บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
1.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12470 out_tok=2861 at=2026-07-26T08:02:30 -->
# TAE กำไร Q2/65 ดิ่ง 61% รับผลกระทบราคาวัตถุดิบ-ปริมาณขายวูบ
## รายได้-กำไรหดตัว YoY และ QoQ ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากราคาวัตถุดิบปาล์มผันผวนและมาตรการภาครัฐลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซล
บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) หรือ TAE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 46.08 ล้านบาท ลดลง 39.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 61.44% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,106.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 10.41% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการมาจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดต่างประเทศ และมาตรการของภาครัฐที่ให้ปรับลดสัดส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซล
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TAE ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ **1) การปรับลดลงของปริมาณการขายไบโอดีเซล** อันเป็นผลมาจากมาตรการของภาครัฐ และ **2) การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบ** ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ในช่วงต้นปี คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ปรับลดสัดส่วนการผสมน้ำมันไบโอดีเซลจาก B7 เป็น B5 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ส่งผลให้ปริมาณการใช้และการผลิตไบโอดีเซลลดลงตามไปด้วย ในขณะเดียวกัน ราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วงปลายเดือนเมษายน จากมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก แม้ว่าในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม อินโดนีเซียจะยกเลิกมาตรการดังกล่าว ทำให้น้ำมันปาล์มดิบเข้าสู่ตลาดโลกมากขึ้น และราคาเริ่มปรับลดลงในช่วงปลายเดือนมิถุนายน แต่สถานการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทฯ ต้องรับรู้ **ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าของสินค้าคงเหลือ (Inventory write-down)** เป็นจำนวนถึง 42.00 ล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
นอกจากนี้ รายได้จากการขายน้ำมันบริโภคก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากลูกค้าอุตสาหกรรมรายเดิมมีความต้องการลดลง และบริษัทฯ ไม่สามารถแข่งขันในการประกวดราคาได้บางครั้ง ขณะที่รายได้จากการขายกลีเซอรีนบริสุทธิ์ลดลงตามปริมาณวัตถุดิบที่ผลิตได้ แม้ว่าราคาขายจะปรับสูงขึ้นในช่วงต้นไตรมาส แต่ก็เริ่มปรับลดลงในช่วงปลายเดือนมิถุนายน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
สถานการณ์นี้มีแนวโน้มที่จะ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ปัจจัยด้านปริมาณการขายไบโอดีเซลขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ส่วนราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบมีความผันผวนสูงตามปัจจัยตลาดโลกและนโยบายของประเทศผู้ผลิต การที่บริษัทฯ ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือในไตรมาสนี้ สะท้อนถึงความเปราะบางของผลประกอบการต่อความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปริมาณการขาย การบริหารจัดการสต็อกสินค้าให้มีอัตราการหมุนเวียนที่เร็วขึ้น (15-25 วัน) และการควบคุมเปอร์เซ็นต์การสูญเสียจากการผลิต จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประคองอัตรากำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 61.44% YoY** อยู่ที่ 46.08 ล้านบาท และลดลง 39.81% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 50.02% YoY** อยู่ที่ 2,106.71 ล้านบาท แต่ลดลง 10.41% QoQ
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 60.60% YoY** อยู่ที่ 2,060.70 ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้า 42.00 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 8.63% ใน Q2/64 เป็น 2.18% ใน Q2/65 และจาก 5.22% ใน Q1/65 เป็น 2.18% ใน Q2/65
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลงอย่างมาก** 90.98% YoY และ 95.31% QoQ จาก 50.37 ล้านบาทใน Q2/64 เหลือเพียง 2.36 ล้านบาทใน Q2/65
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) หรือ TAE รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 46.08 ล้านบาท ลดลง 39.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 61.44% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 มีกำไรสุทธิ 165.58 ล้านบาท ลดลง 11.55% YoY รายได้จากการขายและบริการรวมในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 2,106.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.02% YoY แต่ลดลง 10.41% QoQ ต้นทุนขายและบริการรวมอยู่ที่ 2,060.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.60% YoY และลดลง 6.68% QoQ โดยมีผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้า 42.00 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 8.63% ใน Q2/64 เป็น 2.18% ใน Q2/65 และจาก 5.22% ใน Q1/65 เป็น 2.18% ใน Q2/65 ขณะที่ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายวัตถุดิบและผลพลอยได้:** เพิ่มขึ้นอย่างมาก 4,357.51% YoY ใน Q2/65 และ 9,883.39% ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 จากการขายวัตถุดิบเพื่อผลิตไบโอดีเซลให้กับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรับจ้างผลิตกลีเซอรีน:** เพิ่มขึ้น 100% ใน Q2/65 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 เนื่องจากบริษัทฯ มีความสามารถในการให้บริการรับจ้างผลิตได้
