TFMAMA
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TFMAMA
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
186.00
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6555 out_tok=2731 at=2026-07-26T07:51:30 --> # TFMAMA กำไร Q3/2565 หดตัว 19.77% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดันมาร์จิ้น ## ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงกดดัน GPM หดตัว ขณะรายได้ยังเติบโตได้จากราคาขายและส่งออก บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 789.75 ล้านบาท ลดลง 19.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 7.65% โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงอย่างมาก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TFMAMA ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับลดลง 19.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แม้ว่ารายได้จากการขายจะยังคงเติบโตได้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นถึง 19.21% ในไตรมาส 3/2565 มาจาก **ราคาวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** อันเป็นผลมาจากสถานการณ์เงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น และสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มสูงขึ้น สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายจึงเพิ่มขึ้นจาก 64.49% ในไตรมาส 3/2564 เป็น 71.42% ในไตรมาส 3/2565 ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 13.36% และส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังกำไรสุทธิ ในขณะเดียวกัน รายได้จากการขายเติบโต 7.65% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการ **ปรับราคาขายเพิ่มขึ้น** และ **มูลค่าการขายสินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาท** โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์ที่เติบโตตามสภาวะตลาด ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกลับลดลง 2.94% เนื่องจากค่าระวางเรือที่ลดลง ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้บางส่วน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากข้อมูลในเอกสาร ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาวัตถุดิบหลักยังคงอยู่ในระดับที่สูง ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านต้นทุนอาจยังคงอยู่ อย่างไรก็ตาม การปรับราคาขายและการเติบโตของยอดขายส่งออกจากการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ความต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้ยังต้องติดตามสถานการณ์เงินเฟ้อและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 19.77% YoY:** ไตรมาส 3/2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 789.75 ล้านบาท ลดลงจาก 984.33 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขายเติบโต 7.65% YoY:** ยอดขายรวมอยู่ที่ 6,905.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6,415.18 ล้านบาทในปีก่อน * **ต้นทุนขายพุ่ง 19.21% YoY:** ต้นทุนขายอยู่ที่ 4,931.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 4,136.89 ล้านบาทในปีก่อน * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** GPM ลดลงจาก 35.51% ใน Q3/2564 เป็น 28.58% ใน Q3/2565 * **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารลดลง 2.94% YoY:** ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 968.50 ล้านบาท ลดลงจาก 997.87 ล้านบาทในปีก่อน * **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น:** ณ สิ้น Q3/2565 อยู่ที่ 5,253.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,664.54 ล้านบาทจากต้นงวด ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA มีรายได้จากการขายรวม 6,905.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้นถึง 19.21% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 35.51% เหลือ 28.58% แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะลดลง 2.94% แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้ ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 14.80% และส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 789.75 ล้านบาท ลดลง 19.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 19,600.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.06% แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,954.73 ล้านบาท ลดลง 27.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ## โอกาส * **การปรับราคาขาย:** บริษัทได้มีการปรับราคาขายสินค้า ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น * **การเติบโตของยอดขายส่งออก:** มูลค่าการขายสินค้าส่งออกเพิ่มขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาท * **การเติบโตของสินค้ากลุ่มบรรจุภัณฑ์:** ยอดขายกลุ่มบรรจุภัณฑ์เติบโตตามสภาวะตลาดโดยรวม * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงจากการบริหารจัดการที่ดี โดยเฉพาะค่าระวางเรือที่ลดลง ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นต่อเนื่อง:** สถานการณ์เงินเฟ้อและสงครามยังคงส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้การอ่อนค่าของเงินบาทจะเป็นผลดีต่อยอดขายส่งออก แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าบางส่วน * **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันในอุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ ยังคงมีอยู่สูง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบสำคัญ เช่น แป้งสาลี น้ำมันปาล์ม และพลังงาน * **ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน:** การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเทียบกับสกุลเงินหลัก * **กลยุทธ์การปรับราคาขาย:** ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค * **การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** การขยายตลาดและส่วนแบ่งการตลาดในต่างแดน * **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์เงินเฟ้อและสงครามรัสเซีย-ยูเครน เป็นปัจจัยหลักกดดันต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น * **Volume:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุ Volume การผลิตหรือขายโดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ 7.65% ใน Q3/2565 มาจากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น และมูลค่าการขายสินค้าส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาท ซึ่งอาจบ่งชี้ว่า Volume การขายอาจไม่ได้เติบโตในอัตราที่สูงเท่ารายได้ * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 35.51% ใน Q3/2564 เป็น 28.58% ใน Q3/2565 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าส่งออกที่ได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท * **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 35.01% เป็น 2,575.14 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้ารอส่งให้ลูกค้า ซึ่งอาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับคำสั่งซื้อหรือการสต็อกวัตถุดิบ * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลดีต่อมูลค่าการขายสินค้าส่งออก * **ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 42,137.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.06% จากสิ้นปี 2564 โดยมีรายการหลักที่เพิ่มขึ้นคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (เพิ่มขึ้น 46.38%) และสินค้าคงเหลือ (เพิ่มขึ้น 35.01%) หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,923.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.28% จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากเงินปันผลค้างจ่าย โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.17 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.74% เป็น 37,213.73 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 2,415.32 ล้านบาท ลดลงจาก 3,521.65 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีกระแสเงินสดสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 1,664.54 ล้านบาท ทำให้มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นงวดอยู่ที่ 5,253.13 ล้านบาท ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TFMAMA ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับลดลงคือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายจะยังเติบโตได้จากการปรับราคาขายและยอดขายส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบที่ยังอยู่ในระดับสูงและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทฯ มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนในการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFMAMA ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
7,034.24 ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
2,374.32 ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.75 %
กำไรสุทธิ
291.47 ล้านบาท
↓ 74.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.14 %
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,034
↓ -7.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,374
↓ -7.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
291
↓ -74.7% YoY
D/E Ratio
0.10

