บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
186.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9922 out_tok=2839 at=2026-07-26T08:17:16 -->
# TFMAMA กำไรสุทธิปี 65 ลดลง 22% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง - ลุ้นฟื้นปี 66
## รายได้รวมโต 8.28% แต่ GPM หด เหตุต้นทุนปาล์ม-พลังงานพุ่ง ฝ่ายจัดการเร่งปรับราคา-คุมต้นทุน
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA รายงานผลประกอบการปี 2565 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีรายได้จากการขายรวม 26,481.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.28% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 2,785.92 ล้านบาท ลดลง 22.06% โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 10.16% ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการระบุว่าปี 2565 เป็นปีที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว แต่กำลังซื้อชะลอตัวจากเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างน้ำมันปาล์มปรับตัวสูงขึ้นเท่าตัวตั้งแต่ปลายปี 2564 ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายรวมของกลุ่มบริษัทฯ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TFMAMA ในปี 2565 ปรับตัวลดลง 22.06% มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างน้ำมันปาล์มที่ปรับตัวสูงขึ้นเท่าตัวตั้งแต่ปลายปี 2564 และค่าพลังงานที่สูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 65.94% ในปี 2564 เป็น 71.28% ในปี 2565 แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโต 8.28% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายมีสาเหตุหลักมาจาก **ราคาน้ำมันปาล์มและค่าพลังงานที่สูงขึ้น** ซึ่งเป็นวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตที่สำคัญของผลิตภัณฑ์กลุ่มบะหมี่และอาหารกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.36% จากค่าใช้จ่ายทางบัญชีและการขนส่งที่สูงขึ้นตามยอดขาย แม้ว่าบริษัทฯ จะได้รับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งช่วยหนุนยอดขายในตลาดต่างประเทศ และการปรับราคาขายปลีกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในช่วงไตรมาส 3/2565 แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่าเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากสงคราม เงินเฟ้อ และวิกฤตราคาพลังงาน ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะข้าวสาลีและน้ำมันปาล์มยังคงปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นผลักดันธุรกิจตามกลยุทธ์การเติบโต โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเจาะตลาดเดิมและหาตลาดใหม่ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายยอดขายและสร้างการเติบโตที่มั่นคงยั่งยืน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวมปี 2565 เพิ่มขึ้น 8.28%** แตะ 26,481.73 ล้านบาท โดยเฉพาะยอดขายในประเทศกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเติบโต 6.80% และตลาดต่างประเทศเติบโต 12.66%
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 22.06%** อยู่ที่ 2,785.92 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 10.16%
* **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายพุ่งสูงขึ้น** จาก 65.94% เป็น 71.28% เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลัก (น้ำมันปาล์ม) และค่าพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
* **ยอดขายสินค้าอื่นมีการเติบโตแตกต่างกัน** โดยเบเกอรี่เพิ่ม 5.15%, บรรจุภัณฑ์เพิ่ม 10.73%, น้ำผลไม้เพิ่ม 19.83% แต่ขนมปังกรอบลดลง 9.91% จากการปรับราคาขาย
* **บริษัทฯ ฉลองครบรอบ 50 ปี** พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์พิเศษและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 26,481.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.28% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยยอดขายในประเทศเติบโต 7.62% สำหรับเฉพาะกิจการ (TFMAMA) อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 17.05% ทำให้ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายสูงขึ้นเป็น 71.28% จาก 65.94% ในปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ลดลง 22.06% มาอยู่ที่ 2,785.92 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิลดลงเหลือ 10.16%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศ** ช่วยกระตุ้นการบริโภคและการจับจ่ายใช้สอย
* **การปรับราคาขายปลีกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป** ช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทอ่อนค่า** หนุนยอดขายในตลาดต่างประเทศ
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสุขภาพและพรีเมียม** รองรับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่
* **การขยายการลงทุนในต่างประเทศ** เพื่อก้าวสู่ตลาดโลก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์** โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มและข้าวสาลี ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก
* **ภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก** จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และวิกฤตราคาพลังงาน
* **การควบคุมราคาขายปลีกสินค้า** ในตลาดภายในประเทศ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม**
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (น้ำมันปาล์ม, ข้าวสาลี) และค่าพลังงาน
* การปรับตัวของกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศและต่างประเทศ
* ผลของการปรับราคาขายปลีกสินค้าต่อปริมาณการขาย
* ความคืบหน้าในการพัฒนาและขยายตลาดผลิตภัณฑ์ใหม่
