บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
186.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6614 out_tok=2381 at=2026-07-26T08:05:27 -->
# TFMAMA กำไรสุทธิ Q2/65 ดิ่ง 36.6% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งฉุด GPM หด
## ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกระทบ GPM ขณะรายได้โตตามคาด ฝ่ายจัดการเร่งระบายสต็อก-ปรับราคา
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 556.24 ล้านบาท ลดลง 36.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 13.40% โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และกำไรสุทธิของ TFMAMA ในไตรมาส 2/2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด** โดยเฉพาะแป้งสาลีและน้ำมันปาล์ม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นถึง 26.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ถึง 13.40% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบหลักมีสาเหตุมาจากสถานการณ์เงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก และความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาพลังงานและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 65.51% ใน Q2/2564 เป็น 72.86% ใน Q2/2565 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงจาก 34.49% เหลือ 27.14% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็ปรับเพิ่มขึ้น 15.49% โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายต่างประเทศ ประกอบกับค่าระวางเรือและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าสาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก เช่น เงินเฟ้อและสงคราม แต่ก็มีการดำเนินการเพื่อบรรเทาผลกระทบ เช่น การระบายสินค้าที่ดีขึ้นจากการคาดการณ์ว่าจะมีการปรับราคาขายสินค้าเพิ่มขึ้น และการปรับราคาขายสินค้าในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนวัตถุดิบยังคงผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะต่อไปได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 36.64% YoY:** อยู่ที่ 556.24 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายเติบโต 13.40% เป็น 6,538.53 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายพุ่ง 26.12% YoY:** สาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบหลัก (แป้งสาลี, น้ำมันปาล์ม) และบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** ลดลงจาก 34.49% ใน Q2/64 เป็น 27.14% ใน Q2/65
* **รายได้จากการขายสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเติบโต:** ทั้งในประเทศ (+13.87%) และต่างประเทศ (+19.65%) จากการระบายสินค้าที่ดีขึ้นและการอ่อนค่าของเงินบาท
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 15.49% YoY:** จากค่าใช้จ่ายส่งออกที่สูงขึ้นและค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 6,538.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 26.12% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 10.75% มาอยู่ที่ 1,774.59 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 34.49% เป็น 27.14% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 15.49% ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 32.88% และส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ลดลง 36.64% มาอยู่ที่ 556.24 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 8.22%
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 12,694.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.84% แต่กำไรสุทธิลดลง 32.39% มาอยู่ที่ 1,164.98 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดและการปรับราคาขาย:** การเปิดประเทศและการปรับราคาขายสินค้าในกลุ่มเบเกอรี่ ขนมปัง และน้ำผลไม้ ช่วยหนุนยอดขาย
* **การอ่อนค่าของเงินบาท:** เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายในต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
* **การระบายสินค้าที่ดีขึ้น:** จากการคาดการณ์ว่าจะมีการปรับราคาขายสินค้าเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนยอดขายในกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานผันผวนสูง:** สถานการณ์เงินเฟ้อและสงครามยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการผลิต
* **ค่าใช้จ่ายในการขนส่งและค่าระวางเรือสูง:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขาย โดยเฉพาะการส่งออก
* **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง:** เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (แป้งสาลี, น้ำมันปาล์ม) และราคาพลังงานในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถของบริษัทฯ ในการปรับราคาขายสินค้าเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น โดยไม่กระทบต่อปริมาณการขาย
* ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการขนส่งและค่าระวางเรือต่อต้นทุนรวม
* ทิศทางยอดขายในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะผลจากค่าเงินบาท
* การบริหารจัดการสต็อกสินค้าเพื่อรองรับความผันผวนของต้นทุนและอุปสงค์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น แป้งสาลี และน้ำมันปาล์ม ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **Volume:** ยอดขายสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น 13.87% และ 19.65% ตามลำดับ ขณะที่สินค้ากลุ่มเบเกอรี่ ขนมปัง และน้ำผลไม้ มียอดขายเพิ่มขึ้น 6.55%, 10.98%, และ 39.58% ตามลำดับ สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดและการปรับราคาขาย
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 34.49% ใน Q2/64 เป็น 27.14% ใน Q2/65 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** ยอดขายต่างประเทศเติบโตได้ดี โดยเฉพาะสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาท
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 15.50% เป็น 2,202.99 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้ารอส่งให้ลูกค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายในต่างประเทศ
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเฉพาะในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 41,250.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.87% จากสิ้นปีก่อน โดยมีรายการหลักที่เพิ่มขึ้นคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และสินค้าคงเหลือ ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 4,448.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.15% จากสิ้นปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.16 เท่า แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 1,598.83 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงิน ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นงวดเพิ่มขึ้น 858.29 ล้านบาท มาอยู่ที่ 4,446.88 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TFMAMA เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงในไตรมาส 2/2565 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของตลาดและการปรับราคาขาย รวมถึงปัจจัยบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าต่อยอดขายต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวนและค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูงขึ้น ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFMAMA ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
7,034.24
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
2,374.32
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.75
%
กำไรสุทธิ
291.47
ล้านบาท
↓ 74.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.14
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,034
↓ -7.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,374
↓ -7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
291
↓ -74.7%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFMAMA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
10.48
ROA (%)
11.09
Book Value/หุ้น
112.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFMAMA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFMAMA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,865.04
+6.49%
|
-1,751.30
+2.83%
|
-1,703.12
+35.22%
|
-1,259.51
-33.88%
|
-1,905.01
-132.14%
|
5,928.11
+6.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,078.65
-16.80%
|
1,296.50
-218.53%
|
-1,093.78
-53.63%
|
-2,358.96
+121.45%
|
-1,065.25
-72.83%
|
-3,920.05
-0.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
428.50
-298.75%
|
-215.60
-45.20%
|
-393.44
+537.05%
|
-61.76
+292.13%
|
-15.75
-99.04%
|
-1,642.65
+3.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-356.97
-47.30%
|
-677.32
-78.66%
|
-3,174.52
-13.33%
|
-3,662.89
+21.93%
|
-3,004.19
-900.71%
|
375.19
-1,641.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,925.88
+41.01%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,114.61
+3.18%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|