บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
5.30
0.30 (5.36%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 113.97 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.14 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ OPTICS, PCBA และ IC ซึ่งเติบโต 100%, 78% และ 14% YoY ตามลําดับ ท่ามกลางสถานการณ์การชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของ COVD19
ส่งผลให้ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 11.96 ล้านบาท จากช่วงเวลา เดียวกันในปีก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.80 เป็นผลมาจากบริษัทฯ รักษาฐานการเติบโตของยอดขาย สําหรับผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูง และการบริหารจัดการต้นทุนที่สอดคล้องตามผลิตภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10313 out_tok=3019 at=2026-07-26T05:37:55 -->
# SMT กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 18.59% ท่ามกลางอุปสงค์โลกซบเซา
## รายได้หดตัวตามภาวะตลาดโลก แต่กลุ่มสินค้า Optical ยังเติบโตโดดเด่น หนุนกำไรสุทธิ 84.17 ล้านบาท
บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการ 703.03 ล้านบาท ลดลง 13.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 84.17 ล้านบาท ลดลง 18.59% โดยปัจจัยหลักมาจากอุปสงค์ตลาดโลกที่ยังชะลอตัว แต่กลุ่มสินค้า Optical ยังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ SMT ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การปรับตัวลดลงของรายได้จากการขายและบริการโดยรวม 13.19%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 18.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากความต้องการซื้อของตลาดโลกที่ยังซบเซา และระดับสินค้าคงคลังของลูกค้าที่ยังอยู่ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการปัจจุบัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกและสงครามที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของตลาดและผู้บริโภค ทำให้เกิดการชะลอตัวของการสั่งซื้อสินค้า และการยืดอายุการผลิตออกไป ซึ่งกระทบต่อรายได้หลักของบริษัทฯ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า OSAT (การประกอบและทดสอบแผงวงจรไฟฟ้า) ที่ลดลง 42.82% และ PCBA & Box Build (ผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์) ที่ลดลง 38.78% อย่างไรก็ตาม **กลุ่มสินค้า Optical (อุปกรณ์สำหรับการสื่อสารผ่านเส้นใยแก้วนำแสง) ยังคงเติบโตได้ดีถึง 60.57%** เนื่องจากตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกเติบโตอย่างมาก จากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นและการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าอุปสงค์ตลาดโลกยังซบเซา แต่การเติบโตที่โดดเด่นของกลุ่มสินค้า Optical บ่งชี้ถึงศักยภาพของตลาดดังกล่าว ซึ่งอาจช่วยชดเชยการหดตัวของกลุ่มสินค้าอื่นได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและสงครามยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตาต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการ Q3/2566 อยู่ที่ 703.03 ล้านบาท ลดลง 13.19% YoY** จากภาวะเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ที่ชะลอตัว
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 อยู่ที่ 84.17 ล้านบาท ลดลง 18.59% YoY** เป็นผลจากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนขายที่ลดลงในสัดส่วนที่น้อยกว่า
* **กลุ่มสินค้า Optical เติบโตโดดเด่น 60.57% YoY** หนุนโดยตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก
* **กลุ่มสินค้า OSAT และ PCBA & Box Build หดตัวแรง** ตามอุปสงค์ตลาดโลกที่ซบเซา
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 77.41% YoY** จากการชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะยาวก่อนกำหนด
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 9.41%** จากผลกำไรสะสม
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 SMT มีรายได้จากการขายและบริการรวม 703.03 ล้านบาท ลดลง 13.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการซื้อของตลาดโลกที่ยังซบเซาและระดับสินค้าคงคลังของลูกค้าที่อยู่ในปริมาณที่เพียงพอ ทำให้จำนวนการสั่งซื้อสินค้าลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้จากกลุ่มสินค้าอุปกรณ์สำหรับการสื่อสารผ่านเส้นใยแก้วนำแสง (Optical) ยังคงเติบโตได้ดีถึง 60.57% YoY เนื่องจากตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกเติบโตอย่างมาก
ต้นทุนขายและบริการลดลง 12.83% YoY สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 14.59% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.06% ลดลงจาก 20.95% ในงวดเดียวกันของปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 17.15% YoY ตามสัดส่วนยอดขายที่ลดลง
ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 77.41% YoY เนื่องจากบริษัทฯ ใช้สภาพคล่องส่วนเกินจ่ายคืนหนี้เงินกู้ระยะยาวก่อนกำหนด
ภาระภาษีเงินได้ลดลง 94.75% YoY เนื่องจากมีการรับรู้สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีลดลง
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 84.17 ล้านบาท ลดลง 18.59% YoY
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,055.37 ล้านบาท ลดลง 1.39% YoY และมีกำไรสุทธิ 242.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.58% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดดาต้าเซ็นเตอร์:** ความต้องการสินค้ากลุ่ม Optical ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก ถือเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันรายได้และกำไรของบริษัทฯ
* **การกระจายกลุ่มลูกค้าและประเทศ:** การกระจายกลุ่มลูกค้าไปยังหลากหลายประเทศทั่วโลก ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตลาดใดตลาดหนึ่ง
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์:** การมุ่งเน้นพัฒนาสินค้าให้ทันสมัยและมีคุณภาพอยู่เสมอ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและสงครามที่ยืดเยื้อยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักต่ออุปสงค์การซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
* **ระดับสินค้าคงคลังของลูกค้า:** ระดับสินค้าคงคลังของลูกค้าที่ยังอยู่ในปริมาณที่เพียงพอ อาจส่งผลให้การสั่งซื้อสินค้ายังคงชะลอตัวในระยะสั้น
* **การพึ่งพิงสินค้าบางประเภท:** แม้จะมีการกระจายสินค้า แต่การหดตัวของกลุ่มสินค้า OSAT และ PCBA & Box Build ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอุปสงค์ตลาดโลก:** การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดอิเล็กทรอนิกส์โลก และผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสงคราม
* **การเติบโตของกลุ่มสินค้า Optical:** ความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของกลุ่มสินค้า Optical และการขยายฐานลูกค้าในตลาดนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางความผันผวนของรายได้
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** กลยุทธ์ในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังของทั้งบริษัทฯ และลูกค้า เพื่อให้สอดคล้องกับอุปสงค์ที่แท้จริง
* **การชำระหนี้ของลูกค้า:** การติดตามแนวโน้มการชำระหนี้ของลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มีการยืดระยะเวลาการชำระ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
* **Product Mix:** โครงสร้างรายได้ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยกลุ่มสินค้า Optical มีสัดส่วนรายได้ถึง 50.68% และเติบโตโดดเด่นถึง 60.57% YoY ขณะที่กลุ่ม OSAT (26.55% ของรายได้) และ PCBA & Box Build (22.77% ของรายได้) กลับหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงการกระจายความเสี่ยงที่ฝ่ายจัดการดำเนินการ แต่ก็ยังคงมีความเปราะบางจากอุปสงค์ในบางกลุ่มผลิตภัณฑ์
* **Recurring Revenue/Subscription:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ในรูปแบบ recurring revenue หรือ subscription ที่ชัดเจน
* **R&D:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) หรือแผนการลงทุนในส่วนนี้
* **ลูกค้าหลัก:** เอกสารไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าหลัก หรือสัดส่วนรายได้จากลูกค้าแต่ละราย
* **Margin:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 20.06% ลดลงเล็กน้อยจาก 20.95% ในปีก่อน ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่การลดลงนี้สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง
* **การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** ฝ่ายจัดการเน้นย้ำถึงการกระจายรายได้ไปยังกลุ่มธุรกิจที่หลากหลาย และการกระจายกลุ่มลูกค้าไปทั่วโลก ซึ่งเป็นการขยายตลาดในเชิงกลยุทธ์ แต่ไม่ได้ระบุถึงการสร้างพาร์ทเนอร์ชิพใหม่ๆ ที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,545.56 ล้านบาท ลดลง 6.30% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 1,162.09 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 1,383.47 ล้านบาท
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด** ลดลง 54.75% จากสิ้นปี 2565 มาอยู่ที่ 53.97 ล้านบาท เนื่องจากการนำเงินสดไปชำระคืนหนี้ที่มีดอกเบี้ยล่วงหน้า
* **ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น** เพิ่มขึ้น 8.16% มาอยู่ที่ 400.26 ล้านบาท จากการที่ลูกค้าบางรายมีการยืดระยะเวลาการชำระ
* **สินค้าคงเหลือ** ลดลง 2.54% มาอยู่ที่ 693.97 ล้านบาท
* **ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์** ลดลง 7.81% มาอยู่ที่ 1,333.42 ล้านบาท จากการตัดค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย
**หนี้สินรวม** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 42.17% มาอยู่ที่ 478.51 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 31.40% และหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 68.25% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการที่บริษัทฯ ใช้เงินสดจ่ายคืนหนี้เงินกู้ระยะยาวก่อนกำหนด ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยลดลง
**ส่วนของผู้ถือหุ้น** เพิ่มขึ้น 9.41% มาอยู่ที่ 2,067.05 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566
**กระแสเงินสด** สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 414.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.47% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในงวด 9 เดือน เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 54.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการลงทุนซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักร ขณะที่เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 425.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวและซื้อหุ้นคืน ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 65.29 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SMT ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายจากอุปสงค์ตลาดโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการโดยรวมลดลง 13.19% และกำไรสุทธิลดลง 18.59% อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่แข็งแกร่งของกลุ่มสินค้า Optical ซึ่งได้รับแรงหนุนจากตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ ขณะที่การบริหารจัดการหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะยาวก่อนกำหนด ช่วยลดภาระดอกเบี้ยและเสริมสร้างฐานะการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น การจับตาแนวโน้มอุปสงค์ตลาดโลกและการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของกลุ่มสินค้า Optical จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
596.43
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
50.07
ล้านบาท
↑ 10691.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.40
%
กำไรสุทธิ
-10.66
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.79
%
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
596
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
50
↑ + 10691.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-11
↓ -79.3%
YoY
D/E Ratio
0.37
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
-3.42
ROA (%)
-2.06
Book Value/หุ้น
2.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-128
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-109
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-128.41
-3.55%
|
-133.14
-40.77%
|
-224.78
-3,158.23%
|
7.35
-102.67%
|
-275.46
-196.35%
|
285.89
+10.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-109.35
-182.60%
|
132.39
+350.77%
|
29.37
+56.97%
|
18.71
-30.11%
|
26.77
-126.20%
|
-102.17
-23.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-46.04
-150.32%
|
91.49
-78.69%
|
429.26
+393.52%
|
86.98
-68.89%
|
279.61
-200.63%
|
-277.86
+944.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-283.79
-412.75%
|
90.74
-61.20%
|
233.84
+106.86%
|
113.04
+265.59%
|
30.92
-132.84%
|
-94.14
-195.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
286.00
+122.98%
|
128.26
+7.55%
|
119.26
+234.44%
|
35.66
+9.69%
|
32.51
-74.33%
|
126.65
+353.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
394.86
+38.06%
|
286.00
+122.98%
|
128.26
+7.55%
|
119.26
+234.44%
|
35.66
+9.69%
|
32.51
-74.33%
|