บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
5.30
0.30 (5.36%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้เพิ่มขึ้น 113.97 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.14 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ OPTICS, PCBA และ IC ซึ่งเติบโต 100%, 78% และ 14% YoY ตามลําดับ ท่ามกลางสถานการณ์การชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการแพร่ระบาดของ COVD19
ส่งผลให้ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 11.96 ล้านบาท จากช่วงเวลา เดียวกันในปีก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.80 เป็นผลมาจากบริษัทฯ รักษาฐานการเติบโตของยอดขาย สําหรับผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูง และการบริหารจัดการต้นทุนที่สอดคล้องตามผลิตภัณฑ์
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16357 out_tok=2817 at=2026-07-26T05:24:06 -->
# SMT กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 18.7% รับแรงหนุนกลุ่มผลิตภัณฑ์ Optical โตเด่น
## รายได้รวมโต 3.34% แต่กำไรสุทธิพุ่งกว่า 18% จากการบริหารต้นทุนและผลิตภัณฑ์ที่ให้มาร์จิ้นสูง
บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 706.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 84.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 18.74% โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้ที่เติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Optical ซึ่งมีอัตรากำไรสูง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SMT ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Optical ที่เพิ่มขึ้นถึง 69.98%** ซึ่งสวนทางกับกลุ่ม OSAT และ PCBA & BOXBUILD ที่หดตัวลง โดยการเติบโตของกลุ่ม Optical นี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.93% และกำไรสุทธิโดยรวมปรับตัวสูงขึ้นถึง 18.74% แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้นเพียง 3.34% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Optical มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ **เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาด** และ **มีผู้ผลิตสินค้ำประเภทนี้ค่อนข้างน้อยในตลาด** เนื่องจากต้องใช้ทักษะ ความรู้ความสามารถเฉพาะทางและเงินลงทุนสูง ทำให้ SMT สามารถรักษาอัตรากำไรที่ดีในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ได้ ขณะเดียวกัน แม้ว่ากลุ่ม OSAT และ PCBA & BOXBUILD จะมียอดขายลดลงจากการชะลอตัวของอุปสงค์ในตลาดโลกและการปรับลดสต็อกของลูกค้า แต่ SMT ก็สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการให้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมของกำไรขั้นต้นยังคงเติบโตได้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.74% และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 58.67% จากการชำระคืนหนี้ก่อนกำหนด ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนให้กำไรสุทธิเติบโตได้ดีกว่าการเติบโตของรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงของตลาด** กลุ่มผลิตภัณฑ์ Optical มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยด้านเทคโนโลยีและความต้องการที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โดยรวมยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อคำสั่งซื้อและการผลิตในระยะต่อไป การกระจายรายได้ไปยังกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายและการกระจายกลุ่มลูกค้าไปทั่วโลกตามแผนของบริษัทฯ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและรักษาการเติบโตที่ยั่งยืน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 อยู่ที่ 706.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.34% YoY**
* **กำไรสุทธิ Q2/66 อยู่ที่ 84.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.74% YoY**
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์ Optical ทำรายได้ 282.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.98% YoY** เป็นสัดส่วน 40.47% ของรายได้รวม
* **กลุ่ม OSAT มียอดขาย 230.57 ล้านบาท ลดลง 23.63% YoY**
* **กลุ่ม PCBA & BOXBUILD มียอดขาย 185.47 ล้านบาท ลดลง 10.35% YoY**
* **กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 157.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.93% YoY** คิดเป็น 22.32% ของรายได้จากการขาย
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 58.67%** จากการชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะยาวก่อนกำหนด
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 SMT มีรายได้จากการขายและบริการรวม 706.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.34% เมื่อเทียบกับ 683.57 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ Optical ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 69.98% แม้ว่ากลุ่ม OSAT และ PCBA & BOXBUILD จะมียอดขายลดลงก็ตาม กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.93% เป็น 157.68 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 22.32% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 21.90% ในปีก่อน ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 3.45% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 48.93% โดยมีสาเหตุจากการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเพื่อสร้างฐานลูกค้าในอนาคต ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงอย่างมาก 58.67% จากการชำระคืนหนี้ก่อนกำหนด ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 14.82% และกำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 84.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.74% เมื่อเทียบกับ 71.37 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Optical:** เทคโนโลยีขั้นสูงและความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาด รวมถึงการมีผู้ผลิตน้อยราย เป็นโอกาสสำคัญในการรักษาการเติบโตและอัตรากำไร
* **การกระจายรายได้และลูกค้า:** แผนการกระจายรายได้ไปยังกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายและการกระจายฐานลูกค้าไปทั่วโลก ช่วยลดการพึ่งพิงผลิตภัณฑ์หรือตลาดใดตลาดหนึ่ง
* **การบริหารต้นทุนและหนี้สิน:** การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดภาระดอกเบี้ยจากการชำระคืนหนี้ก่อนกำหนด ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอุปสงค์ในตลาดโลก:** ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ของผู้บริโภค ทำให้เกิดการชะลอคำสั่งซื้อและการปรับลดปริมาณสินค้าคงคลัง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้กลุ่ม Optical จะมีผู้ผลิตน้อยราย แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โดยรวมยังคงสูง
