บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
9.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6515 out_tok=2625 at=2026-07-26T06:32:13 -->
# SPCG กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 64 ลดลง 11% รับผลกระทบจาก Adder หมดอายุ-รายได้ Solar Roof หด
## รายได้รวมหด 11% เหตุ Adder หมดอายุ 5 โซลาร์ฟาร์ม และรายได้ Solar Roof ชะลอตัวตามเศรษฐกิจ
บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีกำไรสุทธิ 2,082.2 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและการให้บริการที่ลดลง 11% ซึ่งเป็นผลกระทบจากการสิ้นสุดของรายได้เงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ของ 5 โซลาร์ฟาร์ม และการชะลอตัวของธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) จากสภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำกำไรสุทธิของ SPCG ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ลดลง 11% มาจาก **การลดลงของรายได้จากการขายและการให้บริการ** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) การสิ้นสุดของรายได้เงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) สำหรับ 5 โซลาร์ฟาร์ม และ 2) รายได้จากธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การสิ้นสุดของ Adder:** รายได้เงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ได้สิ้นสุดลงแล้วสำหรับ 5 โซลาร์ฟาร์ม โดยมีกำหนดสิ้นสุดตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายน 2564 ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจนี้ลดลง 231.0 ล้านบาท หรือ 7% แม้ว่าปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายได้จะลดลงเพียงเล็กน้อย (2%)
* **รายได้ Solar Roof ชะลอตัว:** ธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ของบริษัท โซลาร์ เพาเวอร์รูฟ จำกัด (SPR) มีรายได้ลดลงถึง 62% หรือ 280.3 ล้านบาท เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้การตัดสินใจลงทุนในระบบ Solar Roof ของภาคธุรกิจและครัวเรือนชะลอตัวลง
* **ต้นทุน O&M ลดลง:** แม้รายได้จะลดลง แต่ต้นทุนขายและการให้บริการโดยรวมลดลง 12% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุน O&M (Operating & Maintenance) สำหรับธุรกิจโซลาร์ฟาร์มที่ลดลง 26.1 ล้านบาท ประกอบกับการลดลงของต้นทุนในธุรกิจ Solar Roof ที่สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 72% เป็น 73%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสที่จะฟื้นตัวได้ในอนาคต ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการในปีนี้คือการสิ้นสุดของ Adder ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ และเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการที่กำหนดไว้ ส่วนรายได้ Solar Roof ที่ลดลงนั้น เป็นผลจากสภาวะเศรษฐกิจชั่วคราวจาก COVID-19 ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลายและเศรษฐกิจฟื้นตัว คาดว่ารายได้ในส่วนนี้จะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การสิ้นสุดของ Adder จะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในระยะยาวหากไม่มีการหาแหล่งรายได้ใหม่มาทดแทน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 64 อยู่ที่ 2,082.2 ล้านบาท ลดลง 11.0% YoY** จาก 2,351.5 ล้านบาทในปี 63
* **รายได้จากการขายและการให้บริการรวม 9 เดือนแรกปี 64 อยู่ที่ 3,392.7 ล้านบาท ลดลง 11.0% YoY** จาก 3,813.6 ล้านบาท
* **รายได้ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลดลง 7%** จากการสิ้นสุด Adder ของ 5 โซลาร์ฟาร์ม
* **รายได้ธุรกิจ Solar Roof ลดลง 62%** จากผลกระทบ COVID-19
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 72% เป็น 73%** จากการบริหารจัดการต้นทุน O&M ที่มีประสิทธิภาพ
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 30%** จากการจ่ายคืนหุ้นกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,082.2 ล้านบาท ลดลง 11.0% YoY จาก 2,351.5 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 3,392.7 ล้านบาท ลดลง 11.0% YoY จาก 3,813.6 ล้านบาทในปี 2563 สาเหตุหลักมาจากการสิ้นสุดของรายได้เงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ของ 5 โซลาร์ฟาร์ม และการชะลอตัวของธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจาก 72% เป็น 73% อันเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุน O&M ที่มีประสิทธิภาพ
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจติดตั้ง Solar Roof ในระยะยาว:** แม้ปัจจุบันจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ แต่คาดว่าเมื่อสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายและเศรษฐกิจฟื้นตัว ธุรกิจ Solar Roof จะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง จากความต้องการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ มีนโยบายในการบริหารจัดการลดต้นทุนด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น
* **การลงทุนในบริษัท เซท เอนเนอยี จำกัด:** การซื้อที่ดินจำนวนมากในปี 2564 อาจเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การสิ้นสุดของ Adder:** เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในระยะยาว หากไม่มีการหาแหล่งรายได้ใหม่มาทดแทน
* **สภาวะเศรษฐกิจ:** ความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในระบบ Solar Roof และธุรกิจอื่นๆ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย:** แม้จะมีกำไรจากอนุพันธ์ในปีนี้ แต่ความผันผวนดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แผนการหาแหล่งรายได้ใหม่ทดแทน Adder:** บริษัทฯ จะมีกลยุทธ์อย่างไรในการสร้างรายได้ทดแทนส่วนที่หายไปจากการสิ้นสุด Adder