* แผนการลงทุนและการขยายธุรกิจในต่างประเทศ
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **บะหมี่และอาหารกึ่งสำเร็จรูป:** ตลาดในประเทศเติบโต 8.29% โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเติบโต 6.80% (เน้นกลุ่มถ้วย) และเส้นขาวโจ๊ก/ข้าวต้มเติบโต 27.72% จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ตลาดต่างประเทศเติบโต 12.66% จากการปรับราคาขายและค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **ผลิตภัณฑ์อื่น:** เบเกอรี่เพิ่ม 5.15% (ปรับราคา), บรรจุภัณฑ์เพิ่ม 10.73% (ขายต่างประเทศ, ค่าเงินบาทอ่อนค่า), น้ำผลไม้เพิ่ม 19.83% (คลี่คลายโควิด-19), ขนมปังกรอบลดลง 9.91% (ปรับราคาขายกระทบช่องทาง 7-Eleven)
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 17.05% โดยมีสัดส่วนต่อรายได้ 71.28% สูงขึ้นจากปีก่อนหน้า 5.34% เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลักและค่าพลังงานสูงขึ้น
* **GPM:** ไม่ได้ระบุตัวเลขโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่า Gross Profit Margin (GPM) หดตัวลง
* **ช่องทางขาย:** มีการกล่าวถึงช่องทาง 7-Eleven ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับราคาขายขนมปังกรอบ
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 40.78% มาอยู่ที่ 2,685.22 ล้านบาท โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีอายุการเก็บเฉลี่ย 180 วัน และระยะเวลาขายเฉลี่ย 44 วัน
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าส่งผลบวกต่อยอดขายต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปช่วงครึ่งปีหลัง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะเจาะจง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 31 ธ.ค. 2565 อยู่ที่ 42,880.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.89% จากปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนคิดเป็น 44.47% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 55.53%
* **ลูกหนี้การค้า:** เพิ่มขึ้น 7.53% เป็น 3,923.81 ล้านบาท ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 52 วัน
* **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้น 40.78% เป็น 2,685.22 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ณ 31 ธ.ค. 2565 อยู่ที่ 4,439.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.95% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** อยู่ในระดับต่ำที่ 0.15 เท่า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 6.12% เป็น 38,440.37 ล้านบาท
* **กระแสเงินสด:** เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 238.70 ล้านบาท อยู่ที่ 3,827.28 ล้านบาท
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีเงินสดรับสุทธิ 3,313.43 ล้านบาท
* **กิจกรรมลงทุน:** มีเงินสดใช้ไปสุทธิ 1,937.90 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน, อุปกรณ์และเครื่องจักร)
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** มีเงินสดใช้ไปสุทธิ 1,119.26 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากการจ่ายเงินปันผล)
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องรวม 5.59 เท่า, อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว 4.74 เท่า, ระยะเวลาเงินสด 54 วัน
## สรุปท้าย
TFMAMA ในปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 22.06% แม้รายได้จะเติบโตได้ดีจากตลาดในประเทศและต่างประเทศที่ฟื้นตัว รวมถึงได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทอ่อนค่า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนและปรับราคาขายเพื่อบรรเทาผลกระทบ ขณะที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และแผนขยายธุรกิจในต่างประเทศเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาความผันผวนของต้นทุนและกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFMAMA ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
7,034.24
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
2,374.32
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.75
%
กำไรสุทธิ
291.47
ล้านบาท
↓ 74.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.14
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,034
↓ -7.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,374
↓ -7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
291
↓ -74.7%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFMAMA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
10.48
ROA (%)
11.09
Book Value/หุ้น
112.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFMAMA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFMAMA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,865.04
+6.49%
|
-1,751.30
+2.83%
|
-1,703.12
+35.22%
|
-1,259.51
-33.88%
|
-1,905.01
-132.14%
|
5,928.11
+6.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,078.65
-16.80%
|
1,296.50
-218.53%
|
-1,093.78
-53.63%
|
-2,358.96
+121.45%
|
-1,065.25
-72.83%
|
-3,920.05
-0.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
428.50
-298.75%
|
-215.60
-45.20%
|
-393.44
+537.05%
|
-61.76
+292.13%
|
-15.75
-99.04%
|
-1,642.65
+3.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-356.97
-47.30%
|
-677.32
-78.66%
|
-3,174.52
-13.33%
|
-3,662.89
+21.93%
|
-3,004.19
-900.71%
|
375.19
-1,641.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,925.88
+41.01%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,114.61
+3.18%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|