บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
186.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8767 out_tok=2628 at=2026-07-26T07:21:30 -->
# TFMAMA กำไรสุทธิปี 64 หดตัว 12.6% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ค่าขนส่งแพง
## รายได้รวมโต 3.96% แต่ต้นทุนพุ่ง 8.6% กดดัน GPM ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 25,410.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.96% จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 12.60% มาอยู่ที่ 3,574.64 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TFMAMA ในปี 2564 ปรับตัวลดลง 12.60% มาอยู่ที่ 3,574.64 ล้านบาท มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 8.60%** ซึ่งส่งผลให้อัตราต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายปรับสูงขึ้นจาก 62.98% เป็น 65.94% และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 7.27%** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่สูงขึ้นมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนขายที่สูงขึ้น:** สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะ **ราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก** ประกอบกับราคาแป้งสาลีที่ปรับตัวขึ้นในช่วงปลายปี ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** เกิดจาก **ค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่สูงขึ้นอย่างมาก** เนื่องมาจากปัญหาการขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้าและค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายทางบัญชีจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน และการตัดจ่ายค่าความนิยมของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยฝ่ายจัดการระบุว่า หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง **ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยจะลดลงสู่ภาวะปกติ** ซึ่งบ่งชี้ว่าปัจจัยด้านต้นทุนที่สูงขึ้นในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะเป็นปัจจัยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงอาจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 3.96%:** อยู่ที่ 25,410.23 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 3.72% เป็น 23,580.48 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิลดลง 12.60%:** อยู่ที่ 3,574.64 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 16.73% เป็น 14.07%
* **ต้นทุนขายพุ่ง 8.60%:** สาเหตุหลักจากราคาน้ำมันปาล์มและแป้งสาลีที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่ม 7.27%:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายส่งออกที่สูงขึ้นจากค่าระวางเรือ
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลดลง 19.41%:** เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 34.24%:** อยู่ที่ 1,907.40 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 24,457.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.72% จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในส่วนของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตลาดในประเทศที่เติบโต 4.73% จากความต้องการในช่วงการระบาดและสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดี ขณะที่ตลาดต่างประเทศเติบโต 6.78% โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและยุโรป อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 8.60% เป็น 16,126.93 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบหลักที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเป็น 65.94% จาก 62.98% ในปีก่อนหน้า ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.27% เป็น 3,873.73 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าลดลง 19.41% ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลง 12.60% มาอยู่ที่ 3,574.64 ล้านบาท
## โอกาส
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์:** บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และออกรสชาติใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
* **การรักษาความเป็นผู้นำตลาด:** แบรนด์ "มาม่า" ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยส่วนแบ่งการตลาด 48%
* **การเติบโตในตลาดต่างประเทศ:** ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและยุโรปยังคงมีอัตราการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะการผลิตในฮังการีที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการขนส่ง
* **การปรับกลยุทธ์บริหารต้นทุน:** บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาน้ำมันปาล์มและแป้งสาลีซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักยังคงมีความผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น
* **ต้นทุนค่าขนส่งระหว่างประเทศ:** ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่สูงขึ้นยังคงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการส่งออก
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** แม้จะคลี่คลายลง แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนและอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีการแข่งขันสูงจากคู่แข่งหลายราย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก เช่น น้ำมันปาล์ม และแป้งสาลี
* สถานการณ์ค่าระวางเรือและการขนส่งระหว่างประเทศ
* การตอบรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นอาหารสุขภาพ
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ ในปี 2565
* ผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มและแป้งสาลี มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิตโดยตรง
* **Volume การขาย:** รายได้จากการขายโดยรวมเติบโต 3.72% โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศที่เติบโตได้ดีจากสถานการณ์ต่างๆ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ขณะที่ตลาดต่างประเทศก็เติบโตได้ดีเช่นกัน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้จากการขาย
* **ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายในประเทศยังคงเป็นสัดส่วนหลัก โดยมีบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เป็นลูกค้ารายใหญ่ ขณะที่ตลาดส่งออกก็มีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะในยุโรปที่ได้รับประโยชน์จากการมีฐานการผลิตในฮังการี
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 34.24% โดยเฉพาะสินค้าประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งอาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับความต้องการที่อาจเพิ่มขึ้น หรือการบริหารสต็อกเพื่อรองรับความผันผวนของวัตถุดิบ
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่ระบุชัดเจนว่าค่าใช้จ่ายในการส่งออกสูงขึ้นมากจากค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้น
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้มีการระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 8.22% เป็น 40,493.68 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์ทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการบันทึกตามมาตรฐานบัญชีและสัญญาซื้อฝากทรัพย์สิน
* **ลูกหนี้การค้า:** เพิ่มขึ้น 12.70% เป็น 3,649.02 ล้านบาท ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 51 วัน
* **สินค้าคงเหลือ:** เพิ่มขึ้น 34.24% เป็น 1,907.40 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 6.11% เป็น 4,271.14 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 8.48% เป็น 36,222.54 ล้านบาท จากกำไรสุทธิที่เข้ามา
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** ลดลงมาอยู่ที่ 4,654.92 ล้านบาท จาก 5,928.11 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 3,314.71 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินและอุปกรณ์การผลิต
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้ไป 1,440.72 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการจ่ายเงินปันผล
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องโดยรวมยังอยู่ในระดับดี (5.48 เท่า) แต่ลดลงจากปีก่อนหน้า
* **โครงสร้างเงินทุน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ในระดับต่ำที่ 0.15 เท่า แสดงถึงโครงสร้างเงินทุนที่มั่นคงและเหมาะสม
## สรุปท้าย
TFMAMA เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนในปี 2564 จากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง แม้รายได้จะยังเติบโตได้ดีจากความแข็งแกร่งของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการมีแผนปรับกลยุทธ์บริหารต้นทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคาดว่าปัจจัยด้านต้นทุนที่สูงขึ้นจะเป็นลักษณะชั่วคราวเมื่อสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลง นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง รวมถึงการตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่ในปี 2565
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFMAMA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
7,034.24
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
2,374.32
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.75
%
กำไรสุทธิ
291.47
ล้านบาท
↓ 74.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.14
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,034
↓ -7.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,374
↓ -7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
291
↓ -74.7%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFMAMA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
10.48
ROA (%)
11.09
Book Value/หุ้น
112.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFMAMA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFMAMA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,865.04
+6.49%
|
-1,751.30
+2.83%
|
-1,703.12
+35.22%
|
-1,259.51
-33.88%
|
-1,905.01
-132.14%
|
5,928.11
+6.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,078.65
-16.80%
|
1,296.50
-218.53%
|
-1,093.78
-53.63%
|
-2,358.96
+121.45%
|
-1,065.25
-72.83%
|
-3,920.05
-0.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
428.50
-298.75%
|
-215.60
-45.20%
|
-393.44
+537.05%
|
-61.76
+292.13%
|
-15.75
-99.04%
|
-1,642.65
+3.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-356.97
-47.30%
|
-677.32
-78.66%
|
-3,174.52
-13.33%
|
-3,662.89
+21.93%
|
-3,004.19
-900.71%
|
375.19
-1,641.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,925.88
+41.01%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,114.61
+3.18%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|