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจ Solar Roof:** การกลับมาเติบโตของรายได้จากธุรกิจติดตั้ง Solar Roof เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว
* **การบริหารจัดการต้นทุน O&M:** ความสามารถในการควบคุมและลดต้นทุนการดำเนินงานของโซลาร์ฟาร์มอย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนในโครงการใหม่ๆ:** ความคืบหน้าของการลงทุนในบริษัท เซท เอนเนอยี จำกัด และโครงการอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ปริมาณการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า:** ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายได้อยู่ที่ 287.7 ล้านหน่วย ลดลง 2% YoY จาก 292.7 ล้านหน่วยในปี 2563 ซึ่งสะท้อนถึงการผลิตที่ค่อนข้างคงที่ของโซลาร์ฟาร์มที่มีอยู่
* **รายได้จาก Adder:** การสิ้นสุดของ Adder เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวม โดยมี 5 โซลาร์ฟาร์มที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งฝ่ายจัดการได้ระบุวันสิ้นสุดของ Adder ไว้ชัดเจน
* **ธุรกิจ Solar Roof:** รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 62% สะท้อนถึงผลกระทบโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการระบาดของ COVID-19
* **ธุรกิจหลังคาเมทัลชีท:** มีการเติบโตของรายได้ที่น่าสนใจถึง 132% จาก 70.0 ล้านบาท เป็น 162.3 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็นธุรกิจที่เข้ามาช่วยเสริมรายได้ในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 23,804.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากสิ้นปี 2563 โดยมีที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 14% เป็น 17,352.0 ล้านบาท เนื่องจากการซื้อที่ดินของบริษัท เซท เอนเนอยี จำกัด จำนวน 2,542.8 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 12% เป็น 4,681.1 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 1,005.7 ล้านบาท แม้จะมีการจ่ายคืนหุ้นกู้ 500 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 9% เป็น 18,735.7 ล้านบาท จากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.27 เท่า ซึ่งทรงตัวจากปีก่อน
ในส่วนของกระแสเงินสด งบการเงินรวมแสดงให้เห็นว่าเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 612.4 ล้านบาท โดยเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 3,031.0 ล้านบาท แต่ถูกใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 3,518.7 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น และการซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ นอกจากนี้ ยังมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 124.7 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล 1,128.3 ล้านบาท และการจ่ายคืนหุ้นกู้ 500.0 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SPCG เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลให้กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 ลดลง 11% โดยมีหัวใจหลักอยู่ที่การสิ้นสุดของรายได้เงินอุดหนุน Adder และการชะลอตัวของธุรกิจ Solar Roof จากสภาวะเศรษฐกิจ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารต้นทุน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นลักษณะครั้งคราวที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถหาแหล่งรายได้ใหม่มาทดแทนส่วนที่หายไปได้อย่างไร ในขณะที่ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง และมีโอกาสในการฟื้นตัวของธุรกิจ Solar Roof เมื่อเศรษฐกิจกลับมาเป็นปกติ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPCG ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
356.39
ล้านบาท
↓ 22.6% YoY
กำไรขั้นต้น
124.95
ล้านบาท
↓ 35.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.06
%
กำไรสุทธิ
69.20
ล้านบาท
↓ 41.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.42
%
D/E Ratio
0.02
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
356
↓ -22.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
125
↓ -35.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
69
↓ -41.2%
YoY
D/E Ratio
0.02
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPCG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.02
ROE (%)
2.18
ROA (%)
2.12
Book Value/หุ้น
15.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPCG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-706
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,542
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPCG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-705.93
-40.94%
|
-1,195.33
-43.91%
|
-2,131.03
+9.35%
|
-1,948.90
-24.76%
|
-2,590.20
-163.14%
|
4,102.12
-2.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,542.42
-77.01%
|
6,708.01
-341.66%
|
-2,775.84
+894.32%
|
-279.17
-108.33%
|
3,352.15
-1,090.73%
|
-338.35
-239.95%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-733.16
+8.90%
|
-673.22
-7,767.65%
|
8.78
-104.73%
|
-185.55
-410.86%
|
59.69
-101.71%
|
-3,488.37
-15.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
461.26
-110.67%
|
-4,323.23
-1,303.47%
|
359.23
-175.18%
|
-477.82
-158.15%
|
821.64
+198.34%
|
275.40
-16.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
119.96
-97.30%
|
4,443.18
+156.31%
|
1,733.49
+3,664.36%
|
46.05
-93.74%
|
735.47
+59.86%
|
460.07
+256.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
525.70
+338.23%
|
119.96
-97.30%
|
4,443.18
+156.31%
|
1,733.49
+3,664.36%
|
46.05
-93.74%
|
735.47
+59.86%
|