บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
1.55
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12604 out_tok=3342 at=2026-08-04T08:44:59 -->
# TAE กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 540% รับราคาขายเอทานอลสูง-คุมต้นทุน
## รายได้รวมโต 9.55% รับอานิสงส์ราคาขายเอทานอลที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนการผลิตถูกควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 651.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.55% และมีกำไรสุทธิ 99.58 ล้านบาท พุ่งสูงขึ้นถึง 540.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากราคาขายเอทานอลที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TAE ในไตรมาส 2/2569 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นของราคาขายเอทานอล (ASP)** ควบคู่ไปกับ **การควบคุมต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 540.81% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาขายเอทานอลที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 10.21% ในไตรมาส 2/2569 และ 19.39% ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่เข้มงวด ทำให้ต้นทุนขายลดลงถึง 16.13% ในไตรมาส 2/2569 และ 9.10% ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยทั้งสองด้านนี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 0.95% ของรายได้จากการขายใน Q2/2568 เป็น 24.63% ใน Q2/2569 และจาก 3.44% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2568 เป็น 26.48% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 นอกจากนี้ การลดลงของต้นทุนทางการเงินจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมก็มีส่วนช่วยสนับสนุนกำไรสุทธิให้สูงขึ้นเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าความต้องการใช้เอทานอลในไตรมาส 3/2569 จะค่อนข้างทรงตัวหรือปรับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากกลไกกองทุนน้ำมันที่เพิ่มส่วนต่างราคาขายปลีกน้ำมันแกสโซฮอล์ E10 และ E20 เพื่อจูงใจผู้บริโภค ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการใช้เอทานอลเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ราคาวัตถุดิบกากน้ำตาลมีแนวโน้มสูงขึ้นเนื่องจากปริมาณการส่งออกและความต้องการผลิตเอทานอลที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 540.81% YoY** แตะ 99.58 ล้านบาท จาก 22.59 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/2569 เติบโต 9.55% YoY** อยู่ที่ 651.25 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2569 โตกว่า 1,000%** แตะ 225.26 ล้านบาท จาก 23.43 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้น Q2/2569 พุ่งสูง** คิดเป็น 24.63% ของรายได้จากการขาย จากเดิมเพียง 0.95% ในปีก่อน
* **ต้นทุนขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ใน Q2/2569 ที่ 16.13% YoY และ 9.10% ในงวด 6 เดือนแรก YoY
* **หนี้สินรวมลดลง 23.59%** ณ สิ้น Q2/2569 ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 13.54%
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 651.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 10.21% เนื่องจากราคาจำหน่ายเอทานอลที่สูงขึ้น และมีรายได้จากผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่รายได้อื่นลดลงเล็กน้อย
สำหรับผลการดำเนินงานงวดหกเดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,273.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.32% YoY โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 19.39% จากราคาจำหน่ายเอทานอลที่สูงขึ้นและรายได้จากผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มขึ้น
ในด้านค่าใช้จ่ายรวม ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 551.67 ล้านบาท ลดลง 10.60% YoY เนื่องจากการควบคุมต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนขายลดลง 16.13% แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการขนส่งเอทานอล และต้นทุนทางการเงินลดลงจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืม แต่ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับงวดหกเดือนแรกปี 2569 ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 1,048.63 ล้านบาท ลดลง 3.89% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของต้นทุนขาย 9.10% และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 22.97% แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นมาก
ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 159.62 ล้านบาท คิดเป็น 24.63% ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 0.95% ในปีก่อน เนื่องจากราคาจำหน่ายเอทานอลที่สูงขึ้น และในงวดหกเดือนแรกปี 2569 กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 333.14 ล้านบาท คิดเป็น 26.48% ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นจาก 3.44% ในปีก่อน
ท้ายที่สุด กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 99.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 540.81% YoY และกำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 225.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,061.42% YoY
## โอกาส
* **แนวโน้มความต้องการใช้เอทานอลที่เพิ่มขึ้น:** คาดการณ์ว่าความต้องการใช้เอทานอลในไตรมาส 3/2569 จะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย จากนโยบายส่งเสริมการใช้แกสโซฮอล์ของภาครัฐ
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** บริษัทฯ มุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
* **การลดลงของหนี้สิน:** หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบกากน้ำตาลมีแนวโน้มสูงขึ้น:** ปริมาณการส่งออกและความต้องการผลิตเอทานอลที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
* **ความผันผวนของราคาขายเอทานอล:** แม้ปัจจุบันราคาขายสูงขึ้น แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น:** มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทั้งไตรมาสและงวด 6 เดือนแรก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาขายเอทานอล:** จะยังคงอยู่ในระดับสูงหรือปรับลดลงตามสภาวะตลาด
* **ต้นทุนวัตถุดิบกากน้ำตาล:** การเปลี่ยนแปลงของราคาและปริมาณวัตถุดิบจะมีผลต่อต้นทุนการผลิต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