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFMAMA

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
7,034.24
-7.11%
7,572.77
+4.08%
7,275.74
+4.95%
6,932.74
+5.63%
6,563.44
+13.40%
5,788.07
-8.01%
กำไรขั้นต้น
2,374.32
-7.80%
2,575.21
+4.53%
2,463.58
+15.55%
2,132.12
-1.82%
2,171.66
+2.44%
2,119.88
-11.35%
ค่าใช้จ่ายรวม
1,113.74
+3.31%
1,078.10
+2.70%
1,049.77
+9.45%
959.17
-3.43%
993.24
+11.20%
893.20
-5.20%
กำไรสุทธิ
291.47
-74.65%
1,149.78
+21.16%
948.97
+38.85%
683.45
-23.73%
896.08
+10.68%
809.61
-18.75%
กำไรต่อหุ้น
0.88
-74.65%
3.49
+21.16%
2.88
+38.83%
2.07
-23.73%
2.72
+10.67%
2.46
-18.73%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
33.75
-0.76%
34.01
+0.44%
33.86
+10.11%
30.75
-7.07%
33.09
-9.66%
36.63
-3.61%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
15.83
+11.17%
14.24
-1.32%
14.43
+4.26%
13.84
-8.53%
15.13
-1.94%
15.43
+3.07%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
4.14
-72.73%
15.18
+16.41%
13.04
+32.25%
9.86
-27.77%
13.65
-2.43%
13.99
-11.68%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-32.09
+59.81%
-79.85
-159.84%
-30.73
+81.65%
-167.48
-289.09%
88.57
+464.19%
-24.32
-107.44%
ROE(%)
10.48
-22.49%
13.52
+10.10%
12.28
+27.65%
9.62
-27.12%
13.20
-20.34%
16.57
+22.20%
ROA(%)
11.09
-22.39%
14.29
+6.96%
13.36
+21.45%
11.00
-20.81%
13.89
-12.75%
15.92
+11.88%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.10
-9.09%
0.11
0.11
-8.33%
0.12
0.12
0.12
-7.69%
P/E
16.00
+5.54%
15.16
-25.02%
20.22
-14.32%
23.60
+24.21%
19.00
+25.00%
15.20
-2.19%
P/BV
1.79
-9.14%
1.97
-16.17%
2.35
+1.73%
2.31
-9.41%
2.55
+0.39%
2.54
-5.58%
BV
107.71
+6.45%
101.18
+8.88%
92.93
+6.25%
87.46
+5.54%
82.87
+9.53%
75.66
+11.28%
YIELD(%)
2.82
+27.03%
2.22
+18.72%
1.87
-7.43%
2.02
-10.62%
2.26
-2.59%
2.32
+8.41%
ราคาหุ้น
192.50
-3.51%
199.50
-8.49%
218.00
+7.92%
202.00
-4.27%
211.00
+9.61%
192.50
+5.19%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
10.48
ROA (%)
11.09
Book Value/หุ้น
112.83

