THIP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
THIP
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
20.90
0.10 (0.48%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจาก ยอดขายเพิ่มขึ้น 35.9% จากการเติบโตขึ้นจากความต้องการของลูกค้าในตลาดยุโรป อเมริกา และเอเชียที่มีเพิ่มมากขึ้น โดยการขายต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 269.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 37.8 ส่วนตลาดในประเทศฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์การระบาดของโค วิด19 ผ่อนคลายลง โดยมีการเติบโตของยอดขายในประเทศ 23.7 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.7 โดยผลิตภัณฑ์ที่ เติบโตได้ดีมาจากทั้งกลุ่มถุงและกลุ่มหลอดดูดเครื่องดื่ม ราคาตลาดของเม็ดพลาสติก 1Q/64 ราคาต่ำกว่า 1Q/65 จึงทําให้กําไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามบริษัทได้ติดตามความเคลื่อนไหวของราคา เม็ดพลาสติกอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับราคาขายและรักษาระดับกําไรบริษัทมีแผนพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดต้นทุนอย่างยั่งยืน

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5232 out_tok=2858 at=2026-07-27T13:23:48 --> # THIP กำไร Q2/2564 โต 6% รับยอดขายต่างประเทศพุ่ง แต่ GPM หดจากต้นทุนวัตถุดิบ ## ยอดขายผลิตภัณฑ์ถุงตลาดนอกโตเด่น 39% หนุนรายได้รวม แต่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้น บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ THIP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 62.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายรวมจะเติบโตถึง 31.0% เป็น 817.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายผลิตภัณฑ์ถุงในตลาดต่างประเทศที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นกลับปรับลดลงจาก 20.82% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 17.33% ในไตรมาสนี้ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ THIP ในไตรมาส 2/2564 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของยอดขายผลิตภัณฑ์ถุงในตลาดต่างประเทศ** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 31.0% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คือ **การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก** ส่งผลให้ GPM ลดลงจาก 20.82% ใน Q2/2563 เป็น 17.33% ใน Q2/2564 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในอเมริกา (+49%) และออสเตรเลีย (+21%) มาจากปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการที่บริษัทได้เริ่มแผนเพิ่มกำลังการผลิตและเริ่มจำหน่าย ทำให้สามารถตอบสนองคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ รายได้จากผลิตภัณฑ์อื่น เช่น ฟิล์มห่ออาหาร ก็มีการเติบโตจากการทำการตลาดที่เข้มข้นขึ้น ในทางกลับกัน ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 36.8% ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ เป็นผลโดยตรงจากราคาวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปลายปี 2563 โดยเฉพาะในเดือนเมษายน 2564 ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อ GPM ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ แม้ว่าบริษัทจะมีความพยายามในการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนอย่างยั่งยืนมาตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นได้ทั้งหมด ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน** ฝ่ายจัดการระบุว่ายอดขายในไตรมาส 2 ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1 และมีคำสั่งซื้อที่คาดว่าจะเข้ามาใช้ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีของอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เพื่อการส่งออกยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้สินค้าคงคลังรอการส่งมอบเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อวงจรเงินสดที่นานขึ้น นอกจากนี้ การระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ส่งผลต่อกำลังการผลิตในไตรมาส 3 แต่บริษัทยังคงดำเนินการผลิตได้อยู่ ส่วนประเด็นราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นนั้น ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าจะปรับลดลงเมื่อใด แต่ระบุว่าบริษัทมีแผนพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันในระยะยาวได้ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/2564 เพิ่มขึ้น 6.0% YoY** อยู่ที่ 62.2 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.69 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท * **รายได้จากการขายรวมเติบโต 31.0% YoY** แตะ 817.8 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดขายผลิตภัณฑ์ถุงในตลาดต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 39.0% * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว** จาก 20.82% ใน Q2/2563 เป็น 17.33% ใน Q2/2564 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น * **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 42.9%** เป็น 187.9 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูปที่รอส่งมอบเนื่องจากปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามราคาและปริมาณคำสั่งซื้อ * **ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 34.3%** เป็น 111.7 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและยังไม่ถึงกำหนดชำระ * **ลงทุนขยายโรงงาน** ซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใกล้เคียง 15 ล้านบาท และลงทุนในเครื่องจักร 45 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 2/2564 จำนวน 62.