บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
1.12
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9373 out_tok=2899 at=2026-07-26T04:50:47 -->
# SITHAI กำไร Q1/2566 พุ่ง 17.1% รับอานิสงส์กลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือนฟื้นตัว
## รายได้รวมเติบโตเล็กน้อย YoY แต่กำไรสุทธิโตแรง จากการบริหารต้นทุนและยอดขายต่างประเทศที่แข็งแกร่ง
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 2,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จะลดลง 8.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นกลับเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 17.1% YoY และ 43.9% QoQ มาอยู่ที่ 82 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนที่กลับมาทำกำไรได้ดีขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SITHAI ในไตรมาส 1/2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานต่อยอดขาย (Operating Profit Margin) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 7.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น ทำให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 17.1% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน:** รายได้ในกลุ่มนี้เติบโต 9.7% YoY โดยได้แรงหนุนจากยอดขายในประเทศจากการจัดงานลดราคาสินค้าที่ได้รับการตอบรับดี และยอดขายส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าในยุโรปและญี่ปุ่น รวมถึงการขยายตัวของบริษัทย่อยในเวียดนามและอินเดีย โดยเฉพาะในเวียดนามที่ได้รับอานิสงส์จากเทศกาลปีใหม่ (Tet) และการได้ตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ นอกจากนี้ อัตรากำไรของกลุ่มนี้ยังดีขึ้นอย่างมากจากราคาวัตถุดิบหลักที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** แม้ว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมจะเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่งและต้นทุนที่สูงขึ้นในบางส่วน แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบหลักที่มีราคาลดลงในช่วงปลายปีก่อนเพื่อนำมาใช้ในไตรมาสนี้ และการควบคุมค่าใช้จ่ายโดยรวมของกลุ่มบริษัท ช่วยหนุนอัตรากำไรให้ดีขึ้น
* **ปัจจัย FX:** แนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นปัจจัยบวกเล็กน้อยต่อรายได้จากการส่งออก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายฐานลูกค้าและตัวแทนจำหน่าย รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การแข่งขันด้านราคาในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมบางรายการ และความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการเตรียมพร้อมรับคำสั่งซื้อในไตรมาสถัดไป ซึ่งบ่งชี้ถึงความคาดหวังในการรักษาโมเมนตัมของยอดขาย
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น:** 82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% YoY และ 43.9% QoQ
* **รายได้รวม:** 2,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% YoY แต่ลดลง 8.1% QoQ
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน:** รายได้เติบโต 9.7% YoY และอัตรากำไรจากการดำเนินงานดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม:** รายได้เติบโต 2.3% YoY โดยได้แรงหนุนจากต่างประเทศ แต่เผชิญแรงกดดันในประเทศ
* **ฐานะการเงิน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 0.8 เท่า สะท้อนการบริหารจัดการหนี้ที่ดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1/2566 กลุ่มบริษัท SITHAI มีรายได้จากการขายรวม 2,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมในเวียดนามและอินเดีย รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน อย่างไรก็ตาม รายได้ลดลง 8.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2565 เนื่องจากปริมาณการสั่งซื้อที่ลดลงหลังช่วงเทศกาล
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 302 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 13.8% เพิ่มขึ้นจาก 13.1% ในปีก่อน แต่ลดลงจาก 14.1% ในไตรมาสก่อนหน้า กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 103 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.6% YoY และ 4.0% QoQ โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานต่อยอดขายที่ 4.7% ซึ่งดีขึ้นจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
EBITDA อยู่ที่ 275 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% YoY และ 7.4% QoQ โดยมี EBITDA Margin ที่ 12.6% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% YoY และ 43.9% QoQ ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.030 บาท
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน:** การขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะช่วยผลักดันรายได้และกำไรของกลุ่มนี้ให้เติบโตต่อไป
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเวียดนาม:** การเติบโตของผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มในเวียดนามที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการสนับสนุนของภาครัฐ เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** การวางแผนจัดเก็บวัตถุดิบหลักที่มีราคาลดลงในช่วงที่ผ่านมา จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้ดีขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง
* **การปรับโครงสร้างการขาย:** การปรับโครงสร้างการขายในอินเดียและการเพิ่มตัวแทนจำหน่ายในเวียดนาม จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและขยายส่วนแบ่งทางการตลาด
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคา:** การแข่งขันที่สูงขึ้นในกลุ่มสินค้าพาเลทและผลิตภัณฑ์พลาสติกอุตสาหกรรมในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ต้นทุนพลังงานและอัตราดอกเบี้ย:** การปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงานและอัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและคำสั่งซื้อของลูกค้ากลุ่มค้าปลีก