* **การเพิ่มขึ้นของราคาขายกลีเซอรีนบริสุทธิ์:** ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 ราคาขายเพิ่มขึ้น 119.25% YoY เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นทั่วโลก และปริมาณกลีเซอรีนในตลาดลดลง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญในการทำกำไรของบริษัทฯ และส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายโดยตรง
* **มาตรการภาครัฐที่ส่งผลต่อปริมาณการใช้ไบโอดีเซล:** การปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซลส่งผลให้ปริมาณการขายลดลง
* **การแข่งขันในการขายน้ำมันบริโภค:** บริษัทฯ ไม่สามารถแข่งขันในการประกวดราคาได้บางครั้ง ทำให้ปริมาณขายลดลง
* **การรับรู้ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ:** เกิดขึ้นจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบในช่วงปลายไตรมาส
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **นโยบายภาครัฐเกี่ยวกับสัดส่วนผสมไบโอดีเซล:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายอาจส่งผลโดยตรงต่อปริมาณขาย
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก:** ความผันผวนของราคาจะส่งผลต่อต้นทุนและอัตรากำไร
* **ความสามารถในการแข่งขันในการขายน้ำมันบริโภค:** การได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าอุตสาหกรรม
* **การบริหารจัดการสต็อกสินค้า:** การรักษาอัตราการหมุนเวียนสินค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม (15-25 วัน)
* **การรับรู้ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้า:** จะลดลงหรือไม่ในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity / ASP:** ราคาขายไบโอดีเซลปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันปาล์มดิบ แต่ปริมาณขายลดลงเนื่องจากมาตรการภาครัฐ ราคาขายกลีเซอรีนบริสุทธิ์ปรับสูงขึ้นในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 แต่เริ่มปรับลดลงในช่วงปลายไตรมาส 2
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการขายไบโอดีเซลลดลงจากการปรับลดสัดส่วนผสม ปริมาณการขายน้ำมันบริโภคลดลงเนื่องจากไม่สามารถแข่งขันได้ ปริมาณการขายกลีเซอรีนบริสุทธิ์ลดลงตามปริมาณวัตถุดิบที่ผลิตได้
**ต้นทุนต่อหน่วย:** อัตราต้นทุนขายต่อยอดขายสำหรับไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ขณะที่กลีเซอรีนบริสุทธิ์มีอัตราต้นทุนขายลดลง ซึ่งเป็นผลจากราคาขายที่เพิ่มขึ้น
**กำลังการผลิต:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
**โครงการลงทุน:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** มาตรการของ กบง. ที่ให้ปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซลจาก B7 เป็น B5 เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,578.39 ล้านบาท ลดลง 12.85% จากปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และสินค้าคงเหลือ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมอยู่ที่ 396.36 ล้านบาท ลดลง 36.41% จากปี 2564 เนื่องจากการจ่ายชำระคืนเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,182.03 ล้านบาท ลดลง 6.56% จากปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ของ TAE ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการปรับลดปริมาณการขายไบโอดีเซลตามมาตรการภาครัฐ และการปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ แม้ว่ารายได้จากการขายวัตถุดิบและผลพลอยได้ รวมถึงรายได้จากการรับจ้างผลิตกลีเซอรีนจะเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบดังกล่าวได้ ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและนโยบายภาครัฐยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TAE ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
433.35
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
68.44
ล้านบาท
↓ 385.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.79
%
กำไรสุทธิ
22.74
ล้านบาท
↓ 405% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.25
%
D/E Ratio
0.73
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
433
↓ -7.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
68
↓ -385.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -405%
YoY
D/E Ratio
0.73
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TAE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.73
ROE (%)
-0.49
ROA (%)
1.59
Book Value/หุ้น
1.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TAE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TAE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-213.02
-15.86%
|
-253.16
-18.08%
|
-309.04
+35.50%
|
-228.07
-158.76%
|
388.12
-60.85%
|
991.33
+136.24%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
19.17
-3.62%
|
19.89
-82.04%
|
110.76
+186.72%
|
38.63
-47.36%
|
73.38
-146.07%
|
-159.27
-40.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
196.55
-24.81%
|
261.42
+49.24%
|
175.17
-15.98%
|
208.48
-146.40%
|
-449.30
-45.93%
|
-831.00
+418.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2.70
-90.41%
|
28.15
-221.76%
|
-23.12
-221.56%
|
19.02
+56.03%
|
12.19
+1,050.00%
|
1.06
-115.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
38.35
-18.63%
|
47.13
+114.81%
|
21.94
-40.28%
|
36.74
+38.64%
|
26.50
+4.17%
|
25.44
-20.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.89
-24.67%
|
38.35
-18.63%
|
47.13
+114.81%
|
21.94
-40.28%
|
36.74
+38.64%
|
26.50
+4.17%
|