บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
186.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9271 out_tok=2278 at=2026-07-26T08:32:20 -->
# TFMAMA Q2/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 69% รับอานิสงส์ต้นทุนวัตถุดิบคลายตัว
## รายได้รวมโต 2.57% ขณะที่ต้นทุนขายลดลง หนุนกำไรขั้นต้นขยายตัว
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 69.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TFMAMA ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 27.14% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 31.93% ในไตรมาสนี้ ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรจากการดำเนินงานที่เติบโตถึง 56.88% และกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 69.05%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การขยายตัวของ GPM เกิดจาก **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง** โดยต้นทุนขายรวมลดลง 4.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโตขึ้น 2.57% ซึ่งสะท้อนถึงการที่บริษัทฯ สามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาวัตถุดิบบางชนิดที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับการที่บริษัทฯ สามารถปรับขึ้นราคาขายสินค้าบางรายการได้ ทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาขายและต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุว่า **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายลดลง** มาอยู่ที่ 68.07% ในไตรมาส 2/2566 จาก 72.86% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการบริหารต้นทุนขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของราคาวัตถุดิบบางชนิดที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา แต่โดยรวมแล้ว การบริหารจัดการต้นทุนและการปรับราคาขายที่เหมาะสม น่าจะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดีได้ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 69.05% YoY:** จาก 556.24 ล้านบาท เป็น 940.30 ล้านบาท
* **รายได้รวมเติบโต 2.57% YoY:** อยู่ที่ 6,706.30 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายลดลง 4.17% YoY:** อยู่ที่ 4,565.20 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัว:** จาก 27.14% เป็น 31.93%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 6.03% YoY:** อยู่ที่ 989.24 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 2.71%:** อยู่ที่ 44,043.20 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 TFMAMA มีรายได้จากการขายรวม 6,706.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยรายได้จากการขายในประเทศเติบโต 8.19% จากการรับรู้ราคาขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการขายต่างประเทศลดลง 0.18% โดยได้รับผลกระทบจากตลาดในภูมิภาคอาเซียนที่อัตราการเติบโตชะลอตัว และกลุ่มสินค้าขนมขบเคี้ยวที่ยอดขายลดลงจากการรับรู้ราคาขายที่เพิ่มขึ้น
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 4,565.20 ล้านบาท ลดลง 4.17% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้เพิ่มขึ้นเป็น 31.93% จาก 27.14% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 989.24 ล้านบาท ลดลง 6.03% YoY โดยลดลงเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย
ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 56.88% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เติบโตถึง 69.05% YoY มาอยู่ที่ 940.30 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 13,506.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.39% YoY และมีกำไรสุทธิ 1,743.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.69% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ในประเทศ:** การปรับขึ้นราคาขายสินค้าและการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในประเทศ
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** แม้บางตลาดจะชะลอตัว แต่การกระจายฐานลูกค้าไปยังตลาดอื่นๆ ยังคงเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันต้นทุนจะลดลง แต่ราคาวัตถุดิบบางชนิดยังมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในอนาคต
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบสำคัญ เช่น แป้งสาลี น้ำมันปาล์ม และการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
* กลยุทธ์การขยายตลาดในภูมิภาคอาเซียนและตลาดอื่นๆ
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างต่อเนื่อง
* การออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาวัตถุดิบบางชนิดคลายตัวลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิต
* **Volume:** รายได้จากการขายในประเทศเติบโต 8.19% สะท้อนถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ราคาขายที่สูงขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 27.14% เป็น 31.93%
* **ช่องทางขาย:** รายได้ในประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ในขณะที่ตลาดต่างประเทศเผชิญความท้าทาย
* **สต็อก:** มีการกล่าวถึงสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจต้องติดตามการบริหารจัดการสต็อก
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้จากการส่งออกชะลอตัวเล็กน้อย โดยได้รับผลกระทบจากตลาดในภูมิภาคอาเซียน
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรงในงวดนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 44,043.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.71% จากสิ้นปี 2565 โดยมีรายการสำคัญที่เพิ่มขึ้นคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และลูกหนี้ตามสัญญาขายฝากครบกำหนดภายใน 1 ปี
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,626.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.20% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 39,416.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.54% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากการดำเนินงาน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 2,377.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง บริษัทฯ มีการใช้เงินสดในกิจกรรมลงทุนและกิจกรรมจัดหาเงินตามปกติ
## สรุปท้าย
TFMAMA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้น 69.05% โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและการปรับขึ้นราคาขายสินค้า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างโดดเด่น แม้รายได้จากการขายจะเติบโตในระดับปานกลาง การบริหารค่าใช้จ่ายที่รัดกุมยังคงเป็นปัจจัยหนุนผลกำไรอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TFMAMA ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
7,034.24
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
2,374.32
ล้านบาท
↓ 7.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
33.75
%
กำไรสุทธิ
291.47
ล้านบาท
↓ 74.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.14
%
D/E Ratio
0.10
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,034
↓ -7.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,374
↓ -7.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
291
↓ -74.7%
YoY
D/E Ratio
0.10
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TFMAMA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.10
ROE (%)
10.48
ROA (%)
11.09
Book Value/หุ้น
112.83
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TFMAMA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,865
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,079
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TFMAMA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,865.04
+6.49%
|
-1,751.30
+2.83%
|
-1,703.12
+35.22%
|
-1,259.51
-33.88%
|
-1,905.01
-132.14%
|
5,928.11
+6.94%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,078.65
-16.80%
|
1,296.50
-218.53%
|
-1,093.78
-53.63%
|
-2,358.96
+121.45%
|
-1,065.25
-72.83%
|
-3,920.05
-0.65%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
428.50
-298.75%
|
-215.60
-45.20%
|
-393.44
+537.05%
|
-61.76
+292.13%
|
-15.75
-99.04%
|
-1,642.65
+3.06%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-356.97
-47.30%
|
-677.32
-78.66%
|
-3,174.52
-13.33%
|
-3,662.89
+21.93%
|
-3,004.19
-900.71%
|
375.19
-1,641.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
5,925.88
+41.01%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,114.61
+3.18%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|