บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
1.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10843 out_tok=3091 at=2026-07-26T07:39:19 -->
# TAE Q3/2564 ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 27.64 ลบ. รับพิษโควิด-19 ฉุดดีมานด์เอทานอล-ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
## รายได้และกำไรทรุดหนักจากปริมาณขายเอทานอลหดตัว 37% และต้นทุนกากน้ำตาลพุ่ง 34%
บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 27.64 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 10.20 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณการจำหน่ายเอทานอลที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาพรวมผลการดำเนินงานอย่างชัดเจน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ทรัพยากร / พลังงาน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ TAE ในไตรมาส 3/2564 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างมากของปริมาณการจำหน่ายเอทานอล (-37.24% YoY)** ควบคู่ไปกับ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนกากน้ำตาลซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก (+34.51% YoY)** ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลง 29.16% และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) หดตัวลงอย่างรวดเร็วจาก 5.66% ในปีก่อน เหลือเพียง 2.79% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 27.64 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ปริมาณการจำหน่ายเอทานอลที่ลดลง** เป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงโดยรวม ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันลดลงตามไปด้วย ซึ่งกระทบต่อปริมาณการจำหน่ายเอทานอลที่เป็นส่วนผสมหลัก
ในขณะเดียวกัน **ต้นทุนกากน้ำตาลที่เพิ่มสูงขึ้น** เกิดจากปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตอ้อย ทำให้กากน้ำตาลซึ่งเป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมน้ำตาลมีราคาสูงขึ้น การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบนี้ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขาย ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก
นอกจากนี้ การหยุดผลิตเอทานอลสายการผลิตที่ 1 ชั่วคราวเนื่องจากความต้องการลดลง ยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการผลิตที่เกิดขึ้นถูกโอนไปเป็นค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารระบุว่า สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายและมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ รวมถึงนโยบายเปิดประเทศ คาดว่าจะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและเอทานอลเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 4/2564 และต่อเนื่องไปถึงปี 2565 ซึ่งเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม ปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด บริษัทได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ใช้วัตถุดิบได้หลากหลายขึ้นและเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุน ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 27.64 ล้านบาทใน Q3/64:** พลิกจากกำไร 10.20 ล้านบาทใน Q3/63 โดยขาดทุนสุทธิ 9 เดือนแรกปี 64 อยู่ที่ 13.55 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 29.22% YoY ใน Q3/64:** อยู่ที่ 465.72 ล้านบาท จาก 657.39 ล้านบาทในปีก่อน
* **ปริมาณจำหน่ายเอทานอลลดลง 37.24% YoY ใน Q3/64:** เป็นผลจากความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลงจากการระบาดของโควิด-19
* **ต้นทุนกากน้ำตาล (วัตถุดิบหลัก) เพิ่มขึ้น 34.51% YoY ใน Q3/64:** จากปัญหาภัยแล้ง ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น
* **กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 5.66% ใน Q3/63 เหลือ 2.79% ใน Q3/64
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE รายงานผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 465.72 ล้านบาท ลดลง 29.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายเอทานอลที่ลดลง 191.71 ล้านบาท หรือ 29.16% เนื่องจากปริมาณการจำหน่ายเอทานอลลดลง 37.24% จากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลง นอกจากนี้ รายได้อื่นก็ลดลงเช่นกัน
ในส่วนของต้นทุนขายเอทานอลลดลง 167.49 ล้านบาท หรือ 27.01% ตามปริมาณการจำหน่ายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 94.34% เป็น 97.21% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 12.97 ล้านบาท ลดลงอย่างมากจาก 37.19 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 2.79% ลดลงจาก 5.66%
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 11.11 ล้านบาท หรือ 58.78% เนื่องจากบริษัทได้หยุดผลิตเอทานอลสายการผลิตที่ 1 ชั่วคราว ทำให้ค่าใช้จ่ายในการผลิตโอนมาเป็นค่าใช้จ่ายขายและบริหาร
เมื่อรวมผลประกอบการทั้งหมด บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3/2564 จำนวน 27.64 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10.20 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 1,732.15 ล้านบาท ลดลง 9.13% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายเอทานอลที่ลดลง 172.89 ล้านบาท หรือ 9.08% เนื่องจากปริมาณการจำหน่ายเอทานอลลดลง 20.23% และต้นทุนกากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น 28.39% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 209.49 ล้านบาท เป็น 87.94 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 13.55 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 101.17 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของความต้องการเอทานอล:** จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย นโยบายเปิดประเทศ และการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ คาดว่าจะส่งผลให้การเดินทางและความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงเอทานอล เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายปี 2564 และต่อเนื่องในปี 2565