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาท หรือ 6.0% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2563 ที่มีกำไรสุทธิ 58.7 ล้านบาท (คำนวณจาก 62.2 - 3.5) โดยมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.69 บาท เพิ่มขึ้นจาก 0.65 บาทในปีก่อน รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 817.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.0% จาก 602.8 ล้านบาทในปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 20.82% เป็น 17.33% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 8.35% เป็น 6.76% ## โอกาส * **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** ยอดขายผลิตภัณฑ์ถุงในตลาดต่างประเทศยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอเมริกาและออสเตรเลีย * **แผนเพิ่มกำลังการผลิต:** การเริ่มผลิตและจำหน่ายจากแผนเพิ่มกำลังการผลิตช่วยรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น * **การตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่:** สินค้า SunZip Antivirus และ Sunmum smart bag พร้อม Application ที่เริ่มมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ * **การตลาดฟิล์มห่ออาหาร:** เป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่บริษัทกำลังทำการตลาดอย่างเข้มข้น * **การพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต:** ช่วยลดต้นทุนอย่างยั่งยืนและเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM ในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก (เม็ดพลาสติก) ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์:** ส่งผลให้สินค้าคงคลังรอการส่งมอบเพิ่มขึ้น และอาจกระทบต่อวงจรเงินสด * **สถานการณ์โควิด-19:** การระบาดระลอกที่ 3 ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตในไตรมาส 3 * **การแข่งขันในตลาด:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเสมอ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** จะปรับตัวลดลงหรือไม่ และจะส่งผลต่อ GPM อย่างไร * **สถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์:** ปัญหาจะคลี่คลายเมื่อใด และจะส่งผลต่อการส่งมอบสินค้าอย่างไร * **การตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่:** SunZip Antivirus และ Sunmum smart bag จะสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้หรือไม่ * **ผลกระทบจากโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่จะส่งผลต่อกำลังการผลิตและการดำเนินงานในไตรมาส 3 และ 4 อย่างไร * **ความคืบหน้าการขยายโรงงาน:** การลงทุนใหม่จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและรายได้ในอนาคตได้มากน้อยเพียงใด ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่บริษัทสามารถตอบสนองคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มกำลังการผลิต และการที่สินค้าคงคลังรอส่งมอบเพิ่มขึ้น บ่งชี้ว่าโรงงานยังคงเดินเครื่องผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับอุปสงค์ * **Order Book:** มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและคาดว่าจะมีเข้ามาใช้ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ในอนาคต * **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยลบสำคัญที่กดดัน GPM โดยเฉพาะราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **GPM:** ปรับลดลงอย่างชัดเจนจาก 20.82% เป็น 17.33% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **ส่งออก:** เป็นสัดส่วนรายได้หลักและเติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ถุงในตลาดต่างประเทศ * **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร * **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าสำเร็จรูปที่รอส่งมอบ และวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามราคาและปริมาณคำสั่งซื้อ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,579.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 0.8% เป็น 1,571.8 ล้านบาท จากสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 5.9% เป็น 1,008.1 ล้านบาท จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และเครื่องจักรเพื่อขยายกิจการ หนี้สินรวมอยู่ที่ 411.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,072.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% จากการเพิ่มทุนจ่ายหุ้นปันผลและกำไรสะสม อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 3.86 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 3.56 เท่า บ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่ดีขึ้น วงจรเงินสดเพิ่มขึ้นจาก 63 วัน เป็น 81 วัน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการหมุนของสินค้าคงคลังที่นานขึ้นเนื่องจากปัญหาการส่งออก อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.24 เท่า ลดลงจาก 0.26 เท่า แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ## สรุปท้าย THIP ในไตรมาส 2/2564 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการขายได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มกำลังการผลิตและการตอบสนองอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นได้บั่นทอนอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะมีความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุน แต่ก็ยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องจับตาต่อไป ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และการระบาดของโควิด-19 ก็เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะสั้นถึงกลาง การลงทุนเพื่อขยายโรงงานและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในอนาคต แต่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THIP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,165.77 ล้านบาท
