บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
186.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6378 out_tok=2289 at=2026-07-26T08:38:18 -->
# TFMAMA กำไร Q1/65 ดิ่ง 28% ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ค่าขนส่งแพง
## รายได้โต 6% แต่ GPM หด 9.86% ฉุดกำไรสุทธิวูบ เหตุต้นทุนพุ่ง-ค่าระวางเรือสูง
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 608.75 ล้านบาท ลดลง 27.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 6.30% เป็น 6,156.36 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ TFMAMA ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก** และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการส่งออกและค่าระวางเรือ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลงถึง 9.86% และอัตรากำไรสุทธิที่ลดลงจาก 14.02% ในปีก่อน เหลือเพียง 9.57% ในไตรมาสนี้ แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 6.30% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 14.63% เป็นผลมาจาก **ราคาวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก** ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 65.97% เป็น 71.15% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 1.42% โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่เพิ่มขึ้น** ประกอบกับ **ค่าระวางเรือและราคาน้ำมันในการขนส่งสินค้าที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นมาก** ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อต้นทุนรวมของบริษัทฯ และบั่นทอนความสามารถในการทำกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ฝ่ายจัดการให้มา **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** โดยระบุเพียงว่าต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการในไตรมาสนี้ แต่ไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะคลี่คลายหรือรุนแรงขึ้นในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การที่ค่าใช้จ่ายในการส่งออกและค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นต้นทุนที่ผันผวนตามสภาวะตลาดโลก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 27.97%** อยู่ที่ 608.75 ล้านบาท จาก 845.08 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 6.30%** เป็น 6,156.36 ล้านบาท จาก 5,791.50 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 14.63%** เป็น 4,380.01 ล้านบาท เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว 9.86%** จาก 1,970.65 ล้านบาท เหลือ 1,776.35 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 1.42%** เป็น 984.85 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายส่งออกและค่าระวางเรือที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 14.02% ในปีก่อน เหลือ 9.57% ในไตรมาสนี้
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 46.37%** เป็น 2,425.56 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้ารอส่งให้ลูกค้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวมสำหรับไตรมาสที่ 1/2565 จำนวน 6,156.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.30% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 14.63% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 9.86% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 21.02% เมื่อเทียบกับปีก่อน เมื่อรวมรายการอื่น ๆ เช่น ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่ลดลง และรายได้ทางการเงินที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 608.75 ล้านบาท ลดลง 27.97%
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายสินค้าบะหมี่และอาหารกึ่งสำเร็จรูป** ทั้งในและต่างประเทศที่ยังคงเติบโต
* **การปรับราคาสินค้าเบเกอรี่บางรายการ** เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของยอดขายน้ำผลไม้** ที่ยังคงมีแนวโน้มที่ดี
* **การบริหารสภาพคล่องที่ดี** โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก** ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนค่าขนส่งและค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการส่งออก
* **สภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัว** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาสำหรับธุรกิจส่งออก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักในไตรมาสถัดไป
* ทิศทางค่าระวางเรือและค่าขนส่งสินค้า
* ผลกระทบของการปรับราคาสินค้าต่อยอดขายในระยะยาว
* การบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้นมาก เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขายโดยตรง
**Volume:** รายได้จากการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 6.30% โดยสินค้าบะหมี่และอาหารกึ่งสำเร็จรูปในประเทศและต่างประเทศมียอดขายเพิ่มขึ้น 2.61% และ 9.03% ตามลำดับ สินค้าเบเกอรี่เพิ่มขึ้น 10.01% และน้ำผลไม้เพิ่มขึ้น 5.12%
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 9.86% เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้
**ช่องทางขาย:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางขายที่ชัดเจน แต่ยอดขายในประเทศและต่างประเทศของสินค้าบะหมี่และอาหารกึ่งสำเร็จรูปมีการเติบโต
**สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 46.37% ส่วนใหญ่เป็นสินค้ารอส่งให้ลูกค้า ซึ่งอาจสะท้อนการเตรียมพร้อมรับคำสั่งซื้อ หรืออาจเป็นสัญญาณของการสต็อกสินค้าเพื่อรองรับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าใช้จ่ายในการส่งออกเพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าระวางเรือที่สูงขึ้นมาก เป็นปัจจัยกดดันต้นทุน
**ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 41,593.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.01% จากสิ้นปี 2564 โดยมีรายการหลักที่เพิ่มขึ้นคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (เพิ่มขึ้น 30.03%) และสินค้าคงเหลือ (เพิ่มขึ้น 46.37%) หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,567.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.32% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.16 เท่า แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 37,025.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.39% จากกำไรจากการดำเนินงาน งบกระแสเงินสดแสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีกระแสเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้น 1,378.75 ล้านบาท โดยกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 558.79 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 582.93 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TFMAMA เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างหนักในไตรมาส 1 ปี 2565 จากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น แม้จะสามารถผลักดันยอดขายให้เติบโตได้ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ฐานะการเงินจะยังคงแข็งแกร่งและมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดี แต่ความไม่แน่นอนของต้นทุนในอนาคตยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFMAMA ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
7,034.24
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
2,374.32
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.75
%
กำไรสุทธิ
291.47
ล้านบาท
↓ 74.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.14
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,034
↓ -7.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,374
↓ -7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
291
↓ -74.7%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFMAMA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
10.48
ROA (%)
11.09
Book Value/หุ้น
112.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFMAMA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFMAMA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,865.04
+6.49%
|
-1,751.30
+2.83%
|
-1,703.12
+35.22%
|
-1,259.51
-33.88%
|
-1,905.01
-132.14%
|
5,928.11
+6.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,078.65
-16.80%
|
1,296.50
-218.53%
|
-1,093.78
-53.63%
|
-2,358.96
+121.45%
|
-1,065.25
-72.83%
|
-3,920.05
-0.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
428.50
-298.75%
|
-215.60
-45.20%
|
-393.44
+537.05%
|
-61.76
+292.13%
|
-15.75
-99.04%
|
-1,642.65
+3.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-356.97
-47.30%
|
-677.32
-78.66%
|
-3,174.52
-13.33%
|
-3,662.89
+21.93%
|
-3,004.19
-900.71%
|
375.19
-1,641.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,925.88
+41.01%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,114.61
+3.18%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|