บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
1.12
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16570 out_tok=3247 at=2026-07-26T05:22:03 -->
# SITHAI กำไร Q2/66 ทรงตัว YoY รับแรงกดดันต้นทุน-ยอดขายอุตสาหกรรมหด
## รายได้รวมทรงตัว YoY แต่กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่ม 9.8% QoQ จากการบริหารต้นทุนที่ดี ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมเผชิญแรงกดดัน
บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SITHAI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 2,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 12.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ SITHAI ในไตรมาส 2/2566 คือ **แรงกดดันจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมที่มียอดขายและกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน** ซึ่งหักล้างผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน ทำให้ภาพรวมรายได้รวมลดลง 8.7% YoY และกำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 12.6% YoY แม้ว่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นจะปรับตัวดีขึ้น 9.8%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม:** รายได้ลดลง 10.7% YoY เป็นผลมาจากทั้งกิจการในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มที่ราคาขายปรับลดลงตามวัตถุดิบ และยอดขายจากลูกค้ารายใหญ่ที่ลดลง นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มพลาสติกอุตสาหกรรม เช่น ลังบรรจุภัณฑ์ พาเลท และเปลือกแบตเตอรี่ มียอดขายลดลงจากการหดตัวของตลาดค้าปลีก อุตสาหกรรมยานยนต์ และการแข่งขันด้านราคา รวมถึงการปิดหน่วยธุรกิจของลูกค้ารายสำคัญ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ EBITDA Margin ของกลุ่มนี้ลดลงจาก 9.9% ใน Q2/2565 เป็น 9.2% ใน Q2/2566 ประกอบกับการปรับขึ้นค่าแรงและค่าพลังงานที่สูงขึ้นตามประกาศภาครัฐ ทำให้กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มนี้ลดลงอย่างมาก
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน:** มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โดยรายได้เพิ่มขึ้น 4.3% QoQ จากยอดขายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากการรับจ้างผลิตรายใหม่และกิจกรรมส่งเสริมการขาย รวมถึงยอดขายในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นจากอินเดีย ขณะที่เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) รายได้ลดลง 5.5% เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อนจากการจัดแข่งขันซีเกมส์ในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม EBITDA Margin ของกลุ่มนี้ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 15.7% เป็น 20.4% YoY เนื่องจากราคาวัตถุดิบหลักที่ลดลง ประกอบกับการควบคุมต้นทุนที่ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนจะแสดงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มที่ดีจากการเปิดโรงงานเมลามีนแห่งใหม่ในเวียดนาม แต่กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนของสงครามรัสเซีย-ยูเครน อัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และค่าพลังงานที่กระทบกำลังซื้อ รวมถึงการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น ฝ่ายจัดการได้ระบุว่ามีการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้าเพื่อชดเชยคำสั่งซื้อที่ลดลง แต่ผลลัพธ์ยังต้องรอดูความต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/66 อยู่ที่ 2,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% QoQ แต่ลดลง 8.7% YoY**
* **กำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น Q2/66 อยู่ที่ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% QoQ แต่ลดลง 12.6% YoY**
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมเผชิญแรงกดดัน ยอดขายลดลง 10.7% YoY และกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ**
* **กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนมีผลการดำเนินงานดีขึ้น โดยเฉพาะ EBITDA Margin ที่เพิ่มขึ้น 4.7% YoY**
* **ครึ่งปีแรก 2566 รายได้รวม 4,416 ล้านบาท ลดลง 3.4% YoY และกำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้น 172 ล้านบาท ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน**
* **บริษัทฯ เปิดโรงงานเมลามีนแห่งใหม่ที่เวียดนาม เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2566 SITHAI มีรายได้จากการขาย 2,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มในเวียดนามและกลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือนในประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมลดลง 8.7% เนื่องจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ และกลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือนในเวียดนามมียอดขายลดลง โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายที่ลดลงตามราคาวัตถุดิบหลัก
ในส่วนของกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 292 ล้านบาท ลดลง 3.3% QoQ และ 6.7% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.1% ลดลง 0.7% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 0.3% YoY กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 84 ล้านบาท ลดลง 18.4% QoQ และ 18.4% YoY อัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3.8% ลดลง 0.9% QoQ และ 0.5% YoY
สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% QoQ แต่ลดลง 12.6% YoY โดยมีกำไรต่อหุ้น 0.03 บาท ใกล้เคียงไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงจาก 0.04 บาทในไตรมาส 2/2565
ภาพรวมครึ่งปีแรก 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 4,416 ล้านบาท ลดลง 3.4% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ต่างประเทศยังเผชิญความไม่แน่นอนต่างๆ อย่างไรก็ตาม EBITDA อยู่ที่ 549 ล้านบาท ลดลงเพียง 0.5% YoY และกำไรสุทธิส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 172 ล้านบาท ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน
## โอกาส
* **การเปิดโรงงานเมลามีนแห่งใหม่ที่เวียดนาม:** จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคตสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง
* **การคิดค้นและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่:** ฝ่ายจัดการมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุน โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้น YoY แม้รายได้จะลดลง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ว่าราคาวัตถุดิบหลักจะปรับตัวลดลงใน Q2/66 เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่แนวโน้มในอนาคตยังคงมีความไม่แน่นอน
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อผู้บริโภค:** ปัจจัยลบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน อัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และค่าพลังงาน ยังคงส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ
* **การแข่งขันด้านราคา:** โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกอุตสาหกรรมที่ยังคงมีการแข่งขันสูง
* **การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่:** การที่ลูกค้ารายสำคัญปรับลดคำสั่งซื้อหรือปิดหน่วยธุรกิจ ส่งผลกระทบต่อยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในประเทศเวียดนาม:** แม้จะมีการเปิดโรงงานใหม่ แต่เศรษฐกิจเวียดนามยังคงเผชิญความท้าทายบางประการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายและกำไรของกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม:** จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ หรือจะยังคงเผชิญแรงกดดันต่อไป
* **ผลตอบรับของผลิตภัณฑ์ใหม่:** จะสามารถชดเชยยอดขายที่ลดลงในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมได้มากน้อยเพียงใด
* **ประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนของโรงงานเมลามีนแห่งใหม่ในเวียดนาม:** จะส่งผลต่อการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนอย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย:** โดยเฉพาะค่าแรงและค่าพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น
* **แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน:** โดยเฉพาะค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีผลต่อรายได้จากการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่จากข้อมูลยอดขายที่ลดลงในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่อาจลดลง
* **Order Book:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูล Order Book ที่ชัดเจน แต่จากยอดขายที่ลดลงในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม อาจสะท้อนถึงปริมาณคำสั่งซื้อที่ลดลง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น PP COPO, PP HOMO, HDPE, PET มีแนวโน้มลดลงใน Q2/66 เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีแนวโน้มลดลงจาก Q1/66 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิต
* **GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 13.1% ลดลง 0.7% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 0.3% YoY โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนมี GPM ที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรม GPM ลดลง
* **การส่งออก:** รายได้จากการส่งออกในกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมลดลง YoY โดยเฉพาะจากเวียดนาม แต่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน ยอดขายส่งออกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากตลาดยุโรปและเอเชียใต้
* **ค่าเงิน:** แนวโน้มค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐใน Q2/66 ค่อนข้างใกล้เคียงกับ Q2/65 ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออกมากนัก
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือรวมอยู่ที่ 1,168 ล้านบาท ลดลง 58 ล้านบาท จากการขายสินค้าในช่วง high season ของกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มในเวียดนาม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 8,110 ล้านบาท ลดลง 29 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 102 ล้านบาท เป็น 719 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1,695 ล้านบาท สินค้าคงเหลือลดลง 58 ล้านบาท เป็น 1,168 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,596 ล้านบาท ลดลง 163 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าลดลง 60 ล้านบาท เป็น 990 ล้านบาท ภาระหนี้เงินกู้ยืมรวมลดลง 118 ล้านบาท เป็น 1,837 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 134 ล้านบาท เป็น 4,514 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงานสุทธิจากเงินปันผลจ่าย
สำหรับกระแสเงินสด 6 เดือนแรกปี 2566 เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 288 ล้านบาท เป็น 596 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นและการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่ดี เงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลงเล็กน้อยเป็น 188 ล้านบาท และเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้นเป็น 255 ล้านบาท จากการจ่ายชำระคืนเงินกู้และจ่ายเงินปันผลที่มากกว่าปีก่อน ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมเพิ่มขึ้น 153 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.8 เท่า ลดลงจาก 1.0 เท่าในปีก่อน แสดงถึงโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## สรุปท้าย
SITHAI ในไตรมาส 2/2566 เผชิญความท้าทายจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมที่ยอดขายและกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ YoY จากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและการแข่งขัน แต่ยังคงได้รับแรงหนุนจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนที่ผลการดำเนินงานดีขึ้น โดยเฉพาะการบริหารจัดการต้นทุนและราคาวัตถุดิบที่ลดลง การเปิดโรงงานใหม่ในเวียดนามเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SITHAI ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
1,984.05
ล้านบาท
↓ 1.9% YoY
กำไรขั้นต้น
312.54
ล้านบาท
↑ 8.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.75
%
กำไรสุทธิ
65.33
ล้านบาท
↑ 312.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.29
%
D/E Ratio
0.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,984
↓ -1.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
313
↑ + 8.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
65
↑ + 312.1%
YoY
D/E Ratio
0.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SITHAI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.54
ROE (%)
5.11
ROA (%)
5.19
Book Value/หุ้น
1.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SITHAI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-319
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SITHAI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-318.77
-55.14%
|
-710.54
-8.76%
|
-778.75
+187.74%
|
-270.64
-143.53%
|
621.77
-41.56%
|
1,064.01
-20.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
509.70
-11.44%
|
575.54
+212.13%
|
184.39
-156.72%
|
-325.10
+14.66%
|
-283.54
+137.15%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
454.27
-43.56%
|
804.89
+138.78%
|
337.08
+87.01%
|
180.25
-193.69%
|
-192.38
-61.04%
|
-493.78
-62.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
218.93
-25.40%
|
293.46
+521.08%
|
47.25
-68.54%
|
150.18
+69.98%
|
88.35
-66.27%
|
261.97
-591.13%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
735.79
-2.53%
|
754.88
+22.30%
|
617.26
-8.08%
|
671.55
+15.15%
|
583.20
+81.55%
|
321.23
-14.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
640.23
-12.99%
|
735.79
-2.53%
|
754.88
+22.30%
|
617.26
-8.08%
|
671.55
+15.15%
|
583.20
+81.55%
|