↓ 4.7% YoY
กำไรขั้นต้น
200.03 ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.16 %
กำไรสุทธิ
40.72 ล้านบาท
↓ 52.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.49 %
D/E Ratio
0.55
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,166
↓ -4.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
200
↓ -19.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
41
↓ -52.2% YoY
D/E Ratio
0.55

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,165.77
-4.66%
1,222.69
+34.58%
908.55
+11.99%
811.31
-24.63%
1,076.49
+26.76%
849.26
+1.34%
กำไรขั้นต้น
200.03
-19.47%
248.38
+24.91%
198.85
+31.83%
150.83
-40.97%
255.51
+25.28%
203.94
+16.90%
ค่าใช้จ่ายรวม
130.32
-17.55%
158.07
+31.83%
119.90
+6.82%
112.25
+5.41%
106.49
+24.80%
85.33
+4.00%
กำไรสุทธิ
40.72
-52.18%
85.15
+48.09%
57.50
+59.57%
36.03
-73.11%
133.99
+31.44%
101.94
+22.53%
กำไรต่อหุ้น
0.45
-52.22%
0.95
+48.04%
0.64
+59.75%
0.40
-73.14%
1.49
+31.42%
1.13
+22.62%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
17.16
-15.51%
20.31
-7.22%
21.89
+17.75%
18.59
-21.69%
23.74
-1.12%
24.01
+15.32%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
11.18
-13.53%
12.93
-2.05%
13.20
-4.62%
13.84
+39.94%
9.89
-1.59%
10.05
+2.66%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
3.49
-49.86%
6.96
+9.95%
6.33
+42.57%
4.44
-64.34%
12.45
+3.75%
12.00
+20.85%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-5.39
-137.07%
14.54
0.00
0.00
-100.00%
8.31
+59.81%
5.20
+173.76%
ROE(%)
7.42
-38.98%
12.16
+8.67%
11.19
-25.60%
15.04
-14.98%
17.69
-2.80%
18.20
+59.23%
ROA(%)
7.72
-36.20%
12.10
+10.30%
10.97
-22.14%
14.09
-16.63%
16.90
-1.57%
17.17
+44.29%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.55
+52.78%
0.36
+80.00%
0.20
0.20
-28.57%
0.28
+12.00%
0.25
+4.17%
P/E
8.10
-4.03%
8.44
-15.85%
10.03
+28.43%
7.81
-4.87%
8.21
+1.61%
8.08
+12.69%
P/BV
0.73
-23.16%
0.95
-7.77%
1.03
-28.97%
1.45
+9.85%
1.32
-5.04%
1.39
+59.77%
BV
30.77
+3.36%
29.77
+3.33%
28.81
+4.46%
27.58
+14.01%
24.19
+1.09%
23.93
+10.89%
YIELD(%)
7.30
+25.00%
5.84
-0.68%
5.88
+34.25%
4.38
4.38
+16.49%
3.76
-43.71%
ราคาหุ้น
22.60
-20.00%
28.25
-5.04%
29.75
-25.63%
40.00
+25.00%
32.00
-3.76%
33.25
+77.81%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.55
ROE (%)
7.42
ROA (%)
7.72
Book Value/หุ้น
31.50

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
2,943.64
+17.82%
2,498.45
+13.53%
2,200.63
+57.95%
1,393.26
-14.06%
1,621.27
+3.95%
1,559.73
+19.80%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,411.27
+11.45%
1,266.32
+31.21%
965.07
-40.86%
1,631.83
+22.17%
1,335.68
+40.33%
951.78
+5.20%
รวมสินทรัพย์
4,354.91
+15.68%
3,764.77
+18.92%
3,165.71
+4.65%
3,025.09
+2.30%
2,956.96
+17.74%
2,511.52
+13.81%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,088.32
+59.43%
682.64
+51.10%
451.77
+4.23%
433.45
-21.74%
553.83
+37.48%
402.85
+17.23%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
461.11
+45.62%
316.65
+348.22%
70.65
-7.57%
76.43
-14.74%
89.65
-5.17%
94.53
+72.74%
รวมหนี้สิน
1,549.42
+55.05%
999.29
+91.28%
522.42
+2.46%
509.89
-20.76%
643.47
+29.37%
497.39
+24.85%
รวมส่วนของเจ้าของ
2,805.49
+1.45%
2,765.48
+4.62%
2,643.29
+5.09%
2,515.21
+8.72%
2,313.48
+14.86%
2,014.13
+11.38%
D/E
0.55
0.36
0.20
0.20
0.28
0.25
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
7.42
12.16
11.19
15.04
17.69
18.20
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
7.72
12.10
10.97
14.09
16.90
17.17
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.70
3.66
4.87
3.21
2.93
3.87
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
1.45
2.12
3.67
1.75
1.58
2.54
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
53.13
52.26
0.00
0.00
36.98
37.06
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
90.76
74.05
0.00
0.00
72.11
62.38
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
54.37
44.60
0.00
0.00
39.45
37.96
วงจรเงินสด
89.52
81.71
0.00
0.00
69.65
61.47
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-526
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+351
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THIP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-526.05
+1,994.98%
-25.11
-89.49%
-238.81
-205.54%
226.27
+243.09%
65.95
-83.54%
400.74
+51.15%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
351.34
-347.06%
-142.21
-129.50%
482.01
+38.80%
347.28
-159.12%
-587.40
-1,559.38%
40.25
-140.61%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
22.19
-85.52%
153.25
-2.30%
156.85
+79.77%
87.25
+0.01%
87.24
-156.45%
-154.55
+50.21%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-287.57
+167.73%
-107.41
-128.90%
371.65
-11.20%
418.52
-31,567.67%
-1.33
-100.37%
361.64
+132.01%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
650.42
-32.63%
965.43
+242.21%
282.12
+17.53%
240.05
-65.54%
696.57
+107.97%
334.93
+87.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
973.09
+49.61%
650.42
-32.63%
965.43
+242.21%
282.12
+17.53%
240.05
-65.54%
696.57
+107.97%