บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
5.30
0.30 (5.36%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 113.97 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.14 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ OPTICS, PCBA และ IC ซึ่งเติบโต 100%, 78% และ 14% YoY ตามลําดับ ท่ามกลางสถานการณ์การชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของ COVD19
ส่งผลให้ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 11.96 ล้านบาท จากช่วงเวลา เดียวกันในปีก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.80 เป็นผลมาจากบริษัทฯ รักษาฐานการเติบโตของยอดขาย สําหรับผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูง และการบริหารจัดการต้นทุนที่สอดคล้องตามผลิตภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16138 out_tok=2447 at=2026-07-26T04:54:10 -->
# SMT กำไรสุทธิ Q4/65 พุ่ง 39.1% รับแรงหนุนรายได้ค้าปลีก-ค้าส่งฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตตามการจับจ่ายช่วงเทศกาล ฝ่ายจัดการเดินหน้าขยายสาขา-พัฒนาสินค้าใหม่
บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงาน 640.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 118.54 ล้านบาท เติบโต 39.1% โดยปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อและการจับจ่ายในช่วงเทศกาลปลายปี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SMT ในไตรมาส 4 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะจากช่องทางร้านค้าปลีกและร้านค้าส่ง** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตขึ้น 39.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 640.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.6%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้และกำไรมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก:
* **การกลับมาจัดกิจกรรมรื่นเริงและเทศกาลต่างๆ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้การจัดงานเทศกาลฮัลโลวีนและปีใหม่กลับมาคึกคัก ส่งผลให้ปริมาณยอดซื้อของทั้งลูกค้าร้านค้าปลีกและร้านค้าส่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่ลูกค้ามีการซื้อเพื่อเป็นของขวัญและเพื่อนำไปขายต่อ
* **การเติบโตของรายได้จากการขายสาขาเดิม (SSSG) และการขยายสาขา:** SMT มีการเติบโตของ SSSG ที่ 40.5% ในปี 2565 และมีการเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 10 สาขาในปี 2565 (จาก 95 สาขาใน Q4/64 เป็น 106 สาขาใน Q4/65) รวมถึงการขยายพื้นที่ร้านค้าที่สำเพ็ง ทำให้สามารถรองรับลูกค้าได้มากขึ้น
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเปิดประเทศ:** การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัว กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ เพิ่มขึ้น การเปิดประเทศทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อกำลังซื้อและการจับจ่าย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการมีแผนที่จะ **ขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง** โดยตั้งเป้าเปิดเพิ่ม 20 สาขาในปี 2566 และมีแผนขยายเป็น 165 สาขาภายในปี 2568 นอกจากนี้ ยังมีแผน **พัฒนาสินค้าใหม่ๆ** เช่น สินค้า Collection, สินค้าตามฤดูกาล, สินค้าลิขสิทธิ์การ์ตูน และการทำ Co-Branding กับ Influencer รวมถึงการปรับ Product Mix โดยเน้นสินค้าที่มีกำไรสูง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงาน Q4/65 เติบโต 35.6% YoY** แตะ 640.98 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของยอดขายร้านค้าปลีกและค้าส่ง
* **กำไรสุทธิ Q4/65 พุ่ง 39.1% YoY** สู่ระดับ 118.54 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q4/65 อยู่ที่ 54.9%** ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 53.9% ใน Q4/64 จากสัดส่วนรายได้ร้านค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น
* **ปี 2565 รายได้รวมเติบโต 50.5% YoY** แตะ 1,890.37 ล้านบาท และกำไรสุทธิโต 92.9% YoY สู่ระดับ 253.17 ล้านบาท
* **แผนขยายสาขา 20 แห่งในปี 2566** และพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อสร้างความน่าสนใจและเพิ่มมูลค่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
SMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงาน 640.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 39.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 351.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.2% YoY และ 50.5% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 54.9% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 53.9% ใน Q4/64 และเพิ่มขึ้นจาก 51.0% ใน Q3/65 กำไรสุทธิอยู่ที่ 118.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.1% YoY และ 152.1% QoQ อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 18.4% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 17.9% ใน Q4/64 และเพิ่มขึ้นจาก 10.2% ใน Q3/65
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,890.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.5% เมื่อเทียบกับปี 2564 และมีกำไรสุทธิ 253.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92.9% เมื่อเทียบกับปี 2564 อัตรากำไรขั้นต้นทั้งปีอยู่ที่ 52.4% ลดลงเล็กน้อยจาก 53.9% ในปี 2564 เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า ส่วนอัตรากำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 13.4% เพิ่มขึ้นจาก 10.4% ในปี 2564
