บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
1.12
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10907 out_tok=3323 at=2026-07-26T05:31:49 -->
# SITHAI กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 380% YoY รับอานิสงส์ฟื้นตัวเวียดนาม-อินเดีย-วัตถุดิบลด
## รายได้-กำไรโตต่อเนื่อง รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้นตัวในต่างแดน-ต้นทุนวัตถุดิบปรับลดลง
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 2,416 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 120 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 380.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศเวียดนามและอินเดีย ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SITHAI ในไตรมาส 3/2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศอย่างเวียดนามและอินเดีย ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ เพิ่มขึ้นถึง 380.0% YoY จาก 25 ล้านบาท เป็น 120 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 10.7% ใน Q3/2564 เป็น 14.1% ใน Q3/2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศ:** กิจการในประเทศเวียดนามมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ส่งผลให้อุปสงค์ด้านการบริโภค การค้า และการท่องเที่ยวฟื้นตัว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนที่มียอดขายเพิ่มขึ้นจากช่องทาง Traditional trade และ Modern trade รวมถึงได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมากสำหรับการจัดงานจากภาคเอกชน ขณะที่ผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมในเวียดนามก็เติบโตจากการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยานยนต์ และห้างค้าปลีก
* **การเติบโตในอินเดีย:** กิจการในอินเดียมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการคลี่คลายของโควิด-19 การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และเป็นช่วงใกล้เทศกาล Diwali ทำให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น
* **ราคาวัตถุดิบลดลง:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น HDPE, PP COPO, PP HOMO มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่า PET จะสูงกว่าปีก่อน แต่โดยรวมแล้วการบริหารจัดการวัตถุดิบและการปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุน ทำให้ GPM ปรับตัวดีขึ้น
* **การใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพการผลิต:** การใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานและ EBITDA Margin ปรับตัวสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก**
ฝ่ายจัดการระบุว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในเวียดนามและอินเดียยังคงดำเนินต่อไป ประกอบกับบริษัทฯ มีการสำรองวัตถุดิบเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในไตรมาสสุดท้ายและช่วงเทศกาลสิ้นปี ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากค่าพลังงาน อัตราดอกเบี้ย และเงินเฟ้อ รวมถึงความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/65 เติบโต 39.9% YoY:** อยู่ที่ 2,416 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนในต่างประเทศ
* **กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 380.0% YoY:** อยู่ที่ 120 ล้านบาท (กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นบริษัทฯ) จาก 25 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น:** อยู่ที่ 14.1% เพิ่มขึ้นจาก 10.7% ใน Q3/64 จากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น การปรับปรุงกระบวนการผลิต และราคาวัตถุดิบที่ลดลง
* **การเติบโตโดดเด่นในเวียดนามและอินเดีย:** กิจการในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามและอินเดีย มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ยอดขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
* **ต้นทุนวัตถุดิบลดลง:** ราคาวัตถุดิบหลักหลายชนิดปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มอัตรากำไร
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** หนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.9 เท่า และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดี
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มบริษัท SITHAI มีรายได้จากการขายรวม 2,416 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 689 ล้านบาท หรือ 39.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q3/2564) แม้จะลดลงเล็กน้อย 22 ล้านบาท หรือ 0.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (Q2/2565) การเติบโตหลักมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนในประเทศเวียดนามและอินเดีย ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 341 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156 ล้านบาท หรือ 84.3% YoY และเพิ่มขึ้น 28 ล้านบาท หรือ 8.9% QoQ โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 14.1% เพิ่มขึ้นจาก 10.7% ใน Q3/2564 และ 12.8% ใน Q2/2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ และราคาวัตถุดิบที่ปรับลดลง
กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 129 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 8 ล้านบาทใน Q3/2564 และ 103 ล้านบาทใน Q2/2565 โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานต่อยอดขายอยู่ที่ 5.3% เพิ่มขึ้นจาก 0.5% ใน Q3/2564 และ 4.2% ใน Q2/2565
EBITDA อยู่ที่ 325 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 214 ล้านบาทใน Q3/2564 และ 289 ล้านบาทใน Q2/2565 โดยมี EBITDA margin อยู่ที่ 13.5%
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 380.0% YoY จาก 25 ล้านบาทใน Q3/2564 และเพิ่มขึ้น 16.5% QoQ จาก 103 ล้านบาทใน Q2/2565 ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.044 บาท เพิ่มขึ้นจาก 0.009 บาทใน Q3/2564
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 6,988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.9% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 301 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 146.7% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจในเวียดนามและอินเดีย:** เป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่:** การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในตลาดอินเดียช่วยกระตุ้นยอดขาย
