บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
5.30
0.30 (5.36%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 113.97 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.14 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ OPTICS, PCBA และ IC ซึ่งเติบโต 100%, 78% และ 14% YoY ตามลําดับ ท่ามกลางสถานการณ์การชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของ COVD19
ส่งผลให้ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 11.96 ล้านบาท จากช่วงเวลา เดียวกันในปีก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.80 เป็นผลมาจากบริษัทฯ รักษาฐานการเติบโตของยอดขาย สําหรับผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูง และการบริหารจัดการต้นทุนที่สอดคล้องตามผลิตภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3891 out_tok=2369 at=2026-07-26T05:03:50 -->
# SMT กำไรปี 64 พุ่ง 152% รับแรงหนุนรายได้ PCBA-OPTICS โต
## รายได้รวมโต 14% สวนเศรษฐกิจชะลอ-ชิปขาดแคลน ขณะที่ต้นทุนบริหารจัดการได้ดี
บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 210.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 152% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 2,182.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.36% แม้จะเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การขาดแคลนชิป และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์ในรายละเอียดต่อไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก product mix, recurring revenue, ลูกค้าหลัก, margin, ค่าใช้จ่าย R&D/ขาย, หรือสัญญาใหม่
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SMT ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 152% ในปี 2564 มาจาก **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ PCBA และ OPTICS ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนขายและบริการที่มีประสิทธิภาพ**
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือการที่บริษัทฯ สามารถเพิ่มรายได้จากการขายสินค้าและบริการได้ถึง 14.36% หรือ 274.12 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ PCBA ที่เติบโตสูงถึง 124.25% และกลุ่ม OPTICS ที่เติบโต 27.17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้จะอยู่ในสภาวะที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกเผชิญปัญหาขาดแคลนชิปและเศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นยังเพิ่มขึ้น 18.55% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ และการรักษาฐานการเติบโตของยอดขายสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในกลุ่ม PCBA และ OPTICS เกิดจากการที่บริษัทฯ สามารถหาลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น (Margin) สูง ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การบริหารต้นทุนขายและบริการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความสามารถในการหาลูกค้าเพิ่มและรักษาฐานลูกค้าเดิมสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูง รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากสถานการณ์ขาดแคลนชิปทั่วโลกและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 152%** แตะ 210.21 ล้านบาท จาก 83.41 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **รายได้จากการขายสินค้าและบริการปี 2564 เพิ่มขึ้น 14.36%** เป็น 2,182.61 ล้านบาท
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์ PCBA และ OPTICS เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก** โดย PCBA เติบโต 124.25% และ OPTICS เติบโต 27.17% YoY
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 18.55%** จากการหาลูกค้าเพิ่มและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเพียง 1.52%** สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี
* **มีผลประโยชน์ทางภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 38.97 ล้านบาท** จากขาดทุนสะสมในอดีต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 2,182.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.36% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ PCBA และ OPTICS แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 13.40% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น และมีการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 18.55% เป็น 421.96 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 1.52% เป็น 278.07 ล้านบาท ขณะที่รายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้น 29.12% ส่วนใหญ่มาจากรายได้จากการจำหน่ายสินทรัพย์และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 16.28% จากการจ่ายคืนเงินต้นและการปรับโครงสร้างหนี้ บริษัทฯ ยังได้รับประโยชน์จากภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 38.97 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 152.00% เป็น 210.21 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ PCBA และ OPTICS:** การเติบโตที่สูงของผลิตภัณฑ์เหล่านี้บ่งชี้ถึงความต้องการของตลาดและศักยภาพของบริษัทในการตอบสนอง
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ช่วยเพิ่มอัตรากำไรและผลักดันกำไรสุทธิ
* **การหาลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเดิม:** กลยุทธ์นี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาการเติบโตของยอดขาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูง
* **รายได้อื่นๆ:** การมีรายได้จากการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ช่วยเสริมผลประกอบการโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **การขาดแคลนชิปทั่วโลก:** เป็นความเสี่ยงสำคัญต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและคำสั่งซื้อของบริษัท
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจเทคโนโลยีมีการแข่งขันสูง บริษัทต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์และราคา
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในปีนี้ แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ PCBA และ OPTICS ในไตรมาสถัดไป
* สถานการณ์การขาดแคลนชิป และผลกระทบต่อการผลิตและการส่งมอบสินค้า
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางแรงกดดันด้านราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง
* แผนการขยายตลาดหรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโต
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ SMT ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและเติบโตท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมในปี 2564 การเติบโตที่โดดเด่นของกลุ่มผลิตภัณฑ์ PCBA (Printed Circuit Board Assembly) และ OPTICS บ่งชี้ถึงการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับเทรนด์ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ต้องการชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนและประสิทธิภาพสูงขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของผลิตภัณฑ์หลัก เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันผลประกอบการให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนชิปทั่วโลก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โดยรวม การที่บริษัทฯ สามารถเพิ่มรายได้และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,764.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.19% จากสิ้นปี 2563 โดยมีหนี้สินรวม 1,185.29 ล้านบาท ลดลง 8.75% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 18.83% เป็น 1,578.72 ล้านบาท เนื่องมาจากผลการดำเนินงานที่ดีและกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น การลดลงของหนี้สินและการเพิ่มขึ้นของส่วนของผู้ถือหุ้นส่งผลให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งมากขึ้น
## สรุปท้าย
SMT ปิดปี 2564 ด้วยผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 152% เป็นผลมาจากรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ PCBA และ OPTICS ควบคู่กับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับความท้าทายของอุตสาหกรรม แต่บริษัทฯ ก็สามารถรักษาการเติบโตและเพิ่มอัตรากำไรได้ โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการขาดแคลนชิปและภาวะเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
596.43
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
50.07
ล้านบาท
↑ 10691.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.40
%
กำไรสุทธิ
-10.66
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.79
%
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
596
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
50
↑ + 10691.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-11
↓ -79.3%
YoY
D/E Ratio
0.37
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
-3.42
ROA (%)
-2.06
Book Value/หุ้น
2.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-128
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-109
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-128.41
-3.55%
|
-133.14
-40.77%
|
-224.78
-3,158.23%
|
7.35
-102.67%
|
-275.46
-196.35%
|
285.89
+10.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-109.35
-182.60%
|
132.39
+350.77%
|
29.37
+56.97%
|
18.71
-30.11%
|
26.77
-126.20%
|
-102.17
-23.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-46.04
-150.32%
|
91.49
-78.69%
|
429.26
+393.52%
|
86.98
-68.89%
|
279.61
-200.63%
|
-277.86
+944.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-283.79
-412.75%
|
90.74
-61.20%
|
233.84
+106.86%
|
113.04
+265.59%
|
30.92
-132.84%
|
-94.14
-195.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
286.00
+122.98%
|
128.26
+7.55%
|
119.26
+234.44%
|
35.66
+9.69%
|
32.51
-74.33%
|
126.65
+353.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
394.86
+38.06%
|
286.00
+122.98%
|
128.26
+7.55%
|
119.26
+234.44%
|
35.66
+9.69%
|
32.51
-74.33%
|