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ว่าราคาวัตถุดิบหลักจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่แนวโน้มราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ปัจจัยภายนอก:** ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่กระทบต่อห่วงโซ่การผลิตรถยนต์และราคาพลังงาน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมในประเทศ:** การแข่งขันที่รุนแรงและปัจจัยกดดันกำลังซื้อ อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของยอดขายในกลุ่มนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น HDPE, PP COPO, PP HOMO และ PET จะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไร
* **ผลตอบรับจากลูกค้าใหม่และตัวแทนจำหน่าย:** การขยายฐานลูกค้าและตัวแทนจำหน่ายในเวียดนามและอินเดีย จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเติบโตในอนาคต
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยหนุนกำไรให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
* **แนวโน้มค่าเงินบาท:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลต่อรายได้และกำไรจากการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมในต่างประเทศ (เวียดนาม) บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มและพลาสติกอุตสาหกรรม
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การกล่าวถึงคำสั่งซื้อต่อเนื่องจากลูกค้าในยุโรปและญี่ปุ่นสำหรับกลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือน และการขยายฐานลูกค้าในเวียดนาม บ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อในระดับหนึ่ง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น Melamine powder ลดลง YoY แต่ปรับเพิ่มขึ้น QoQ ในขณะที่ HDPE, PP HOMO, PP COPO, PET มีแนวโน้มราคาผันผวน โดยมีช่วงที่ปรับขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมอยู่ที่ 13.8% เพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ โดยกลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือนมี GPM ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ส่งออก:** รายได้จากการส่งออกในกลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือนเติบโต 11.8% YoY และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมเติบโต 14.7% YoY
* **ค่าเงิน:** แนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐใน Q1/2566 เมื่อเทียบกับ Q1/2565 เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 14 ล้านบาท เป็นผลจากการผลิตสินค้าสำเร็จรูปมากขึ้นของกิจการในประเทศกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน เพื่อเตรียมรองรับคำสั่งซื้อในไตรมาสถัดไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,071 ล้านบาท ลดลง 68 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 556 ล้านบาท ลูกหนี้การค้า 1,730 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือ 1,240 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,615 ล้านบาท ลดลง 144 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้การค้า 1,074 ล้านบาท และเงินกู้ยืม 1,794 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,456 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงาน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 0.8 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานใน 3 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 238 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นและการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่ดี ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 127 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 165 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SITHAI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2566 ที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นถึง 17.1% YoY เป็นผลจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน และการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่ดี แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตเพียงเล็กน้อย YoY แต่การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนผลกำไรให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนที่ผันผวนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SITHAI ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
1,984.05
ล้านบาท
↓ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
312.54
ล้านบาท
↑ 8.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.75
%
กำไรสุทธิ
65.33
ล้านบาท
↑ 312.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.29
%
D/E Ratio
0.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,984
↓ -1.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
313
↑ + 8.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
65
↑ + 312.1%
YoY
D/E Ratio
0.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SITHAI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.54
ROE (%)
5.11
ROA (%)
5.19
Book Value/หุ้น
1.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SITHAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-319
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SITHAI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-318.77
-55.14%
|
-710.54
-8.76%
|
-778.75
+187.74%
|
-270.64
-143.53%
|
621.77
-41.56%
|
1,064.01
-20.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
509.70
-11.44%
|
575.54
+212.13%
|
184.39
-156.72%
|
-325.10
+14.66%
|
-283.54
+137.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
454.27
-43.56%
|
804.89
+138.78%
|
337.08
+87.01%
|
180.25
-193.69%
|
-192.38
-61.04%
|
-493.78
-62.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
218.93
-25.40%
|
293.46
+521.08%
|
47.25
-68.54%
|
150.18
+69.98%
|
88.35
-66.27%
|
261.97
-591.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
735.79
-2.53%
|
754.88
+22.30%
|
617.26
-8.08%
|
671.55
+15.15%
|
583.20
+81.55%
|
321.23
-14.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
640.23
-12.99%
|
735.79
-2.53%
|
754.88
+22.30%
|
617.26
-8.08%
|
671.55
+15.15%
|
583.20
+81.55%
|