บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
5.30
0.30 (5.36%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 113.97 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.14 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ OPTICS, PCBA และ IC ซึ่งเติบโต 100%, 78% และ 14% YoY ตามลําดับ ท่ามกลางสถานการณ์การชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของ COVD19
ส่งผลให้ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 11.96 ล้านบาท จากช่วงเวลา เดียวกันในปีก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.80 เป็นผลมาจากบริษัทฯ รักษาฐานการเติบโตของยอดขาย สําหรับผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูง และการบริหารจัดการต้นทุนที่สอดคล้องตามผลิตภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9913 out_tok=3130 at=2026-07-26T05:52:47 -->
# SMT กำไร Q1/2566 พุ่ง 28.91% รับรายได้โต-บริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ
## รายได้รวม SMT ไตรมาสแรกโต 9.32% แตะ 645.96 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิพุ่ง 28.91% เป็น 73.38 ล้านบาท จากการขยายฐานลูกค้าและควบคุมค่าใช้จ่าย
บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 645.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 73.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 28.91% การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการดำเนินกลยุทธ์ที่วางไว้ ทั้งการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายฐานลูกค้าไปยังหลากหลายภูมิภาค และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SMT ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ** โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 9.32% เป็น 645.96 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโตถึง 28.91% เป็น 73.38 ล้านบาท ซึ่งอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิสูงกว่ารายได้ สะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากกลยุทธ์ที่ฝ่ายจัดการวางไว้ ได้แก่ การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายฐานลูกค้าไปยังหลากหลายพื้นที่ทั่วโลก และการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ ทำให้ไม่พึ่งพิงสินค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป โดยเฉพาะรายได้จากกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารผ่านใยแก้วนำแสง (Optical) ที่เติบโตสูงถึง 26.75% และกลุ่มผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (PCBA AND BOXBUILD) ที่เติบโต 11.19% แม้ว่ารายได้จากกลุ่ม IC Packaging จะลดลงเล็กน้อยก็ตาม
ในด้านการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนขายและบริการให้เพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 27.70% เป็น 156.08 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24.16% ของรายได้จากการขายและบริการ ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทางการเงินยังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 43.36% เนื่องจากบริษัทฯ มีการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดเพื่อลดภาระดอกเบี้ย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการยังคงเชื่อมั่นว่าจะรักษาความสามารถในการเติบโตและข้อได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าช่วงระยะเวลาที่เหลือของปีจะเป็นช่วงเวลาที่ดีของบริษัทฯ กลยุทธ์การขยายฐานลูกค้า การกระจายแหล่งรายได้ และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพที่นำมาซึ่งผลประกอบการที่ดีในไตรมาสนี้ มีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อเนื่องไปในอนาคต อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q1/2566:** 645.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.32% YoY
* **กำไรสุทธิ Q1/2566:** 73.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.91% YoY
* **กำไรขั้นต้น Q1/2566:** 156.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.70% YoY คิดเป็น 24.16% ของรายได้
* **รายได้กลุ่ม Optical เติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้น 26.75% YoY
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง:** 43.36% YoY จากการชำระคืนเงินกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างน่าพอใจ โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 645.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินกลยุทธ์ที่วางไว้ในการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ขยายฐานลูกค้าไปยังหลากหลายพื้นที่ และมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพด้านการผลิต ส่งผลให้ได้รับการไว้วางใจจากลูกค้า กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 27.70% เป็น 156.08 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24.16% ของรายได้จากการขายและบริการ ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่ต้องใช้ความแม่นยำ คุณภาพ และความเชี่ยวชาญที่ให้กำไรสูงขึ้น รวมถึงการบริหารต้นทุนวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 23.19% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 43.36% จากการบริหารจัดการความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้บริษัทฯ ชำระเงินกู้ก่อนกำหนด ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 73.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.91% YoY
## โอกาส
* **การขยายฐานลูกค้าและภูมิภาค:** กลยุทธ์การกระจายฐานลูกค้าไปยังเขตพื้นที่อื่นๆ ของโลกและการกระจายแหล่งที่มาของรายได้จากหลายภูมิภาค ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโต
* **การเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่:** การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วยเพิ่มทางเลือกและตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
* **การมุ่งเน้นสินค้าคุณภาพสูง:** การให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าที่ต้องใช้ความแม่นยำ คุณภาพ และความเชี่ยวชาญ ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารต้นทุนและห่วงโซ่อุปทาน:** ประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ การผลิต และห่วงโซ่อุปทาน ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การลดภาระทางการเงิน:** การชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนดช่วยลดค่าใช้จ่ายทางการเงินและเพิ่มสภาพคล่อง
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ความกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของสกุลเงินอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้ของบริษัทฯ
