บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
186.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6723 out_tok=2692 at=2026-07-26T07:55:15 -->
# TFMAMA กำไร Q3/2566 พุ่ง 24% รับต้นทุนวัตถุดิบดิ่ง-GPM ขยายตัว
## รายได้ทรงตัวแต่กำไรสุทธิโตเด่น เหตุต้นทุนขายลดลงแรง ขณะค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มเล็กน้อย
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 980.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะทรงตัวเล็กน้อย โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TFMAMA ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนขาย** ซึ่งส่งผลให้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น** โดย GPM ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 33.22% เพิ่มขึ้นถึง 4.64% เมื่อเทียบกับ 28.58% ในปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะลดลงเล็กน้อยเพียง 0.12%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของต้นทุนขายมีสาเหตุหลักมาจาก **ราคาวัตถุดิบหลักอย่างน้ำมันปาล์มที่ลดลง** ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการผลิตสินค้าของบริษัทฯ ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 71.42% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 66.78% ในไตรมาสนี้ แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะปรับเพิ่มขึ้น 4.20% จากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าเสื่อมราคายานพาหนะ แต่ผลบวกจากการลดลงของต้นทุนขายมีน้ำหนักมากกว่า ทำให้กำไรจากการดำเนินงานเติบโตถึง 16.36% และส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 24.14%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ต้องจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบ** ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนขายลดลงเนื่องจากราคาน้ำมันปาล์มลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจผันผวนได้ อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศก็มีส่วนช่วยหนุนรายได้และกำไรเช่นกัน หากราคาน้ำมันปาล์มยังคงอยู่ในระดับต่ำและบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการปรับกลยุทธ์ด้านราคาขาย จะเป็นปัจจัยบวกที่สนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 24.14% YoY:** อยู่ที่ 980.43 ล้านบาท จาก 789.75 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่ง 4.64%:** อยู่ที่ 33.22% จาก 28.58% ในปีก่อน
* **ต้นทุนขายลดลง 6.61% YoY:** จาก 4,931.67 ล้านบาท เหลือ 4,605.64 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายทรงตัว:** ลดลง 0.12% YoY อยู่ที่ 6,897.05 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 4.20% YoY:** อยู่ที่ 1,009.13 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 6,897.05 ล้านบาท ลดลง 0.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนขายลดลง 6.61% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 16.08% เป็น 2,291.41 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเป็น 33.22% จาก 28.58% ในปีก่อน แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้น 4.20% เป็น 1,009.13 ล้านบาท แต่กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานยังคงเติบโต 16.36% เป็น 1,351.61 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 24.14% เป็น 980.43 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 20,403.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนขายลดลง 1.28% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 17.80% เป็น 6,508.44 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31.90% เพิ่มขึ้น 3.71% แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 2.10% แต่กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานเติบโตถึง 33.58% เป็น 3,778.66 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นถึง 39.37% เป็น 2,724.34 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับขึ้นราคาสินค้า:** การปรับราคาสินค้าในกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศช่วยหนุนรายได้และกำไร
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** การลดลงของราคาน้ำมันปาล์มเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อ GPM
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** แม้ไตรมาสนี้จะได้รับผลกระทบ แต่ศักยภาพการเติบโตในภูมิภาคเอเชียยังคงมีอยู่
* **การขยายช่องทางขาย:** การเพิ่มยอดขายในประเทศกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแสดงถึงความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่าย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาน้ำมันปาล์มที่ลดลงในปัจจุบันอาจไม่ยั่งยืน และอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนในอนาคต
* **ปัญหาภายในประเทศของลูกค้ารายใหญ่ในเอเชีย:** ส่งผลกระทบต่อยอดขายในต่างประเทศ
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและราคาขาย
* **ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและยานพาหนะที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันอัตรากำไรในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะน้ำมันปาล์ม
* ผลกระทบจากปัญหาภายในประเทศของลูกค้ารายใหญ่ในตลาดเอเชียต่อยอดขายต่างประเทศ
* ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ
* แผนการขยายตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาวัตถุดิบหลักอย่างน้ำมันปาล์มที่ลดลงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนขายและเพิ่ม GPM อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้มีการปรับราคาสินค้าในกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศ ซึ่งช่วยหนุนรายได้จากการขายในส่วนนี้
* **Volume:** แม้รายได้จากการขายโดยรวมจะทรงตัว แต่การปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 8.58% ในขณะที่ยอดขายต่างประเทศลดลง 10.85% โดยเฉพาะในตลาดเอเชีย
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 4.64% มาอยู่ที่ 33.22% เป็นผลมาจากการลดลงของต้นทุนขายที่มากกว่าการลดลงของรายได้
* **ช่องทางขาย:** ช่องทางขายในประเทศยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ในขณะที่ช่องทางขายในต่างประเทศได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือลดลง 8.23% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 ซึ่งอาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการสต็อกที่มีประสิทธิภาพ หรือการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการ
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่ยอดขายต่างประเทศที่ลดลงอาจมีปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้อง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 44,838.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.57% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 21,256.52 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 23,581.53 ล้านบาท รายการที่เพิ่มขึ้นหลักมาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และลูกหนี้ตามสัญญาขายฝาก
หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,150.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.00% จากสิ้นปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากเงินปันผลค้างจ่าย อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.17 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 39,687.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.25% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากกำไรสุทธิ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 3,677.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,613.53 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อซื้อเครื่องจักรเพิ่ม และกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน 950.04 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นงวด 4,926.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,099.11 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TFMAMA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 24.14% เป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวได้ดี แม้รายได้จะทรงตัวเล็กน้อย ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อเนื่อง โดยเฉพาะแนวโน้มราคาวัตถุดิบและความสามารถในการรักษา GPM ในระยะยาว ประกอบกับความเสี่ยงจากตลาดต่างประเทศที่ยังคงมีอยู่ จะเป็นประเด็นสำคัญในการติดตามผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFMAMA ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
7,034.24
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
2,374.32
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.75
%
กำไรสุทธิ
291.47
ล้านบาท
↓ 74.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.14
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,034
↓ -7.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,374
↓ -7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
291
↓ -74.7%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFMAMA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
10.48
ROA (%)
11.09
Book Value/หุ้น
112.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFMAMA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFMAMA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,865.04
+6.49%
|
-1,751.30
+2.83%
|
-1,703.12
+35.22%
|
-1,259.51
-33.88%
|
-1,905.01
-132.14%
|
5,928.11
+6.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,078.65
-16.80%
|
1,296.50
-218.53%
|
-1,093.78
-53.63%
|
-2,358.96
+121.45%
|
-1,065.25
-72.83%
|
-3,920.05
-0.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
428.50
-298.75%
|
-215.60
-45.20%
|
-393.44
+537.05%
|
-61.76
+292.13%
|
-15.75
-99.04%
|
-1,642.65
+3.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-356.97
-47.30%
|
-677.32
-78.66%
|
-3,174.52
-13.33%
|
-3,662.89
+21.93%
|
-3,004.19
-900.71%
|
375.19
-1,641.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,925.88
+41.01%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,114.61
+3.18%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|