15.04
17.69
18.20
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.72
12.10
10.97
14.09
16.90
17.17
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.70
3.66
4.87
3.21
2.93
3.87
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.45
2.12
3.67
1.75
1.58
2.54
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
53.13
52.26
0.00
0.00
36.98
37.06
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
90.76
74.05
0.00
0.00
72.11
62.38
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
54.37
44.60
0.00
0.00
39.45
37.96
วงจรเงินสด
89.52
81.71
0.00
0.00
69.65
61.47
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-526
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+351
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-526.05
+1,994.98%
-25.11
-89.49%
-238.81
-205.54%
226.27
+243.09%
65.95
-83.54%
400.74
+51.15%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
351.34
-347.06%
-142.21
-129.50%
482.01
+38.80%
347.28
-159.12%
-587.40
-1,559.38%
40.25
-140.61%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
22.19
-85.52%
153.25
-2.30%
156.85
+79.77%
87.25
+0.01%
87.24
-156.45%
-154.55
+50.21%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-287.57
+167.73%
-107.41
-128.90%
371.65
-11.20%
418.52
-31,567.67%
-1.33
-100.37%
361.64
+132.01%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
650.42
-32.63%
965.43
+242.21%
282.12
+17.53%
240.05
-65.54%
696.57
+107.97%
334.93
+87.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
973.09
+49.61%
650.42
-32.63%
965.43
+242.21%
282.12
+17.53%
240.05
-65.54%
696.57
+107.97%