* **การชะลอตัวของอุปสงค์ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์:** สัญญาณการชะลอตัวของอุปสงค์ที่เริ่มมีมาตั้งแต่ปลายปี 2565 อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณคำสั่งซื้อในอนาคต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อาจกดดันด้านราคาและส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้ของกลุ่มสินค้า IC Packaging ที่ลดลง YoY
* การเติบโตของรายได้ในกลุ่มสินค้า PCBA & BOX BUILD และ OPTICS ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมได้ต่อเนื่องหรือไม่
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิตท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* การขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ และการรักษาฐานลูกค้าเดิม
* การลงทุนในซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในไตรมาส 1 ปี 2566 SMT แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและเติบโตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน แม้ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะเผชิญแรงกดดันจากการชะลอตัวของอุปสงค์และอัตราแลกเปลี่ยน แต่ SMT สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการได้ถึง 9.32% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการกระจายกลุ่มลูกค้าไปยังเขตพื้นที่ต่างๆ ของโลก และการกระจายแหล่งที่มาของรายได้จากหลายภูมิภาค ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์การลดการพึ่งพิงรายได้จากสินค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
โครงสร้างรายได้มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยรายได้จากกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารผ่านใยแก้วนำแสง (Optical) เติบโตโดดเด่นถึง 26.75% คิดเป็น 32.60% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้จากกลุ่มผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (PCBA AND BOXBUILD) เพิ่มขึ้น 11.19% คิดเป็น 26.20% ของรายได้รวม อย่างไรก็ตาม รายได้จากกลุ่ม IC Packaging ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุด (41.20%) กลับลดลง 2.10% ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตา
ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น 27.70% เป็น 24.16% ของรายได้ สะท้อนถึงการมุ่งเน้นการผลิตสินค้าที่ให้กำไรสูงขึ้น การบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ และการคัดเลือกลูกค้าและสินค้าที่มีศักยภาพในการทำกำไรสูง การบริหารค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญก็เป็นอีกปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตได้ถึง 28.91%
การลงทุนในซอฟต์แวร์สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานที่ระบุในส่วนกระแสเงินสด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,610.70 ล้านบาท ลดลง 3.90% จากสิ้นปีก่อน โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียน 1,154.77 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 1,455.93 ล้านบาท การลดลงของสินทรัพย์รวมส่วนใหญ่มาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง 66.93% เป็น 39.44 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเงินไปชำระหนี้สินระยะยาวเพื่อลดภาระต้นทุนทางการเงิน
ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 3.12% เป็น 381.61 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.87% เป็น 725.33 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายและแผนการดำเนินงาน
หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 19.84% เป็น 663.25 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 5.01% และหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงถึง 55.77% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวก่อนกำหนด ทำให้เงินกู้ระยะยาวลดลง 42.07%
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.08% เป็น 1,947.45 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของกระแสเงินสด เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง 72.26% เป็น 75.69 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้น 54.07% เป็น 13.39 ล้านบาท เพื่อลงทุนในซอฟต์แวร์ และเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 89.94 ล้านบาท เป็น 142.11 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้ในการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 79.81 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SMT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 28.91% เป็น 73.38 ล้านบาท จากการขยายฐานลูกค้าและกระจายแหล่งรายได้ ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น แม้จะเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ชะลอตัว บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากกลยุทธ์ที่วางไว้ แต่ต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและแนวโน้มอุปสงค์ในตลาดเทคโนโลยี
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
596.43
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
50.07
ล้านบาท
↑ 10691.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.40
%
กำไรสุทธิ
-10.66
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.79
%
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
596
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
50
↑ + 10691.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-11
↓ -79.3%
YoY
D/E Ratio
0.37
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
-3.42
ROA (%)
-2.06
Book Value/หุ้น
2.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-128
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-109
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-128.41
-3.55%
|
-133.14
-40.77%
|
-224.78
-3,158.23%
|
7.35
-102.67%
|
-275.46
-196.35%
|
285.89
+10.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-109.35
-182.60%
|
132.39
+350.77%
|
29.37
+56.97%
|
18.71
-30.11%
|
26.77
-126.20%
|
-102.17
-23.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-46.04
-150.32%
|
91.49
-78.69%
|
429.26
+393.52%
|
86.98
-68.89%
|
279.61
-200.63%
|
-277.86
+944.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-283.79
-412.75%
|
90.74
-61.20%
|
233.84
+106.86%
|
113.04
+265.59%
|
30.92
-132.84%
|
-94.14
-195.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
286.00
+122.98%
|
128.26
+7.55%
|
119.26
+234.44%
|
35.66
+9.69%
|
32.51
-74.33%
|
126.65
+353.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
394.86
+38.06%
|
286.00
+122.98%
|
128.26
+7.55%
|
119.26
+234.44%
|
35.66
+9.69%
|
32.51
-74.33%
|