* **การปรับปรุงกระบวนการผลิต:** บริษัทได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตเอทานอลให้สามารถใช้วัตถุดิบได้หลากหลายมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุน โดยเฉพาะการลดต้นทุนด้านพลังงานด้วยการประหยัดพลังงานและผลิตไฟฟ้าใช้เอง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ปัญหาภัยแล้งยังคงส่งผลกระทบต่อราคากากน้ำตาล ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล ทำให้ต้นทุนการผลิตยังคงมีความเสี่ยงที่จะสูงขึ้น
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและเอทานอลได้อีกครั้ง
* **ภาระผูกพันตามสัญญากู้ยืม:** บริษัทไม่สามารถดำรงอัตราส่วน DSCR ได้ตามข้อผูกพันในสัญญากู้ยืมเงิน แม้จะได้รับการผ่อนผันจากธนาคารแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการเงินอย่างใกล้ชิด
* **ข้อจำกัดในการจ่ายเงินปันผล:** บริษัทจะไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้หากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญากู้ยืมเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการจำหน่ายเอทานอล:** การฟื้นตัวของความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
* **ราคาและปริมาณกากน้ำตาล:** ผลกระทบจากภัยแล้งต่ออุปทานและราคาวัตถุดิบหลัก
* **ประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
* **การปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการเงิน:** การรักษาระดับอัตราส่วนทางการเงินตามที่ธนาคารกำหนด
* **การปรับปรุงกระบวนการผลิต:** ความสำเร็จในการใช้วัตถุดิบที่หลากหลายขึ้นเพื่อลดการพึ่งพากากน้ำตาล
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาขายเอทานอลโดยตรง แต่ชี้แจงว่าปริมาณการจำหน่ายลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณจำหน่ายเอทานอลลดลง 37.24% ใน Q3/64 และ 20.23% ใน 9 เดือนแรกปี 64 โดยมีการหยุดผลิตสายการผลิตที่ 1 ชั่วคราว
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนกากน้ำตาลซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักเพิ่มขึ้น 34.51% ใน Q3/64 และ 28.39% ใน 9 เดือนแรกปี 64 ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายโดยรวม
* **กำลังการผลิต:** มีการหยุดผลิตสายการผลิตที่ 1 ชั่วคราว แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดกำลังการผลิตรวม
* **โครงการลงทุน:** มีการลงทุนในโครงการปลูกป่าเศรษฐกิจ 4.28 ล้านบาท และซื้อทรัพย์สิน 72.44 ล้านบาท ในส่วนของกิจกรรมลงทุน
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 3,328.86 ล้านบาท ลดลง 0.87% จากสิ้นปี 63 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.70% จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงเหลือ (กากน้ำตาล) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (161.13%) ขณะที่เงินจ่ายล่วงหน้าลดลง สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 1.90%
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 1,578.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.25% จากสิ้นปี 63 โดยเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 92.88% ขณะที่เงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าลดลง
* **ส่วนของเจ้าของ:** ณ 30 ก.ย. 64 อยู่ที่ 1,750.14 ล้านบาท ลดลง 2.70% จากสิ้นปี 63 ส่งผลให้มูลค่าหุ้นตามบัญชีลดลงจาก 1.80 บาท เป็น 1.75 บาทต่อหุ้น
* **กระแสเงินสด:** ในงวด 9 เดือนแรกปี 64 เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 18.06 ล้านบาท ลดลงอย่างมากจาก 833.59 ล้านบาทในปีก่อน เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 76.72 ล้านบาท และเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 59.45 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ TAE ในไตรมาส 3 ปี 2564 ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการลดลงของปริมาณการจำหน่ายเอทานอลอันเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ แม้จะมีแนวโน้มการฟื้นตัวของความต้องการเอทานอลในช่วงปลายปีและปีหน้า แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและภาระผูกพันทางการเงินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TAE ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
433.35
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
68.44
ล้านบาท
↓ 385.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.79
%
กำไรสุทธิ
22.74
ล้านบาท
↓ 405% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.25
%
D/E Ratio
0.73
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
433
↓ -7.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
68
↓ -385.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -405%
YoY
D/E Ratio
0.73
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TAE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.73
ROE (%)
-0.49
ROA (%)
1.59
Book Value/หุ้น
1.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TAE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TAE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-213.02
-15.86%
|
-253.16
-18.08%
|
-309.04
+35.50%
|
-228.07
-158.76%
|
388.12
-60.85%
|
991.33
+136.24%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
19.17
-3.62%
|
19.89
-82.04%
|
110.76
+186.72%
|
38.63
-47.36%
|
73.38
-146.07%
|
-159.27
-40.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
196.55
-24.81%
|
261.42
+49.24%
|
175.17
-15.98%
|
208.48
-146.40%
|
-449.30
-45.93%
|
-831.00
+418.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2.70
-90.41%
|
28.15
-221.76%
|
-23.12
-221.56%
|
19.02
+56.03%
|
12.19
+1,050.00%
|
1.06
-115.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
38.35
-18.63%
|
47.13
+114.81%
|
21.94
-40.28%
|
36.74
+38.64%
|
26.50
+4.17%
|
25.44
-20.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.89
-24.67%
|
38.35
-18.63%
|
47.13
+114.81%
|
21.94
-40.28%
|
36.74
+38.64%
|
26.50
+4.17%
|