บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
9.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16522 out_tok=2138 at=2026-07-26T04:56:03 -->
# SPCG พลิกกำไรโต 177% ในปี 2565 รับธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง
## รายได้-กำไรโตเด่น รับอานิสงส์ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัว ขณะที่ธุรกิจอสังหาฯ ยังเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 490 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 177% จากปีก่อนที่ขาดทุน 137 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม ประกอบกับการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SPCG พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 490 ล้านบาทในปี 2565 มาจากการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงแรม ซึ่งสามารถพลิกกลับมามีกำไรติดต่อกันได้ทั้งสองไตรมาสหลังสุดของปี ประกอบกับการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตขึ้น 177% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นผลโดยตรงจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการที่นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มใช้จ่ายและระยะเวลาเข้าพักยาวนานขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจโรงแรมในปี 2565 เติบโตถึง 93% มาอยู่ที่ 8,693 ล้านบาท นอกจากนี้ การรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 21% มาอยู่ที่ 2,554 ล้านบาท จากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านเดี่ยวศิรนินทร์ เรสซิเดสเซนพัฒนาการ และการขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมเอสอ่างทอง ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนผลประกอบการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะขยายตัวในปี 2566 โดยได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น สำหรับธุรกิจโรงแรม คาดการณ์ว่าการฟื้นตัวจะดำเนินต่อไป โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นปัจจัยสำคัญ ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย บริษัทฯ ตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่ 5 โครงการ มูลค่าราว 10,000 ล้านบาทในปี 2566 และคาดว่าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านเดี่ยวและที่ดินนิคมอุตสาหกรรมจะเร่งตัวขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** ปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 490 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 137 ล้านบาทในปี 2564 คิดเป็นการเติบโต 177%
* **รายได้รวมเติบโต 62%:** รายได้รวมปี 2565 อยู่ที่ 12,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 62%
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** รายได้ธุรกิจโรงแรมปี 2565 เพิ่มขึ้น 93% มาอยู่ที่ 8,693 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
* **อสังหาริมทรัพย์เติบโต:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ปี 2565 เพิ่มขึ้น 21% มาอยู่ที่ 2,554 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการบ้านเดี่ยวและที่ดินนิคมอุตสาหกรรม
* **แนวโน้มปี 2566 สดใส:** คาดการณ์เศรษฐกิจขยายตัว การท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง และแผนเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 12,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% จากปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 2,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% และรายได้จากการให้เช่าและการให้บริการ 9,976 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจโรงแรมที่เติบโตถึง 93% กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 81% มาอยู่ที่ 4,474 ล้านบาท และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 490 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 137 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2566 โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจโรงแรม
* **การเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** แผนเปิดตัวโครงการใหม่ 5 โครงการ มูลค่าราว 10,000 ล้านบาทในปี 2566 จะช่วยผลักดันรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
* **การพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม:** โครงการเอสอ่างทอง มีศักยภาพในการสร้างรายได้จากการขายที่ดินและ Recurring Income ในระยะยาว
* **อาคารสำนักงาน S OASIS:** คาดว่าจะผลักดันรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าให้เติบโต 20% ในปี 2566
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์:** อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยว
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะต้นทุนอาหารและพลังงานในบางประเทศ อาจส่งผลต่ออัตรากำไรของธุรกิจโรงแรม
* **อุปทานอาคารสำนักงานใหม่:** ยังคงกดดันอัตราการเช่าและค่าเช่าพื้นที่ในตลาดอาคารสำนักงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน:** จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์อย่างไร
* **ความคืบหน้าการเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** โดยเฉพาะโครงการระดับ Luxury ที่มีมูลค่าราว 10,000 ล้านบาท
* **อัตราการปล่อยเช่าอาคาร S OASIS:** ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ
* **การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินนิคมอุตสาหกรรม:** การเติบโตของการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2566
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน:** บริษัทฯ มีการลงทุนในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม "โครงการ เอสอ่างทอง" ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2565 และตั้งเป้าการขายโครงการทั้งหมดภายใน 6 ปี สร้างรายได้รวมกว่า 4,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการร่วมทุน 30% ในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 3 แห่ง กำลังการผลิตรวมกว่า 400 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4 ปี 2566 โดยบริษัทฯ จะรับรู้ผลการดำเนินงานผ่านส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจร่วมค้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 68,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 13,983 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 54,827 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างอาคาร S OASIS หนี้สินรวมอยู่ที่ 46,196 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากการเบิกเงินกู้เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการ ส่งผลให้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 1.17 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า Covenant ของบริษัทฯ
## สรุปท้าย
SPCG พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในปี 2565 โดยมีกำไรสุทธิ 490 ล้านบาท จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมที่ได้อานิสงส์จากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แนวโน้มปี 2566 ยังคงสดใส จากการคาดการณ์เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง รวมถึงแผนการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของต้นทุนการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPCG ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
356.39
ล้านบาท
↓ 22.6% YoY
กำไรขั้นต้น
124.95
ล้านบาท
↓ 35.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.06
%
กำไรสุทธิ
69.20
ล้านบาท
↓ 41.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.42
%
D/E Ratio
0.02
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
356
↓ -22.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
125
↓ -35.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
69
↓ -41.2%
YoY
D/E Ratio
0.02
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPCG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.02
ROE (%)
2.18
ROA (%)
2.12
Book Value/หุ้น
15.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPCG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-706
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,542
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPCG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-705.93
-40.94%
|
-1,195.33
-43.91%
|
-2,131.03
+9.35%
|
-1,948.90
-24.76%
|
-2,590.20
-163.14%
|
4,102.12
-2.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,542.42
-77.01%
|
6,708.01
-341.66%
|
-2,775.84
+894.32%
|
-279.17
-108.33%
|
3,352.15
-1,090.73%
|
-338.35
-239.95%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-733.16
+8.90%
|
-673.22
-7,767.65%
|
8.78
-104.73%
|
-185.55
-410.86%
|
59.69
-101.71%
|
-3,488.37
-15.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
461.26
-110.67%
|
-4,323.23
-1,303.47%
|
359.23
-175.18%
|
-477.82
-158.15%
|
821.64
+198.34%
|
275.40
-16.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
119.96
-97.30%
|
4,443.18
+156.31%
|
1,733.49
+3,664.36%
|
46.05
-93.74%
|
735.47
+59.86%
|
460.07
+256.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
525.70
+338.23%
|
119.96
-97.30%
|
4,443.18
+156.31%
|
1,733.49
+3,664.36%
|
46.05
-93.74%
|
735.47
+59.86%
|