บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
1.12
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12331 out_tok=3267 at=2026-07-26T04:52:03 -->
# SITHAI Q4/2565 กำไรสุทธิโต 97.8% YoY รับอานิสงส์ยอดขายฟื้นตัว-ต้นทุนวัตถุดิบดิ่ง
## รายได้-กำไรโตเด่นทั้งปี จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจเวียดนาม-อินเดีย ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับลดลงหนุน GPM
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 2,383 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะลดลงเล็กน้อย 1.4% จากไตรมาสก่อนหน้า สำหรับทั้งปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 9,371 ล้านบาท เติบโต 24.8% โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 93.4% เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศเวียดนามและอินเดีย ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SITHAI ในปี 2565 โดยเฉพาะในไตรมาส 4 คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในประเทศเวียดนามและอินเดีย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อยอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลัง
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักของผลประกอบการที่เติบโตโดดเด่นในปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง** โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในประเทศเวียดนามและอินเดีย ควบคู่ไปกับ **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของทั้งปี 2565 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 12.3% ในปี 2564 เป็น 13.6% ในปี 2565
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในเวียดนามและอินเดีย:** ในประเทศเวียดนาม การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การบริโภค การค้า และการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ยอดขายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มเติบโตสูง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีเพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ (Tet) นอกจากนี้ การส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐในเวียดนามยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม ส่วนในประเทศอินเดีย การฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการขยายฐานลูกค้าออนไลน์ ก็ส่งผลดีต่อยอดขายเช่นกัน
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลักหลายชนิด เช่น Melamine powder, HDPE, PP HOMO, PP COPO และ PET ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 ซึ่ง SITHAI ได้ใช้โอกาสนี้ในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ การสรรหาวัตถุดิบจากผู้ผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้น และการจัดเก็บวัตถุดิบให้เพียงพอต่อคำสั่งซื้อในอนาคต นอกจากนี้ การปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการสูญเสียและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดีขึ้น ก็เป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไร
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าผลประกอบการในปี 2565 จะเติบโตอย่างโดดเด่น แต่ปัจจัยขับเคลื่อนหลักบางส่วนอาจเป็นลักษณะของการฟื้นตัวชั่วคราวหลังสถานการณ์โควิด-19 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเวียดนามและอินเดียยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด รวมถึงแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่อาจผันผวนได้ในอนาคต นอกจากนี้ การแข่งขันด้านราคาในสินค้ากลุ่มพลาสติกอุตสาหกรรม และผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ และราคาพลังงานที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และภาคการผลิตอื่นๆ ได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 24.8%:** อยู่ที่ 9,371 ล้านบาท จาก 7,510 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นปี 2565 เพิ่มขึ้น 93.4%:** อยู่ที่ 350 ล้านบาท จาก 181 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2565 อยู่ที่ 0.129 บาท:** เพิ่มขึ้นจาก 0.067 บาทในปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปี 2565 อยู่ที่ 13.6%:** เพิ่มขึ้นจาก 12.3% ในปี 2564
* **EBITDA ปี 2565 อยู่ที่ 1,133 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 22.4% จาก 926 ล้านบาทในปี 2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4/2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขาย 2,383 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% YoY แต่ลดลง 1.4% QoQ สำหรับทั้งปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 9,371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.8% YoY โดยการเติบโตหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนของกิจการในประเทศเวียดนามที่โตต่อเนื่องจากการฟื้นตัวจาก Covid-19 และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กิจการในประเทศอินเดียเริ่มฟื้นตัว
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 337 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 14.1% ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า สำหรับทั้งปี 2565 กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.0% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 13.6% เพิ่มขึ้นจาก 12.3% ในปี 2564 เนื่องจากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น การปรับปรุงกระบวนการผลิต ราคาวัตถุดิบที่ลดลง และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในปี 2565 อยู่ที่ 350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.4% YoY จาก 181 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีกำไรต่อหุ้น 0.129 บาท เพิ่มขึ้นจาก 0.067 บาทในปี 2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในเวียดนามและอินเดีย:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ส่งผลดีต่อยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม
* **การขยายตัวของธุรกิจในประเทศ:** การฟื้นตัวของภาคการก่อสร้าง ส่งผลดีต่อสินค้ากลุ่มถังสี, การกลับมาของธุรกิจโรงภาพยนตร์ ส่งผลดีต่อสินค้าบรรจุภัณฑ์อาหาร, การขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่ม CLMV ส่งผลดีต่อสินค้าพาเลทและลังบรรจุภัณฑ์
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** การพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะในตลาดเวียดนาม
* **แนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่า:** เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 ช่วยหนุนยอดขายจากกิจการในต่างประเทศ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคา:** สินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกอุตสาหกรรมเผชิญกับการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนพลังงานและค่าแรง:** การปรับขึ้นค่าแรงและค่าพลังงานตามประกาศของภาครัฐส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ปัจจัยภายนอก:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ และราคาพลังงานที่สูงขึ้น อาจกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตรถยนต์และอุตสาหกรรมอื่นๆ