## โอกาส
* **การขยายสาขา:** SMT ยังมีโอกาสในการเติบโตผ่านการขยายสาขาใหม่ โดยปัจจุบันมีสัดส่วนสาขาคิดเป็น 16.1% ของจำนวนห้างสรรพสินค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้งหมด มีเป้าหมายขยาย 20 สาขาในปี 2566 และตั้งเป้า 165 สาขาภายในปี 2568 รวมถึงศึกษาการขยายสาขารูปแบบ Stand Alone และ Franchise
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม:** การออกสินค้าใหม่ เช่น Collection, สินค้าตามฤดูกาล, สินค้าลิขสิทธิ์การ์ตูน, การทำ Co-Branding, การจัดชุดเซ็ทสินค้า, การปรับปรุง Visual Merchandise และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย จะช่วยสร้างความน่าสนใจและเพิ่มมูลค่า
* **การตลาดรูปแบบใหม่:** การจัดกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขายในรูปแบบใหม่ รวมถึงการปรับสัดส่วนสินค้า (Product Mix) โดยเน้นสินค้ากลุ่มที่มีกำไรสูง จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 การเปิดประเทศ และการกลับมาจัดกิจกรรมรื่นเริงต่างๆ ส่งผลดีต่อกำลังซื้อและการจับจ่าย
## ความเสี่ยง
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหยวน (RMB) ส่งผลให้ต้นทุนขายที่ซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์มีการแข่งขันสูง การรักษาฐานลูกค้าและการสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญ
* **ต้นทุนการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาและการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แผนการขยายสาขา:** ติดตามความคืบหน้าของการเปิดสาขาใหม่ 20 แห่งในปี 2566 และการขยายสาขาในรูปแบบ Stand Alone และ Franchise
* **การพัฒนาและเปิดตัวสินค้าใหม่:** ประเมินผลตอบรับของสินค้าใหม่ๆ ที่จะออกมา รวมถึงการปรับ Product Mix
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** จับตาแนวโน้มค่าเงินบาทและผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าสินค้า
* **ประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในบริบทของกลุ่มเทคโนโลยี แม้ SMT จะเป็นธุรกิจค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์ แต่การดำเนินงานมีการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ เช่น แพลตฟอร์มออนไลน์/อีคอมเมิร์ซ (Shopee, Lazada) และการนำเสนอสินค้าที่ทันสมัย การพัฒนา Product Mix โดยเน้นสินค้าที่มีกำไรสูง และการใช้ Co-Branding กับ Influencer บนโลกออนไลน์ สะท้อนถึงการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,801.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.6% จากปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการระดมทุน IPO สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับยอดขายที่เติบโต หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,191.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% จากปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้าและหนี้สินตามสัญญาเช่าจากการขยายสาขา ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 1,610.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.9% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการระดมทุน IPO และผลการดำเนินงานที่ดี
## สรุปท้าย
SMT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 เติบโตแข็งแกร่งทั้งรายได้และกำไรสุทธิ จากแรงหนุนหลักของการฟื้นตัวของกำลังซื้อช่วงเทศกาลปลายปี และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการมีแผนเดินหน้าขยายธุรกิจทั้งการเพิ่มจำนวนสาขาและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโต แม้จะมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ภาพรวมการดำเนินงานยังคงมีแนวโน้มที่ดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
596.43
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
50.07
ล้านบาท
↑ 10691.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.40
%
กำไรสุทธิ
-10.66
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.79
%
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
596
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
50
↑ + 10691.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-11
↓ -79.3%
YoY
D/E Ratio
0.37
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
-3.42
ROA (%)
-2.06
Book Value/หุ้น
2.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-128
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-109
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-128.41
-3.55%
|
-133.14
-40.77%
|
-224.78
-3,158.23%
|
7.35
-102.67%
|
-275.46
-196.35%
|
285.89
+10.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-109.35
-182.60%
|
132.39
+350.77%
|
29.37
+56.97%
|
18.71
-30.11%
|
26.77
-126.20%
|
-102.17
-23.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-46.04
-150.32%
|
91.49
-78.69%
|
429.26
+393.52%
|
86.98
-68.89%
|
279.61
-200.63%
|
-277.86
+944.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-283.79
-412.75%
|
90.74
-61.20%
|
233.84
+106.86%
|
113.04
+265.59%
|
30.92
-132.84%
|
-94.14
-195.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
286.00
+122.98%
|
128.26
+7.55%
|
119.26
+234.44%
|
35.66
+9.69%
|
32.51
-74.33%
|
126.65
+353.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
394.86
+38.06%
|
286.00
+122.98%
|
128.26
+7.55%
|
119.26
+234.44%
|
35.66
+9.69%
|
32.51
-74.33%
|