บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
5.30
0.30 (5.36%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 113.97 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.14 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ OPTICS, PCBA และ IC ซึ่งเติบโต 100%, 78% และ 14% YoY ตามลําดับ ท่ามกลางสถานการณ์การชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของ COVD19
ส่งผลให้ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 11.96 ล้านบาท จากช่วงเวลา เดียวกันในปีก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.80 เป็นผลมาจากบริษัทฯ รักษาฐานการเติบโตของยอดขาย สําหรับผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูง และการบริหารจัดการต้นทุนที่สอดคล้องตามผลิตภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15337 out_tok=2888 at=2026-08-06T19:50:15 -->
# SMT พลิกกำไร Q2/2569 โตแรง 189.9% รับอานิสงส์การผลิตฟื้น-คุมต้นทุน
## รายได้-กำไรพุ่งแรง YoY จากการผลิตที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นย้ำการบริหารต้นทุนและขยายฐานลูกค้าเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 40.5 ล้านบาท เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 189.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 45.1 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตและการส่งมอบ รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SMT ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 57.8% YoY แตะ 711.3 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการปรับตัวดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) จาก 4.7% ใน Q2/2568 เป็น 12.9% ใน Q2/2569** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้บริษัทพลิกจากขาดทุนสุทธิ 45.1 ล้านบาท กลับมามีกำไรสุทธิ 40.5 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจาก **ปริมาณการผลิตและการส่งมอบที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Optics และ IC Packaging รวมถึงการขยายตัวของลูกค้าบางรายในกลุ่ม Box Build** ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการฟื้นตัวในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง
ส่วนการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้นนั้น เกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน ได้แก่:
* **ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการใช้กำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น:** เมื่อมีคำสั่งซื้อมากขึ้น การผลิตที่มากขึ้นช่วยกระจายต้นทุนคงที่ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง
* **การบริหารต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายการผลิต:** บริษัทฯ มีการควบคุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้อย่างมีวินัย
* **สัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรเหมาะสมเพิ่มขึ้น:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุ Product Mix โดยละเอียด แต่การที่ GPM เพิ่มขึ้นอย่างมาก บ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่ให้มาร์จิ้นสูงขึ้น หรือมีการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ให้ลดลงเหลือ 9.7% ของรายได้** จาก 13.9% ในปีก่อน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมให้กำไรจากการดำเนินงานดีขึ้นอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง**
ฝ่ายบริหารคาดว่าผลประกอบการจะได้รับแรงสนับสนุนจากการทยอยส่งมอบคำสั่งซื้อที่มีความชัดเจน การขยายฐานลูกค้า และการเติบโตของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่มีศักยภาพสูง เช่น Photonics, Advanced Packaging, Power Electronics และ Digital Infrastructure ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารยังคงใช้ความระมัดระวังในการประเมินคำสั่งซื้อและแผนการลงทุน เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้าระหว่างประเทศ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์ รวมถึงความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของลูกค้าและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรและความสามารถในการทำกำไรในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ 40.5 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 189.9% YoY จากขาดทุน 45.1 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 261.8% QoQ จากกำไร 11.2 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการโต 57.8% YoY:** แตะ 711.3 ล้านบาท จาก 450.7 ล้านบาทใน Q2/2568
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งแรง:** ปรับขึ้นจาก 4.7% ใน Q2/2568 เป็น 12.9% ใน Q2/2569
* **EBITDA เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** อยู่ที่ 88.3 ล้านบาท เทียบกับ 5.1 ล้านบาทใน Q2/2568
* **SG&A ต่อรายได้ลดลง:** อยู่ที่ 9.7% เทียบกับ 13.9% ใน Q2/2568 สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายและ Operating Leverage
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 ของ SMT แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 57.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตและการส่งมอบ โดยเฉพาะในกลุ่ม Optics และ IC Packaging รวมถึงการขยายตัวของลูกค้าในกลุ่ม Box Build ขณะที่กลุ่ม PCBA และ Wafer ยังฟื้นตัวช้ากว่า
การบริหารต้นทุนขายและบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 4.7% ในปีก่อน เป็น 12.9% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้กำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพ การบริหารต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายการผลิต รวมถึงสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรเหมาะสมเพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เมื่อเทียบกับรายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพและการได้รับประโยชน์จาก Operating Leverage จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานพลิกกลับมาเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อรวมกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 40.5 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 45.1 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดเทคโนโลยีขั้นสูง:** ความต้องการในกลุ่ม AI, Data Centers, Photonics, Advanced Packaging และ Power Electronics ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ SMT ให้ความสำคัญ
* **การขยายฐานลูกค้า:** บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของลูกค้า
