บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
1.12
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9916 out_tok=2573 at=2026-07-27T12:37:55 -->
# SITHAI พลิกกำไรโต 155% Q2/64 รับอานิสงส์ส่งออกฟื้น-อุตสาหกรรมคึกคัก
## รายได้-กำไรพุ่งแรงตามการส่งออกที่ฟื้นตัวและอุตสาหกรรมยานยนต์กลับมาคึกคัก ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและกระบวนการผลิตมีประสิทธิภาพ
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 32 ล้านบาท เติบโตถึง 155.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 58 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 1,840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.9% จากการส่งออกที่ฟื้นตัวและการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SITHAI ในไตรมาส 2/2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 58 ล้านบาท มาจาก **การฟื้นตัวของรายได้จากการส่งออกที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม** ซึ่งมีรายได้เติบโตถึง 24.1% ในไตรมาสนี้ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรก **การส่งออกในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน** ปรับตัวดีขึ้น 17.5% ในไตรมาสนี้ เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ในกลุ่มลูกค้าต่างประเทศคลี่คลาย ประชากรได้รับการฉีดวัคซีนมากขึ้น ทำให้ธุรกิจต่างๆ กลับมาเปิดดำเนินการและมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดยุโรปและอเมริกา รวมถึงคำสั่งซื้อสำหรับงานมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่ญี่ปุ่น นอกจากนี้ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยบวกประการที่สอง **กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม** เติบโตโดดเด่นถึง 24.1% โดยมีแรงหนุนจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัว ทำให้ยอดขายชิ้นส่วนรถยนต์และเปลือกแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น รวมถึงคำสั่งซื้อถังสีในเวียดนาม พาเลท ลังบรรจุภัณฑ์ และถังขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในด้านอัตรากำไรขั้นต้น แม้ราคาวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดีขึ้น รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 8.3% ในไตรมาส 2/2563 เป็น 11.0% ในไตรมาส 2/2564
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง** โดยปัจจัยสนับสนุนหลักคือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 ในหลายประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ในบางประเทศ และความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์ คาดว่าจะยังคงเติบโตได้ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม แต่การเติบโตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกโต 155.2% YoY:** จากขาดทุน 58 ล้านบาท เป็นกำไร 32 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2564
* **รายได้รวมเติบโต 18.9% YoY:** แตะ 1,840 ล้านบาท หนุนโดยการส่งออกที่ฟื้นตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** เพิ่มจาก 8.3% เป็น 11.0% จากการบริหารต้นทุนและกระบวนการผลิต
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมเติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 24.1% YoY จากอุตสาหกรรมยานยนต์และคำสั่งซื้อในเวียดนาม
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนฟื้นตัว:** รายได้เพิ่ม 17.5% YoY จากการคลี่คลายของ COVID-19 ในตลาดต่างประเทศ
* **สายธุรกิจแม่พิมพ์และอื่นๆ ชะลอตัว:** รายได้ลดลง 60.3% YoY เนื่องจากคำสั่งผลิตแม่พิมพ์ลดลงในปีที่ผ่านมา
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2564 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 1,840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการส่งออกที่ฟื้นตัวและการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 57.4% เป็น 203 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 8.3% เป็น 11.0% กำไรจากการดำเนินงานพลิกจากขาดทุน 40 ล้านบาท เป็นกำไร 19 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ เติบโต 155.2% เป็น 32 ล้านบาท สำหรับครึ่งปีแรก 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 3,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% และมีกำไรสุทธิ 95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 496%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** ส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน โดยเฉพาะในตลาดยุโรปและอเมริกา
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์:** หนุนยอดขายชิ้นส่วนรถยนต์และเปลือกแบตเตอรี่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม
* **คำสั่งซื้อในประเทศเวียดนาม:** ยังคงเติบโตต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าถังสี พาเลท ลังบรรจุภัณฑ์ และสินค้าอุปโภคบริโภค
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** การพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ร่วมกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่ในบางประเทศอาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อและการดำเนินงาน
