บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
1.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8499 out_tok=3035 at=2026-07-26T07:18:41 -->
# TAE กำไรสุทธิปี 64 พลิกขาดทุน 58.42 ล้านบาท รับผลกระทบโควิด-19-ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
## รายได้วูบ 8.33% ปริมาณขายเอทานอลหด 18.23% กากน้ำตาลพุ่ง 28.05% ฉุดกำไรขั้นต้นวูบ
บริษัท ไทยอะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 58.42 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีกำไร 70.17 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 183.25% โดยมีรายได้รวม 2,207.93 ล้านบาท ลดลง 8.33% จากปีก่อน สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลง ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายเอทานอลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับราคาวัตถุดิบหลักอย่างกากน้ำตาลที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ TAE ในปี 2564 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การลดลงของปริมาณการขายเอทานอลที่ 18.23%** และ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลัก (กากน้ำตาล) ที่ 28.05%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายที่ลดลง 8.26% และกำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมากจาก 8.28% ในปีก่อน เหลือเพียง 2.94% ของรายได้จากการขาย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ปริมาณการขายเอทานอลลดลง:** เป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลง ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายเอทานอลซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ ลดลงตามไปด้วย
* **ต้นทุนวัตถุดิบ (กากน้ำตาล) เพิ่มขึ้น:** ปัญหาภัยแล้งส่งผลกระทบต่อราคากากน้ำตาล ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 28.05%
* **ผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น:** การลดลงของรายได้จากการขายประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ลดลงอย่างมาก จาก 199.28 ล้านบาทในปี 2563 เหลือเพียง 64.81 ล้านบาทในปี 2564 หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 8.28% เหลือ 2.94%
* **ค่าใช้จ่ายในการผลิตที่โอนเป็นค่าใช้จ่ายขายและบริหาร:** เนื่องจากปริมาณการผลิตเอทานอลลดลง บริษัทฯ จึงหยุดผลิตเอทานอลสายการผลิตที่ 1 ชั่วคราว ทำให้ค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เกิดขึ้นถูกโอนไปเป็นค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 19.16%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในปี 2565 ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าความต้องการใช้เอทานอลจะเพิ่มขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว นอกจากนี้ ปริมาณอ้อยเข้าหีบในฤดูกาลผลิต 2564/65 คาดว่าจะสูงกว่าปีก่อน ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณกากน้ำตาลมากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคามันสำปะหลังยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 58.42 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 70.17 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง:** 2,207.93 ล้านบาท ลดลง 8.33% จากปีก่อน
* **ปริมาณขายเอทานอลหดตัว:** ลดลง 18.23% จากผลกระทบโควิด-19
* **ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง:** ราคากากน้ำตาลเพิ่มขึ้น 28.05%
* **กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 8.28% เหลือ 2.94%
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** 19.16% จากการโอนค่าใช้จ่ายการผลิตสายการผลิตที่ 1
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท ไทยอะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE มีรายได้รวม 2,207.93 ล้านบาท ลดลง 8.33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการจำหน่ายเอทานอล 8.26% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายเอทานอลลดลง 18.23% นอกจากนี้ รายได้อื่นยังลดลง 76.32% เนื่องจากรายได้จากการขาย Fusel Oil ลดลง และไม่มีรายการขายสินทรัพย์หรือได้รับเงินชดเชยประกันภัยเหมือนปีก่อน
ในด้านต้นทุนขาย ลดลง 2.91% สอดคล้องกับปริมาณการจำหน่ายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 8.28% ในปีก่อน เหลือเพียง 2.94% เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลักอย่างกากน้ำตาลปรับตัวสูงขึ้นถึง 28.05%
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 19.16% เนื่องจากการหยุดผลิตเอทานอลสายการผลิตที่ 1 ชั่วคราว ทำให้ค่าใช้จ่ายในการผลิตถูกโอนมาเป็นค่าใช้จ่ายขายและบริหาร ในขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 8.19% จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาว และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงอย่างมาก 346.62% เนื่องจากมีสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีเพิ่มขึ้น
ผลประกอบการโดยรวมในปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 58.42 ล้านบาท หรือขาดทุน 0.06 บาทต่อหุ้น จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 70.17 ล้านบาท หรือกำไร 0.07 บาทต่อหุ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** คาดการณ์ว่าความต้องการใช้เอทานอลในปี 2565 จะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
* **ปริมาณอ้อยเข้าหีบเพิ่มขึ้น:** ฤดูกาลผลิต 2564/65 คาดว่าจะมีปริมาณอ้อยเข้าหีบสูงขึ้น 28.64% ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณกากน้ำตาลมากขึ้น
* **การสนับสนุนจากสถาบันการเงิน:** บริษัทยังคงได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการเงินที่ดี และมีวงเงินสินเชื่อเพียงพอต่อการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคามันสำปะหลัง โดยเฉพาะมันสำปะหลังเส้น ยังคงมีความผันผวนจากความต้องการซื้อจากต่างประเทศและอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง
* **สถานการณ์โควิด-19:** แม้จะคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้พลังงาน
