บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
1.12
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8994 out_tok=3064 at=2026-07-26T05:01:53 -->
# SITHAI พลิกขาดทุนปี 63 สู่กำไร 181 ล้านบาทปี 64 รับอานิสงส์อุตสาหกรรมฟื้นตัว
## รายได้โต 9.3% จากการส่งออกและคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ GPM ปรับดีขึ้นจากการบริหารต้นทุน
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 296.7% จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 92 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 7,510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% จากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมและเครื่องใช้ในครัวเรือน ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการส่งออกที่กลับมาดีขึ้นและได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ SITHAI พลิกกลับมามีกำไรในปี 2564 มาจาก **การฟื้นตัวของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การเติบโตของรายได้รวม 9.3% หรือ 637 ล้านบาท** สู่ระดับ 7,510 ล้านบาท และ **การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 10.4% เป็น 12.3%** ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น แม้ราคาวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การฟื้นตัวของรายได้:** มาจากทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมและกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน โดยเฉพาะในส่วนของ **การส่งออกที่เริ่มฟื้นตัว** ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมา และการที่คู่แข่งในต่างประเทศประสบปัญหาการส่งสินค้า ทำให้ลูกค้าหันมาสั่งซื้อกับ SITHAI มากขึ้น นอกจากนี้ การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงยังเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการได้มีการ **ปรับโครงสร้างภายในกลุ่มบริษัท การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ** รวมถึงการวางแผนการจัดซื้อวัตถุดิบ และการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนได้ดี แม้ราคาวัตถุดิบจะสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจัดงานต่างๆ เริ่มกลับมา ทำให้ความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมและเครื่องใช้ในครัวเรือนมีแนวโน้มดีขึ้น
* **คำสั่งซื้อที่ต่อเนื่อง:** การที่ลูกค้าในตลาดอเมริกาและตลาดอื่นๆ มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีสินค้าขายในตลาด แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่ยังคงมีอยู่
* **การบริหารจัดการภายใน:** การปรับปรุงกระบวนการผลิต การควบคุมค่าใช้จ่าย และการบริหารสต็อกวัตถุดิบที่เพียงพอต่อคำสั่งซื้อในอนาคต จะช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวนได้
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** การวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สำหรับลูกค้าตลาดยุโรป และการพัฒนาผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มโดยใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองแนวโน้มการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 พลิกเป็น 181 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 296.7% จากปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 92 ล้านบาท
* **รายได้รวมปี 2564 อยู่ที่ 7,510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3%** จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกและการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 12.3%** จาก 10.4% ในปีก่อน จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
* **EBITDA เพิ่มขึ้น 24.3%** สู่ระดับ 926 ล้านบาท
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน:** รายได้เพิ่มขึ้น 11.6% จากการส่งออกที่ดีขึ้น และการฟื้นตัวของตลาดในประเทศหลังกฎหมายควบคุมภาชนะเมลามีนมีผลบังคับใช้
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม:** รายได้เพิ่มขึ้น 10.7% จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มพาเลท ลังบรรจุภัณฑ์ เปลือกแบตเตอรี่ และถังขยะ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 กลุ่มบริษัทมีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 296.7% จากปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 92 ล้านบาท รายได้รวมเพิ่มขึ้น 9.3% เป็น 7,510 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมและกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การส่งออกที่เริ่มฟื้นตัวและได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมา นอกจากนี้ ผลประกอบการในไตรมาสสุดท้ายของปีในประเทศเวียดนามและอินเดียปรับตัวดีขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19
กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 29.8% เป็น 927 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเป็น 12.3% จาก 10.4% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการปรับโครงสร้างภายใน การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงการวางแผนการจัดซื้อวัตถุดิบและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ แม้ราคาวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
EBITDA เพิ่มขึ้น 24.3% เป็น 926 ล้านบาท หรือคิดเป็น EBITDA margin 12.3% เพิ่มขึ้นจาก 10.8% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและไทย:** กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมา ทำให้ความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมและเครื่องใช้ในครัวเรือนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
* **คำสั่งซื้อจากต่างประเทศ:** การที่ลูกค้าในตลาดอเมริกาและยุโรปมีคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาสินค้าใหม่ร่วมกับลูกค้า
* **การเติบโตของตลาดในประเทศ:** กฎหมายควบคุมภาชนะเมลามีนที่ทำให้คู่แข่งที่นำเข้าสินค้าไม่ได้มาตรฐานลดลง และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานมากขึ้น
* **เทรนด์รักษ์โลก:** การพัฒนาผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มโดยใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองแนวโน้มการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
* **การขยายฐานลูกค้าและตลาด:** การขยายฐานลูกค้าและตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเวียดนามที่เศรษฐกิจเติบโตดี