* **ราคาวัตถุดิบผันผวน:** การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น PP และ HDPE อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **มาตรการควบคุมการแพร่ระบาด:** การควบคุมที่เข้มงวดในประเทศอาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาและคุณภาพในตลาดผลิตภัณฑ์พลาสติก
* **ความล่าช้าในการส่งมอบแม่พิมพ์:** สายธุรกิจแม่พิมพ์ยังคงเผชิญความท้าทายจากการชะลอตัวของคำสั่งผลิตในปีที่ผ่านมา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนในตลาดหลัก
* ผลกระทบจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* การเติบโตของคำสั่งซื้อในประเทศเวียดนาม และผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ในภูมิภาค
* ความคืบหน้าในการส่งมอบแม่พิมพ์สำหรับปี 2564 และปีถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมเป็นดาวเด่นในไตรมาสนี้ โดยมีรายได้เติบโต 24.1% YoY มาจากทั้งกิจการในประเทศและต่างประเทศ ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งส่งผลดีต่อยอดขายชิ้นส่วนรถยนต์และเปลือกแบตเตอรี่ นอกจากนี้ คำสั่งซื้อถังสีในเวียดนาม พาเลท ลังบรรจุภัณฑ์ และถังขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้ แม้ว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มในประเทศจะมียอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วง high season แต่ก็ได้รับผลกระทบจากการควบคุมการแพร่ระบาดที่ทำให้การบริโภคลดลงและกิจกรรมส่งเสริมการขายถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป EBITDA ในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 13.6% YoY แม้ราคาวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการกระบวนการผลิตและการสั่งซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 499 ล้านบาท โดยมีลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 153 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 202 ล้านบาท จากการสำรองวัตถุดิบเพื่อรองรับต้นทุนที่สูงขึ้นและเตรียมสินค้าสำหรับคำสั่งซื้อ หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 302 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 254 ล้านบาท จากการสั่งซื้อวัตถุดิบที่มากขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 197 ล้านบาท เป็น 3,990 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.0 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ในส่วนของกระแสเงินสด กลุ่มบริษัทมีเงินสดเพิ่มขึ้น 270 ล้านบาท จากเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงาน 436 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SITHAI โชว์ผลงานไตรมาส 2/2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่ง 155.2% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมที่ได้อานิสงส์จากอุตสาหกรรมยานยนต์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ได้ประโยชน์จากการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 ในต่างประเทศ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสถานการณ์ COVID-19 แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่องในตลาดสำคัญ ยังคงเป็นปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SITHAI ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,984.05
ล้านบาท
↓ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
312.54
ล้านบาท
↑ 8.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.75
%
กำไรสุทธิ
65.33
ล้านบาท
↑ 312.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.29
%
D/E Ratio
0.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,984
↓ -1.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
313
↑ + 8.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
65
↑ + 312.1%
YoY
D/E Ratio
0.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SITHAI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.54
ROE (%)
5.11
ROA (%)
5.19
Book Value/หุ้น
1.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SITHAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-319
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SITHAI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-318.77
-55.14%
|
-710.54
-8.76%
|
-778.75
+187.74%
|
-270.64
-143.53%
|
621.77
-41.56%
|
1,064.01
-20.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
509.70
-11.44%
|
575.54
+212.13%
|
184.39
-156.72%
|
-325.10
+14.66%
|
-283.54
+137.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
454.27
-43.56%
|
804.89
+138.78%
|
337.08
+87.01%
|
180.25
-193.69%
|
-192.38
-61.04%
|
-493.78
-62.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
218.93
-25.40%
|
293.46
+521.08%
|
47.25
-68.54%
|
150.18
+69.98%
|
88.35
-66.27%
|
261.97
-591.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
735.79
-2.53%
|
754.88
+22.30%
|
617.26
-8.08%
|
671.55
+15.15%
|
583.20
+81.55%
|
321.23
-14.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
640.23
-12.99%
|
735.79
-2.53%
|
754.88
+22.30%
|
617.26
-8.08%
|
671.55
+15.15%
|
583.20
+81.55%
|