* **การฟื้นตัวของภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ:** ส่งผลดีต่อยอดขายสินค้ากลุ่มถังสีและชิ้นส่วนรถยนต์
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** การสรรหาวัตถุดิบจากผู้ผลิตในประเทศและการจัดเก็บวัตถุดิบเพียงพอต่อความต้องการในอนาคต ช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุน
* **การปรับปรุงกระบวนการผลิต:** การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตช่วยลดการสูญเสียและเพิ่มอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันราคาวัตถุดิบลดลง แต่ยังคงมีความผันผวนที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ได้รับผลกระทบจากค่าพลังงาน อัตราดอกเบี้ย และเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและการส่งออก
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงจะเป็นผลดีต่อรายได้จากการส่งออก แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **ฤดูกาลและสภาพอากาศ:** ฤดูฝนและน้ำท่วมในบางพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าบางประเภท เช่น บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม และงานก่อสร้าง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มเศรษฐกิจเวียดนามและอินเดีย:** การฟื้นตัวต่อเนื่องและกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดหลัก
* **ราคาวัตถุดิบหลัก:** การเปลี่ยนแปลงของราคา HDPE, PP, PET และ Melamine powder
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบของค่าเงินบาทต่อรายได้และต้นทุน
* **คำสั่งซื้อจากลูกค้าหลัก:** โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม
* **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง
* **การลงทุนในโรงงานเมลามีนแห่งใหม่ในเวียดนาม:** ความคืบหน้าและผลกระทบต่อกำลังการผลิตในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**ผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม:** รายได้ในกลุ่มนี้เติบโต 41.8% YoY มาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มที่มียอดขายเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของธุรกิจร้านอาหาร ร้านค้า และบริการ รวมถึงการจัดรายการส่งเสริมการขาย นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มพลาสติกอุตสาหกรรม เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร ถังสี ชิ้นส่วนรถยนต์ และลังบรรจุภัณฑ์ ก็มียอดขายเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงภาพยนตร์ อาหารแช่แข็ง การก่อสร้าง และยานยนต์
**ราคาวัตถุดิบ:** ในไตรมาส 3/2565 ราคาวัตถุดิบหลักหลายชนิด เช่น HDPE, PP COPO, PP HOMO มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่า PET จะสูงกว่าปีก่อน แต่โดยรวมแล้วการบริหารจัดการวัตถุดิบและการปรับปรุงกระบวนการผลิตช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอัตรากำไร
**การใช้กำลังการผลิต:** การใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในเวียดนาม โดยเฉพาะในส่วนของบริษัทย่อยที่ผลิตสินค้ากลุ่มถังสี ลังบรรจุภัณฑ์ และเปลือกแบตเตอรี่ ส่งผลให้ EBITDA เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,507 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 461 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดลดลงเล็กน้อย สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจากการสำรองวัตถุดิบเพื่อรองรับคำสั่งซื้อช่วงปลายปี
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134 ล้านบาท โดยเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาระหนี้เงินกู้ยืมลดลง 215 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,470 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 327 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 594 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นและการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่ดี อย่างไรก็ตาม มีการใช้เงินสดไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร โดยเฉพาะเครื่องจักรและการก่อสร้างโรงงานเมลามีนแห่งใหม่ในเวียดนาม ทำให้เงินสดสุทธิลดลง 57 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.9 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
SITHAI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในเวียดนามและอินเดีย ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของราคาวัตถุดิบ แต่แนวโน้มการเติบโตในตลาดต่างประเทศและประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SITHAI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,984.05
ล้านบาท
↓ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
312.54
ล้านบาท
↑ 8.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.75
%
กำไรสุทธิ
65.33
ล้านบาท
↑ 312.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.29
%
D/E Ratio
0.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,984
↓ -1.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
313
↑ + 8.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
65
↑ + 312.1%
YoY
D/E Ratio
0.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SITHAI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.54
ROE (%)
5.11
ROA (%)
5.19
Book Value/หุ้น
1.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SITHAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-319
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SITHAI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-318.77
-55.14%
|
-710.54
-8.76%
|
-778.75
+187.74%
|
-270.64
-143.53%
|
621.77
-41.56%
|
1,064.01
-20.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
509.70
-11.44%
|
575.54
+212.13%
|
184.39
-156.72%
|
-325.10
+14.66%
|
-283.54
+137.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
454.27
-43.56%
|
804.89
+138.78%
|
337.08
+87.01%
|
180.25
-193.69%
|
-192.38
-61.04%
|
-493.78
-62.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
218.93
-25.40%
|
293.46
+521.08%
|
47.25
-68.54%
|
150.18
+69.98%
|
88.35
-66.27%
|
261.97
-591.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
735.79
-2.53%
|
754.88
+22.30%
|
617.26
-8.08%
|
671.55
+15.15%
|
583.20
+81.55%
|
321.23
-14.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
640.23
-12.99%
|
735.79
-2.53%
|
754.88
+22.30%
|
617.26
-8.08%
|
671.55
+15.15%
|
583.20
+81.55%
|