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอุปสงค์ในกลุ่ม OSAT และ PCBA & BOXBUILD:** การฟื้นตัวหรือการชะลอตัวต่อเนื่องของสองกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักนี้
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Optical:** ความสามารถในการรักษาโมเมนตัมการเติบโตและอัตรากำไรของกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
* **แผนการลงทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของตลาด
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โดยรวม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
SMT ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีการแบ่งโครงสร้างรายได้ตามธุรกิจหลัก ได้แก่ OPTICS (40.47%), IC PACKAGING (OSAT) (32.99%), และ PCBA & BOXBUILD (26.54%) ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดีในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Optical ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่บริษัทฯ สามารถเพิ่มรายได้ในกลุ่มนี้ได้ถึง 69.98% สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพในการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง แม้ว่ากลุ่ม OSAT และ PCBA & BOXBUILD จะเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่ออุปสงค์ แต่การที่บริษัทฯ ยังคงมีรายได้รวมเติบโตได้ แสดงให้เห็นถึงการกระจายความเสี่ยงที่ดี
ในด้านการบริหารต้นทุน SMT สามารถควบคุมต้นทุนขายและบริการให้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับรายได้รวม ทำให้กำไรขั้นต้นยังคงเติบโตได้ การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าเพื่อสร้างฐานลูกค้าในอนาคต ถือเป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตระยะยาว นอกจากนี้ การลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงินจากการชำระคืนหนี้ก่อนกำหนด เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มกำไรสุทธิได้อย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 SMT มีสินทรัพย์รวม 2,545.48 ล้านบาท ลดลง 6.30% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนอยู่ที่ 1,131.68 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 1,413.80 ล้านบาท การลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 66.86% มาจากการนำเงินสดไปชำระหนี้ล่วงหน้าเพื่อลดภาระดอกเบี้ย ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.68% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง 1.32% ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ลดลง 5.53% จากการตัดค่าเสื่อมราคา
หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 31.74% มาอยู่ที่ 564.77 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 16.00% และหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 69.89% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวก่อนกำหนด ส่งผลให้ภาระหนี้สินลดลงอย่างมาก ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 4.84% เป็น 1,980.71 ล้านบาท จากผลกำไรที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของกระแสเงินสด งวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 245.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.60% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 22.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักร เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 303.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ซื้อหุ้นคืน และจ่ายเงินปันผล ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดอยู่ที่ 39.52 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SMT ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นถึง 18.74% จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Optical ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและมีความต้องการในตลาดต่อเนื่อง แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะยังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก แต่การบริหารจัดการต้นทุน ค่าใช้จ่ายทางการเงิน และการกระจายความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ ทำให้บริษัทฯ สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี การลดลงของภาระหนี้สินยังช่วยเสริมสร้างฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มอุปสงค์ในตลาดโลกและกลยุทธ์การปรับตัวของบริษัทฯ ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
596.43
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
50.07
ล้านบาท
↑ 10691.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.40
%
กำไรสุทธิ
-10.66
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.79
%
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
596
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
50
↑ + 10691.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-11
↓ -79.3%
YoY
D/E Ratio
0.37
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
-3.42
ROA (%)
-2.06
Book Value/หุ้น
2.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-128
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-109
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-128.41
-3.55%
|
-133.14
-40.77%
|
-224.78
-3,158.23%
|
7.35
-102.67%
|
-275.46
-196.35%
|
285.89
+10.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-109.35
-182.60%
|
132.39
+350.77%
|
29.37
+56.97%
|
18.71
-30.11%
|
26.77
-126.20%
|
-102.17
-23.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-46.04
-150.32%
|
91.49
-78.69%
|
429.26
+393.52%
|
86.98
-68.89%
|
279.61
-200.63%
|
-277.86
+944.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-283.79
-412.75%
|
90.74
-61.20%
|
233.84
+106.86%
|
113.04
+265.59%
|
30.92
-132.84%
|
-94.14
-195.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
286.00
+122.98%
|
128.26
+7.55%
|
119.26
+234.44%
|
35.66
+9.69%
|
32.51
-74.33%
|
126.65
+353.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
394.86
+38.06%
|
286.00
+122.98%
|
128.26
+7.55%
|
119.26
+234.44%
|
35.66
+9.69%
|
32.51
-74.33%
|