บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
9.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8089 out_tok=2239 at=2026-07-26T05:05:41 -->
SPCG กำไรสุทธิปี 64 ลดลง 11% รับผลกระทบรายได้ Adder สิ้นสุด
SPCG เผยผลประกอบการปี 2564 กำไรสุทธิ 2,736.6 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ลดลงจากการสิ้นสุดของโครงการเงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ขณะที่ธุรกิจติดตั้ง Solar Roof ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ
### Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SPCG ในปี 2564 ปรับตัวลดลง 11% มาอยู่ที่ 2,736.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 3,062.4 ล้านบาทในปี 2563 มาจาก **การลดลงของรายได้จากการขายและให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์**
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าลดลง เกิดจากการสิ้นสุดของโครงการเงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) จำนวน 8 บาทต่อหน่วย สำหรับ 5 โซลาร์ฟาร์ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง แม้ว่าปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผลิตและจำหน่ายได้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (0.3%) แต่รายได้จาก Adder ที่หายไปทำให้รายได้รวมจากธุรกิจนี้ลดลง 238.8 ล้านบาท หรือ 6% นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 60% เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากสถานการณ์ COVID-19
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในอนาคต **ปัจจัยดังกล่าวมีลักษณะเป็นครั้งคราว** เนื่องจากผลกระทบหลักมาจากการสิ้นสุดของโครงการ Adder ซึ่งเป็นนโยบายสนับสนุนที่สิ้นสุดตามกำหนดเวลา อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีนโยบายบริหารจัดการลดต้นทุน O&M สำหรับธุรกิจโซลาร์ฟาร์มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงที่ 73% เท่ากับปีก่อน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 2,736.6 ล้านบาท ลดลง 11.0% YoY** จาก 3,062.4 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายและให้บริการปี 2564 อยู่ที่ 4,492.9 ล้านบาท ลดลง 9% YoY** จาก 4,920.2 ล้านบาท
* **รายได้จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลดลง 6%** เนื่องจากโครงการ Adder สิ้นสุดลง
* **รายได้จากธุรกิจติดตั้ง Solar Roof ลดลง 60%** จากผลกระทบ COVID-19
* **อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 73%** จากการบริหารจัดการต้นทุน O&M ที่มีประสิทธิภาพ
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 25%** จากการจ่ายคืนหุ้นกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิรวม 2,736.6 ล้านบาท ลดลง 325.8 ล้านบาท หรือ 11.0% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 3,062.4 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและให้บริการรวมลดลง 9% มาอยู่ที่ 4,492.9 ล้านบาท จาก 4,920.2 ล้านบาทในปี 2563 ในขณะที่ต้นทุนขายและให้บริการลดลงในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 9% แต่รักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 73%
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจติดตั้งหลังคาเมทัลชีท:** บริษัท สตีลรูฟ จำกัด มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 142% ในปี 2564 สะท้อนถึงโอกาสในการขยายตลาดในส่วนนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ มีนโยบายบริหารจัดการลดต้นทุน O&M สำหรับธุรกิจโซลาร์ฟาร์มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้จากโครงการสนับสนุน:** การสิ้นสุดของโครงการ Adder ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของธุรกิจผลิตไฟฟ้า
* **สภาวะเศรษฐกิจ:** ความผันผวนของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ส่งผลต่อรายได้ของธุรกิจติดตั้ง Solar Roof
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจากการกู้ยืมเงินเป็นเงินตราต่างประเทศ อันเนื่องมาจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลังสิ้นสุดโครงการ Adder
* การฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจติดตั้ง Solar Roof
* การเติบโตของรายได้จากธุรกิจติดตั้งหลังคาเมทัลชีท
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
* ความคืบหน้าของการลงทุนในบริษัท เซท เอนเนอยี จำกัด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**รายได้จากการขายและให้บริการ:** รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 4,492.9 ล้านบาท ลดลง 9% YoY โดยมีรายละเอียดดังนี้
* **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์:** รายได้ 4,015.4 ล้านบาท ลดลง 6% YoY แม้ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตเพิ่มขึ้น 0.3% เป็น 387.0 ล้านหน่วย เนื่องจากโครงการ Adder สิ้นสุดลงสำหรับ 5 โซลาร์ฟาร์ม
* **ธุรกิจติดตั้ง Solar Roof (SPR):** รายได้ 212.9 ล้านบาท ลดลง 60% YoY จากผลกระทบ COVID-19
* **ธุรกิจติดตั้งหลังคาเมทัลชีท (Steel Roof):** รายได้ 215.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142% YoY