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น PP COPO, PP HOMO, HDPE, PET ยังคงมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **สถานการณ์ COVID-19:** แม้จะผ่อนคลายลง แต่การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้าและค่าขนส่งที่สูง:** แม้จะเป็นปัจจัยบวกในบางกรณี แต่ก็ยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการส่งมอบสินค้าและต้นทุน
* **มาตรการควบคุมการแพร่ระบาด:** มาตรการควบคุมที่เข้มงวดในบางประเทศ เช่น เวียดนาม อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทย่อย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวขึ้นลงของราคาวัตถุดิบหลัก และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย
* **สถานการณ์ COVID-19 ในประเทศต่างๆ:** โดยเฉพาะในเวียดนามและอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของบริษัท
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ซึ่งส่งผลต่อคำสั่งซื้อสินค้ากลุ่มเปลือกแบตเตอรี่
* **การตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่:** โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อม
* **การบริหารจัดการสต็อกสินค้าคงคลัง:** ที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อและบรรเทาผลกระทบราคาวัตถุดิบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม ซึ่งบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการส่งออกพาเลท, ลังบรรจุภัณฑ์, เปลือกแบตเตอรี่, ถังขยะ และบรรจุภัณฑ์อาหาร รวมถึงบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก (PP COPO, PP HOMO, HDPE, PET) ยังคงสูงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน ฝ่ายจัดการมีการสำรองวัตถุดิบให้เพียงพอและปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1.8% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.6% ในปีก่อน แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่การปรับปรุงกระบวนการผลิตและควบคุมค่าใช้จ่ายช่วยหนุน GPM
* **ส่งออก:** ยอดขายในต่างประเทศของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 20.6% จากการขยายฐานลูกค้าและตลาด ประกอบกับเศรษฐกิจในเวียดนามที่เติบโตดี
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 247 ล้านบาท เป็น 1,107 ล้านบาท จากการสำรองวัตถุดิบมากขึ้น และการจัดเก็บสินค้าสำเร็จรูปเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,046 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 387 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 672 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 210 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 247 ล้านบาท จากการสำรองวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท โดยเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 164 ล้านบาท จากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ภาระหนี้เงินกู้ยืมรวมลดลงเล็กน้อย
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 350 ล้านบาท เป็น 4,143 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 622 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากมีการสำรองวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น รวมถึงลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น เงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 325 ล้านบาท และเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินลดลงเป็น 192 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดโดยรวมเพิ่มขึ้น 105 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.9 เท่า ลดลงจาก 1.0 เท่าในปีก่อน
## สรุปท้าย
SITHAI แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่งในปี 2564 ด้วยการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 181 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก โดยเฉพาะการส่งออกที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและปัญหาของคู่แข่ง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่แนวโน้มคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่องและแผนการบริหารจัดการภายในที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทมีโอกาสที่จะรักษาโมเมนตัมการเติบโตต่อไปได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสถานการณ์ COVID-19 ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SITHAI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,984.05
ล้านบาท
↓ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
312.54
ล้านบาท
↑ 8.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.75
%
กำไรสุทธิ
65.33
ล้านบาท
↑ 312.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.29
%
D/E Ratio
0.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,984
↓ -1.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
313
↑ + 8.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
65
↑ + 312.1%
YoY
D/E Ratio
0.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SITHAI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.54
ROE (%)
5.11
ROA (%)
5.19
Book Value/หุ้น
1.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SITHAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-319
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SITHAI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-318.77
-55.14%
|
-710.54
-8.76%
|
-778.75
+187.74%
|
-270.64
-143.53%
|
621.77
-41.56%
|
1,064.01
-20.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
509.70
-11.44%
|
575.54
+212.13%
|
184.39
-156.72%
|
-325.10
+14.66%
|
-283.54
+137.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
454.27
-43.56%
|
804.89
+138.78%
|
337.08
+87.01%
|
180.25
-193.69%
|
-192.38
-61.04%
|
-493.78
-62.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
218.93
-25.40%
|
293.46
+521.08%
|
47.25
-68.54%
|
150.18
+69.98%
|
88.35
-66.27%
|
261.97
-591.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
735.79
-2.53%
|
754.88
+22.30%
|
617.26
-8.08%
|
671.55
+15.15%
|
583.20
+81.55%
|
321.23
-14.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
640.23
-12.99%
|
735.79
-2.53%
|
754.88
+22.30%
|
617.26
-8.08%
|
671.55
+15.15%
|
583.20
+81.55%
|