บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
9.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4341 out_tok=1983 at=2026-07-26T06:17:45 -->
# SPCG กำไร Q1/2565 ดิ่ง 42.6% ต้นทุนพุ่งกดดันกำไรขั้นต้น
## ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกระทบกำไรขั้นต้น ขณะรายได้จากการขายยังเติบโตได้ดี
บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 8.336 ล้านบาท ลดลง 42.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่ารายได้จากการขายจะยังคงเติบโตได้ก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ SPCG ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** โดยเฉพาะราคาเชื้อเพลิงและเหล็ก ส่งผลโดยตรงต่อ **กำไรขั้นต้นที่ลดลง 17.80%** แม้ว่ารายได้จากการขายสุทธิจะเติบโตได้ 11.88% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาเชื้อเพลิงและราคาเหล็กที่ปรับสูงขึ้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของบริษัทลดลงจาก 29.837 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 เป็น 24.525 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 แม้ว่ารายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 14.596 ล้านบาท จาก 122.881 ล้านบาท เป็น 137.477 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขายที่ส่งผลให้ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยก็ตาม
นอกจากนี้ รายได้อื่นลดลงอย่างมากถึง 77.21% เนื่องจากรายได้จากการรับจ้างขนส่งและขายเศษเหล็กถังพลาสติกเก่าลดลง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 5.47% จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลง และต้นทุนทางการเงินลดลง 11.52% จากการชำระหนี้สินหมุนเวียนและผลจากการรับรู้สินทรัพย์สิทธิการใช้และหนี้สินตามสัญญาเช่าตามมาตรฐาน TFRS 16
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การที่ต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคาเชื้อเพลิงและเหล็กปรับสูงขึ้นนั้น เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะผันผวนตามสภาวะตลาดโลก แม้ว่าบริษัทจะพยายามควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงอยู่ในระดับสูง ก็อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 42.63%** จาก 14.529 ล้านบาท ใน Q1/2564 เป็น 8.336 ล้านบาท ใน Q1/2565
* **รายได้จากการขายสุทธิเพิ่มขึ้น 11.88%** จาก 122.881 ล้านบาท เป็น 137.477 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นลดลง 17.80%** จาก 29.837 ล้านบาท เป็น 24.525 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ (เชื้อเพลิงและเหล็ก) สูงขึ้น
* **รายได้อื่นลดลง 77.21%** จาก 1.031 ล้านบาท เป็น 0.235 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 5.47%** จาก 10.040 ล้านบาท เป็น 9.491 ล้านบาท จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญลดลง
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 11.52%** จาก 0.564 ล้านบาท เป็น 0.499 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสุทธิ 137.477 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 17.80% เป็น 24.525 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดลดลง 42.63% มาอยู่ที่ 8.336 ล้านบาท
## โอกาส
* การเติบโตของรายได้จากการขายที่ยังคงเพิ่มขึ้น แสดงถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทในตลาด
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เชื้อเพลิงและเหล็ก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* ความไม่แน่นอนของรายได้อื่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบ (เชื้อเพลิง, เหล็ก) ในไตรมาสถัดไป
* กลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนของบริษัท เพื่อชดเชยผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน
* การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในฐานะผู้ผลิตคอนกรีตสำเร็จรูป SPCG ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาวัตถุดิบที่เป็นต้นทุนหลัก โดยเฉพาะเหล็กที่ใช้ในการผลิตและเชื้อเพลิงที่ใช้ในกระบวนการผลิต การที่ราคาเหล็กและเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 1 ปี 2565 ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยในการผลิตสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าบริษัทจะสามารถผลักภาระต้นทุนบางส่วนไปยังผู้บริโภคได้ผ่านการปรับขึ้นราคาขาย (ซึ่งสะท้อนในรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น) แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้กำไรขั้นต้นต่อหน่วยลดลง
การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย แสดงให้เห็นว่าการเติบโตของรายได้มาจากการเพิ่มปริมาณการขายเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ลดลง เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงผลประกอบการโดยรวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีเงินสดคงเหลือ 144.273 ล้านบาท โดยมีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 29.553 ล้านบาท ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ
เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 2.130 ล้านบาท สำหรับการปรับปรุงเครื่องจักร ชิ้นส่วนอะไหล่ และอุปกรณ์เครื่องจักร บ่งชี้ถึงการลงทุนเพื่อรักษาและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 1.608 ล้านบาท โดยมีดอกเบี้ยจ่าย 0.499 ล้านบาท และจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า 1.109 ล้านบาท แสดงถึงการบริหารจัดการภาระหนี้สินและสัญญาเช่า
## สรุปท้าย
SPCG เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัทในระยะต่อไป ขณะที่ฐานะการเงินและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงแข็งแกร่ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPCG ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
356.39
ล้านบาท
↓ 22.6% YoY
กำไรขั้นต้น
124.95
ล้านบาท
↓ 35.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.06
%
กำไรสุทธิ
69.20
ล้านบาท
↓ 41.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.42
%
D/E Ratio
0.02
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
356
↓ -22.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
125
↓ -35.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
69
↓ -41.2%
YoY
D/E Ratio
0.02
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPCG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.02
ROE (%)
2.18
ROA (%)
2.12
Book Value/หุ้น
15.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPCG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-706
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,542
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPCG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-705.93
-40.94%
|
-1,195.33
-43.91%
|
-2,131.03
+9.35%
|
-1,948.90
-24.76%
|
-2,590.20
-163.14%
|
4,102.12
-2.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,542.42
-77.01%
|
6,708.01
-341.66%
|
-2,775.84
+894.32%
|
-279.17
-108.33%
|
3,352.15
-1,090.73%
|
-338.35
-239.95%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-733.16
+8.90%
|
-673.22
-7,767.65%
|
8.78
-104.73%
|
-185.55
-410.86%
|
59.69
-101.71%
|
-3,488.37
-15.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
461.26
-110.67%
|
-4,323.23
-1,303.47%
|
359.23
-175.18%
|
-477.82
-158.15%
|
821.64
+198.34%
|
275.40
-16.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
119.96
-97.30%
|
4,443.18
+156.31%
|
1,733.49
+3,664.36%
|
46.05
-93.74%
|
735.47
+59.86%
|
460.07
+256.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
525.70
+338.23%
|
119.96
-97.30%
|
4,443.18
+156.31%
|
1,733.49
+3,664.36%
|
46.05
-93.74%
|
735.47
+59.86%
|