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFMAMA

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
26,640.93
+5.75%
25,193.29
+7.76%
23,383.49
+22.62%
19,070.59
+7.57%
17,728.09
+9.26%
16,225.19
+12.93%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
24,935.32
+1.90%
24,469.42
+9.31%
22,381.42
-6.00%
23,809.75
+4.59%
22,765.59
+7.43%
21,191.38
+6.74%
รวมสินทรัพย์
51,576.25
+3.85%
49,662.71
+8.52%
45,764.91
+6.73%
42,880.34
+5.89%
40,493.68
+8.22%
37,416.57
+9.34%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
3,418.05
-14.72%
4,008.00
+11.17%
3,605.28
+5.73%
3,409.83
+5.38%
3,235.69
+10.12%
2,938.24
-5.32%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
1,276.95
+24.60%
1,024.84
+0.75%
1,017.17
-1.26%
1,030.14
-0.51%
1,035.45
-4.73%
1,086.87
-1.68%
รวมหนี้สิน
4,695.00
-6.71%
5,032.84
+8.88%
4,622.45
+4.11%
4,439.97
+3.95%
4,271.14
+6.11%
4,025.12
-4.36%
รวมส่วนของเจ้าของ
46,881.25
+5.04%
44,629.87
+8.48%
41,142.46
+7.03%
38,440.37
+6.12%
36,222.54
+8.48%
33,391.45
+11.26%
D/E
0.10
0.11
0.11
0.12
0.12
0.12
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
10.48
13.52
12.28
9.62
13.20
16.57
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
11.09
14.29
13.36
11.00
13.89
15.92
อัตราส่วนสภาพคล่อง
7.79
6.29
6.49
5.59
5.48
5.52
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
6.72
5.38
5.36
4.74
4.86
2.36
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
49.18
51.50
0.00
0.00
51.39
53.20
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
41.73
41.55
0.00
0.00
37.67
35.34
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
46.25
45.55
0.00
0.00
43.59
44.30
วงจรเงินสด
44.66
47.49
0.00
0.00
45.46
44.24
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFMAMA

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-1,865.04
+6.49%
-1,751.30
+2.83%
-1,703.12
+35.22%
-1,259.51
-33.88%
-1,905.01
-132.14%
5,928.11
+6.94%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
1,078.65
-16.80%
1,296.50
-218.53%
-1,093.78
-53.63%
-2,358.96
+121.45%
-1,065.25
-72.83%
-3,920.05
-0.65%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
428.50
-298.75%
-215.60
-45.20%
-393.44
+537.05%
-61.76
+292.13%
-15.75
-99.04%
-1,642.65
+3.06%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-356.97
-47.30%
-677.32
-78.66%
-3,174.52
-13.33%
-3,662.89
+21.93%
-3,004.19
-900.71%
375.19
-1,641.45%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
5,925.88
+41.01%
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
6,114.61
+3.18%
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00