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ในช่วงปี 2565 ราคาวัตถุดิบจะลดลง แต่แนวโน้มในอนาคตยังคงมีความไม่แน่นอน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเวียดนามและอินเดีย:** ติดตามการเติบโตของอุปสงค์ในตลาดหลัก
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ประเมินผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์พลาสติกอุตสาหกรรม:** วิเคราะห์กลยุทธ์การแข่งขันของบริษัทฯ
* **ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก:** ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิภาคที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
* **การลงทุนในโครงการใหม่:** โดยเฉพาะโรงงานเมลามีนแห่งใหม่ในเวียดนาม และการรับรู้รายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมมีรายได้รวมในปี 2565 อยู่ที่ 7,774 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.4% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจาก:
* **ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม:** ยอดขายเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในเวียดนามที่เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว และการจัดรายการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขาย
* **ผลิตภัณฑ์พลาสติกอุตสาหกรรม:**
* **บรรจุภัณฑ์อาหาร:** ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากสินค้าใหม่สำหรับธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่ฟื้นตัว และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของลูกค้ากลุ่มอาหารแช่แข็งและเครื่องดื่ม
* **ถังสี:** คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างที่ฟื้นตัว และแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ดีขึ้น
* **พาเลทและลังบรรจุภัณฑ์:** คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากการขยายฐานลูกค้าใหม่และการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV
* **เปลือกแบตเตอรี่และชิ้นส่วนรถยนต์:** ยอดขายเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่การเติบโตชะลอลงเล็กน้อยจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ และราคาพลังงานสูง
EBITDA ของกลุ่มนี้ในปี 2565 อยู่ที่ 792 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% YoY โดยมีอัตรากำไร EBITDA Margin ที่ 10.2% ลดลงเล็กน้อยจาก 11.1% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้กำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ราคาวัตถุดิบหลักที่ลดลง การปรับปรุงกระบวนการผลิต และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 617 ล้านบาท ลดลง 55 ล้านบาท ลูกหนี้การค้า 1,686 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 146 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือ 1,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,759 ล้านบาท ลดลง 144 ล้านบาท โดยเจ้าหนี้การค้า 1,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88 ล้านบาท และภาระหนี้เงินกู้ยืม 1,955 ล้านบาท ลดลง 291 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 237 ล้านบาท เป็น 4,380 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น
สำหรับกระแสเงินสด 12 เดือนของปี 2565 กลุ่มบริษัทมีเงินสดสุทธิลดลง 49 ล้านบาท โดยเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงาน 802 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่ดี ขณะที่เงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 456 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร และเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 395 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.9 เท่า ทรงตัวจากปีก่อน
## สรุปท้าย
SITHAI โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 9,371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.8% และกำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น 350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.4% แรงหนุนหลักมาจาก **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในเวียดนามและอินเดีย** ซึ่งส่งผลดีต่อยอดขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มและเครื่องใช้ในครัวเรือน ประกอบกับ **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง** ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตา **แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะยาว** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงการแข่งขันในตลาด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SITHAI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
1,984.05
ล้านบาท
↓ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
312.54
ล้านบาท
↑ 8.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.75
%
กำไรสุทธิ
65.33
ล้านบาท
↑ 312.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.29
%
D/E Ratio
0.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,984
↓ -1.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
313
↑ + 8.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
65
↑ + 312.1%
YoY
D/E Ratio
0.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SITHAI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.54
ROE (%)
5.11
ROA (%)
5.19
Book Value/หุ้น
1.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SITHAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-319
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SITHAI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-318.77
-55.14%
|
-710.54
-8.76%
|
-778.75
+187.74%
|
-270.64
-143.53%
|
621.77
-41.56%
|
1,064.01
-20.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
509.70
-11.44%
|
575.54
+212.13%
|
184.39
-156.72%
|
-325.10
+14.66%
|
-283.54
+137.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
454.27
-43.56%
|
804.89
+138.78%
|
337.08
+87.01%
|
180.25
-193.69%
|
-192.38
-61.04%
|
-493.78
-62.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
218.93
-25.40%
|
293.46
+521.08%
|
47.25
-68.54%
|
150.18
+69.98%
|
88.35
-66.27%
|
261.97
-591.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
735.79
-2.53%
|
754.88
+22.30%
|
617.26
-8.08%
|
671.55
+15.15%
|
583.20
+81.55%
|
321.23
-14.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
640.23
-12.99%
|
735.79
-2.53%
|
754.88
+22.30%
|
617.26
-8.08%
|
671.55
+15.15%
|
583.20
+81.55%
|