* **การผิดเงื่อนไขสัญญาเงินกู้:** ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ ไม่สามารถดำรงอัตราส่วน DSCR ได้ตามข้อผูกพันในสัญญากู้ยืมเงิน แม้จะได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแล้ว แต่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
* **ข้อจำกัดในการจ่ายเงินปันผล:** บริษัทฯ จะไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้หากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญากู้ยืมเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการขายเอทานอล:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
* **ราคาวัตถุดิบหลัก (กากน้ำตาล):** ปริมาณผลผลิตอ้อยและปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา
* **การปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาเงินกู้:** โดยเฉพาะอัตราส่วน DSCR และ D/E
* **แผนการบริหารจัดการต้นทุน:** เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลกระทบจากความผันผวนของราคามันสำปะหลัง:** ต่อรายได้อื่น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุราคาขายเอทานอลโดยตรง แต่ระบุถึงปริมาณการขายที่ลดลง 18.23% ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ที่ลดลง
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการขายเอทานอลลดลง 18.23% และมีการหยุดผลิตสายการผลิตที่ 1 ชั่วคราว
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (กากน้ำตาล) เพิ่มขึ้น 28.05% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **กำลังการผลิต:** มีการหยุดผลิตสายการผลิตที่ 1 ชั่วคราว
* **โครงการลงทุน:** มีการลงทุนในต้นทุนการปลูกต้นไม้ตามโครงการปลูกป่าเศรษฐกิจ 5.12 ล้านบาท และซื้อทรัพย์สิน 83 ล้านบาท
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 3,398.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.20% จากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 20.80% จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงลูกหนี้การค้าและเงินจ่ายล่วงหน้าค่าซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 2.45%
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 1,692.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.57% จากปีก่อน โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 77.25% ขณะที่เงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 1,705.28 ล้านบาท ลดลง 5.19% จากปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าหุ้นตามบัญชีลดลงจาก 1.80 บาท เป็น 1.71 บาทต่อหุ้น
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** Current Ratio อยู่ที่ 0.58 เท่า และ Quick Ratio อยู่ที่ 0.22 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำ แต่บริษัทยังมีสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าที่มั่นคง รวมถึงมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและวงเงินสินเชื่อเพียงพอ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** อยู่ที่ 0.99:1 เท่า
* **วงจรเงินสด (Cash Cycle):** เพิ่มขึ้นเป็น 18.54 วัน โดยมีระยะเวลาเรียกเก็บหนี้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น และระยะเวลาขายสินค้าสำเร็จรูปเฉลี่ยลดลง
* **กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** ใช้เงินสดสุทธิ 63.04 ล้านบาท (ปี 2563 ได้เงินสด 991.33 ล้านบาท)
* **กิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดสุทธิ 88.12 ล้านบาท
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ได้เงินสดสุทธิ 161.40 ล้านบาท (จากการกู้ยืมระยะยาวเป็นหลัก)
* **เงินสดคงเหลือปลายงวด:** 36.74 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ TAE โดยมีปัจจัยหลักกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายเอทานอล และปัญหาภัยแล้งที่ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบกากน้ำตาลพุ่งสูงขึ้น จนทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 58.42 ล้านบาท แม้ว่าแนวโน้มในปี 2565 จะมีสัญญาณบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณอ้อยที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น แต่ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และภาระผูกพันตามสัญญาเงินกู้ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TAE ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
433.35
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
68.44
ล้านบาท
↓ 385.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.79
%
กำไรสุทธิ
22.74
ล้านบาท
↓ 405% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.25
%
D/E Ratio
0.73
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
433
↓ -7.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
68
↓ -385.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -405%
YoY
D/E Ratio
0.73
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TAE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.73
ROE (%)
-0.49
ROA (%)
1.59
Book Value/หุ้น
1.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TAE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TAE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-213.02
-15.86%
|
-253.16
-18.08%
|
-309.04
+35.50%
|
-228.07
-158.76%
|
388.12
-60.85%
|
991.33
+136.24%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
19.17
-3.62%
|
19.89
-82.04%
|
110.76
+186.72%
|
38.63
-47.36%
|
73.38
-146.07%
|
-159.27
-40.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
196.55
-24.81%
|
261.42
+49.24%
|
175.17
-15.98%
|
208.48
-146.40%
|
-449.30
-45.93%
|
-831.00
+418.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2.70
-90.41%
|
28.15
-221.76%
|
-23.12
-221.56%
|
19.02
+56.03%
|
12.19
+1,050.00%
|
1.06
-115.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
38.35
-18.63%
|
47.13
+114.81%
|
21.94
-40.28%
|
36.74
+38.64%
|
26.50
+4.17%
|
25.44
-20.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.89
-24.67%
|
38.35
-18.63%
|
47.13
+114.81%
|
21.94
-40.28%
|
36.74
+38.64%
|
26.50
+4.17%
|