* **นโยบายภาครัฐ:** ผลกระทบจากนโยบายส่งเสริมการใช้เอทานอลและกองทุนน้ำมัน
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้:** แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในไตรมาส 2/2569 บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอล ได้รับอานิสงส์โดยตรงจาก **ราคาขายเอทานอล (ASP)** ที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้จากการขายที่เติบโต 10.21% YoY ในไตรมาสนี้ และ 19.39% YoY ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 การเพิ่มขึ้นของราคาขายนี้ สะท้อนถึงสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยต่อผู้ผลิตเอทานอล
ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการ **บริหารจัดการต้นทุนการผลิต** ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนขายลดลงถึง 16.13% YoY ในไตรมาส 2/2569 และ 9.10% YoY ในงวด 6 เดือนแรก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ **กำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)** ปรับตัวดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากระดับต่ำเพียง 0.95% ใน Q2/2568 เป็น 24.63% ใน Q2/2569 และจาก 3.44% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2568 เป็น 26.48% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 การควบคุมต้นทุนนี้อาจมาจากการปรับปรุงกระบวนการผลิต หรือการบริหารจัดการวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การลดลงของ **ต้นทุนทางการเงิน** จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้** ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นรายการที่ต้องจับตาดูผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะต่อไป
ในด้านงบดุล ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมลดลงเล็กน้อย 2.11% YoY แต่ที่น่าสนใจคือ **หนี้สินรวมลดลงถึง 23.59%** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว ส่งผลให้ **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 13.54%** และมูลค่าหุ้นตามบัญชีต่อหุ้นปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 408.86 ล้านบาท ซึ่งเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงความสามารถในการสร้างเงินสดจากการดำเนินธุรกิจหลัก ในขณะที่เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 19.97 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 387.09 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจ่ายคืนเงินกู้ยืม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,814.87 ล้านบาท ลดลง 2.11% จากสิ้นปี 2568 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.65% จากเงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น แต่เงินจ่ายล่วงหน้าลดลง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 926.17 ล้านบาท ลดลง 23.59% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว แม้เจ้าหนี้การค้าจะเพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,888.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.54% จากสิ้นปี 2568 จากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้น ทำให้มูลค่าหุ้นตามบัญชีต่อหุ้นอยู่ที่ 1.89 บาท เพิ่มขึ้น 13.86%
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 0.65 เท่า และ Quick Ratio อยู่ที่ 0.26 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำ แต่บริษัทฯ ยังมีสินค้าคงเหลือที่ขายได้ง่าย และลูกหนี้การค้ามีความมั่นคงทางการเงินสูง อีกทั้งยังมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและวงเงินสินเชื่อเพียงพอ
อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Total Debt to Equity Ratio) อยู่ที่ 0.49:1 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 408.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 96.29 ล้านบาทในปีก่อน
## สรุปท้าย
TAE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 540.81% YoY เป็น 99.58 ล้านบาท จากการที่ราคาขายเอทานอลปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การลดลงของหนี้สินยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน แม้ว่าแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะมีความเสี่ยง แต่บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TAE ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
433.35
ล้านบาท
↓ 7.1% YoY
กำไรขั้นต้น
68.44
ล้านบาท
↓ 385.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.79
%
กำไรสุทธิ
22.74
ล้านบาท
↓ 405% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.25
%
D/E Ratio
0.73
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
433
↓ -7.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
68
↓ -385.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -405%
YoY
D/E Ratio
0.73
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TAE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.73
ROE (%)
-0.49
ROA (%)
1.59
Book Value/หุ้น
1.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TAE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-213
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TAE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-213.02
-15.86%
|
-253.16
-18.08%
|
-309.04
+35.50%
|
-228.07
-158.76%
|
388.12
-60.85%
|
991.33
+136.24%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
19.17
-3.62%
|
19.89
-82.04%
|
110.76
+186.72%
|
38.63
-47.36%
|
73.38
-146.07%
|
-159.27
-40.18%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
196.55
-24.81%
|
261.42
+49.24%
|
175.17
-15.98%
|
208.48
-146.40%
|
-449.30
-45.93%
|
-831.00
+418.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2.70
-90.41%
|
28.15
-221.76%
|
-23.12
-221.56%
|
19.02
+56.03%
|
12.19
+1,050.00%
|
1.06
-115.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
38.35
-18.63%
|
47.13
+114.81%
|
21.94
-40.28%
|
36.74
+38.64%
|
26.50
+4.17%
|
25.44
-20.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.89
-24.67%
|
38.35
-18.63%
|
47.13
+114.81%
|
21.94
-40.28%
|
36.74
+38.64%
|
26.50
+4.17%
|