**ต้นทุนขายและการให้บริการ:** ลดลง 9% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง และต้นทุน O&M สำหรับธุรกิจโซลาร์ฟาร์มที่ลดลง 26.1 ล้านบาท
**อัตรากำไรขั้นต้น:** ทรงตัวที่ 73% เนื่องจากมีการบริหารจัดการต้นทุน O&M ที่มีประสิทธิภาพ
**ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย:** ลดลง 54% YoY สอดคล้องกับรายได้ธุรกิจ Solar Roof ที่ลดลง
**ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 2% YoY โดยมีค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาทางการเงินเกี่ยวกับการลงทุนในบริษัท เซท เอนเนอยี จำกัด จำนวน 23.3 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายพนักงานลดลง 9.8 ล้านบาท
**ผลขาดทุนของอนุพันธ์:** ขาดทุน 45.7 ล้านบาท จากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น
**ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 25% YoY เป็น 155.2 ล้านบาท จากการจ่ายคืนหุ้นกู้ตามกำหนด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 24,048.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ (13%) จากการซื้อที่ดินของบริษัท เซท เอนเนอยี จำกัด และการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์อื่น (4%) จากเงินลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น
**หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น:** หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 5% จากการกู้ยืมระยะยาวและการออกหุ้นกู้ใหม่ ชดเชยกับการจ่ายคืนหุ้นกู้จำนวนมาก ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 13% จากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้น
**กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีเงินสดสุทธิ 3,733.1 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า
* **กิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดสุทธิจำนวนมากถึง 3,947.3 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น และการซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้เงินสดสุทธิ 475.2 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลและจ่ายคืนหุ้นกู้จำนวนมาก แม้จะมีการกู้ยืมและออกหุ้นกู้ใหม่
**เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลงสุทธิ 689.4 ล้านบาท มาอยู่ที่ 46.0 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
SPCG เผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกในปี 2564 โดยเฉพาะการสิ้นสุดของโครงการ Adder ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวกระทบธุรกิจ Solar Roof อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และมีโอกาสจากการเติบโตของธุรกิจติดตั้งหลังคาเมทัลชีท การบริหารจัดการฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ต่ำ การจับตาการฟื้นตัวของธุรกิจ Solar Roof และการขยายตัวของธุรกิจใหม่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPCG ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
356.39
ล้านบาท
↓ 22.6% YoY
กำไรขั้นต้น
124.95
ล้านบาท
↓ 35.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.06
%
กำไรสุทธิ
69.20
ล้านบาท
↓ 41.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.42
%
D/E Ratio
0.02
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
356
↓ -22.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
125
↓ -35.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
69
↓ -41.2%
YoY
D/E Ratio
0.02
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPCG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.02
ROE (%)
2.18
ROA (%)
2.12
Book Value/หุ้น
15.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPCG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-706
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,542
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPCG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-705.93
-40.94%
|
-1,195.33
-43.91%
|
-2,131.03
+9.35%
|
-1,948.90
-24.76%
|
-2,590.20
-163.14%
|
4,102.12
-2.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,542.42
-77.01%
|
6,708.01
-341.66%
|
-2,775.84
+894.32%
|
-279.17
-108.33%
|
3,352.15
-1,090.73%
|
-338.35
-239.95%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-733.16
+8.90%
|
-673.22
-7,767.65%
|
8.78
-104.73%
|
-185.55
-410.86%
|
59.69
-101.71%
|
-3,488.37
-15.36%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
461.26
-110.67%
|
-4,323.23
-1,303.47%
|
359.23
-175.18%
|
-477.82
-158.15%
|
821.64
+198.34%
|
275.40
-16.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
119.96
-97.30%
|
4,443.18
+156.31%
|
1,733.49
+3,664.36%
|
46.05
-93.74%
|
735.47
+59.86%
|
460.07
+256.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
525.70
+338.23%
|
119.96
-97.30%
|
4,443.18
+156.31%
|
1,733.49
+3,664.36%
|
46.05
-93.74%
|
735.47
+59.86%
|