* **การเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม:** มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและอัตรากำไรสูง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของผลการดำเนินงาน
* **ประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น:** การใช้กำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและนโยบายการค้า:** อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์โดยรวม
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนโลจิสติกส์:** อาจกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** เนื่องจากรายได้และการจัดซื้อส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ
* **การเปลี่ยนแปลงหรือเลื่อนกำหนดการสั่งซื้อของลูกค้ารายสำคัญ:** อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการรับรู้รายได้
* **การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว:** ต้องมีการปรับตัวและพัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง
* **ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของลูกค้า:** แม้จะพยายามขยายฐานลูกค้า แต่การพึ่งพาลูกค้าหลักบางรายยังคงเป็นความเสี่ยง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อและยอดขายในครึ่งปีหลัง 2569:** โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าหลักและกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี
* **ความคืบหน้าในการขยายฐานลูกค้า:** และการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม
* **ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ต่อผลประกอบการ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า:** เพื่อรักษาสภาพคล่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในไตรมาส 2 ปี 2569 SMT แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี โดยเฉพาะในกลุ่ม **Optics และ IC Packaging** ที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของรายได้ การที่บริษัทฯ สามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ การใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และอาจรวมถึงการปรับปรุง Product Mix ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
การที่ SG&A ต่อรายได้ลดลง สะท้อนถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เข้มงวด และการได้รับประโยชน์จาก Operating Leverage ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับธุรกิจเทคโนโลยีที่มักมีต้นทุนคงที่สูง การที่บริษัทฯ เน้นย้ำการลงทุนในกลุ่ม Photonics, Advanced Packaging, Power Electronics และ Digital Infrastructure แสดงให้เห็นถึงการวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนวัตถุดิบ และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดสำหรับบริษัทในกลุ่มนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 SMT มีสินทรัพย์รวมประมาณ 2,397.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2568 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนรวมเพิ่มขึ้น 79.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของยอดขายและเพื่อรองรับการผลิต
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 164.5 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 มาอยู่ที่ 45.9 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2569 ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับการเติบโตของยอดขาย (ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น) รวมถึงรายจ่ายลงทุนและกิจกรรมจัดหาเงิน
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 644.5 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1,734.6 ล้านบาท ทำให้ D/E Ratio อยู่ที่ 0.37 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง และบริษัทฯ ไม่มีภาระหนี้สินที่เป็นเงินกู้ยืมทางการเงิน
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานติดลบ 73.7 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการเติบโตของธุรกิจ แต่ก็ส่งผลให้เงินสดปลายงวดลดลง
## สรุปท้าย
SMT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่น่าประทับใจ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 40.5 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของรายได้จากการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Optics และ IC Packaging ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การควบคุมค่าใช้จ่ายและประโยชน์จาก Operating Leverage ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของผลกำไร แม้จะมีโอกาสในการเติบโตจากตลาดเทคโนโลยีที่สดใส แต่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจโลก นโยบายการค้า และความผันผวนของต้นทุน ยังคงเป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
596.43
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
50.07
ล้านบาท
↑ 10691.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.40
%
กำไรสุทธิ
-10.66
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.79
%
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
596
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
50
↑ + 10691.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-11
↓ -79.3%
YoY
D/E Ratio
0.37
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
-3.42
ROA (%)
-2.06
Book Value/หุ้น
2.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-128
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-109
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-128.41
-3.55%
|
-133.14
-40.77%
|
-224.78
-3,158.23%
|
7.35
-102.67%
|
-275.46
-196.35%
|
285.89
+10.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-109.35
-182.60%
|
132.39
+350.77%
|
29.37
+56.97%
|
18.71
-30.11%
|
26.77
-126.20%
|
-102.17
-23.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-46.04
-150.32%
|
91.49
-78.69%
|
429.26
+393.52%
|
86.98
-68.89%
|
279.61
-200.63%
|
-277.86
+944.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-283.79
-412.75%
|
90.74
-61.20%
|
233.84
+106.86%
|
113.04
+265.59%
|
30.92
-132.84%
|
-94.14
-195.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
286.00
+122.98%
|
128.26
+7.55%
|
119.26
+234.44%
|
35.66
+9.69%
|
32.51
-74.33%
|
126.65
+353.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
394.86
+38.06%
|
286.00
+122.98%
|
128.26
+7.55%
|
119.26
+234.44%
|
35.66
+9.69%
|
32.51
-74.33%
|