บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.84
+0.02 (+0.71%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6786 out_tok=2850 at=2026-07-26T03:46:31 -->
# สหโคเจน (ชลบุรี) พลิกขาดทุนหนัก Q4/65 รับต้นทุนก๊าซพุ่ง-ราคาขายไฟไม่ทัน
## รายได้รวมโต 36% แต่กำไรสุทธิหดกว่า 3 เท่า เหตุต้นทุนพลังงานพุ่งสูงกว่าราคาขายไฟฟ้าที่ปรับขึ้น
บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) หรือ SCHC รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 229.17 ล้านบาท เทียบกับปี 2564 ที่มีกำไร 106.88 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมปรับขึ้นไม่ทัน ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรอย่างหนัก แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของสหโคเจน (ชลบุรี) ในปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **ต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม** ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้ที่สำคัญของบริษัท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นถึง 86% ในปี 2565 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25% ของรายได้รวม ปรับขึ้นเพียง 15.7% ตามสูตรการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) การที่ต้นทุนเชื้อเพลิงหลักเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าราคาขายไฟฟ้าที่ปรับขึ้น ทำให้ส่วนต่างกำไร (Margin) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ลดลง 28.1% และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานที่ขาดทุนถึง 181.0 ล้านบาท
นอกจากนี้ ต้นทุนขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 46.5% ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นตามราคาเฉลี่ยของ ปตท. และ Energy Pool Price (EPP) ตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในขณะที่รายได้จากการขายและการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 36.1% เป็นผลมาจากราคาขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ที่เพิ่มขึ้นตามโครงสร้างราคาอ้างอิงราคาก๊าซธรรมชาติ และราคาขายไฟฟ้าและไอน้ำให้ลูกค้าอุตสาหกรรมที่ปรับเพิ่มขึ้นตามสูตรการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และดัชนีราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ตามลำดับ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นนั้นเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมที่ตามหลังต้นทุนเชื้อเพลิง อาจเป็นลักษณะชั่วคราวที่ต้องรอการปรับตามสูตร Ft ในรอบถัดไป แต่หากราคาก๊าซธรรมชาติยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาวได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 36.1%** เป็น 5,744.06 ล้านบาท จากราคาขายไฟฟ้าและไอน้ำที่สูงขึ้น
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 229.17 ล้านบาท** จากปี 2564 ที่มีกำไร 106.88 ล้านบาท
* **EBITDA ลดลง 28.1%** เหลือ 580.69 ล้านบาท จากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 46.5%** โดยมีสาเหตุหลักจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น 86%
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 20.2%** เนื่องจากปี 2564 มีค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการเพิ่มทุน
* **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 38.4%** จากการออกหุ้นกู้ 2,650 ล้านบาท เพื่อรองรับโครงการใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 5,744.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.1% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับขึ้นของราคาขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ตามโครงสร้างราคาที่อ้างอิงราคาก๊าซธรรมชาติ และราคาขายไฟฟ้าและไอน้ำให้ลูกค้าอุตสาหกรรมที่ปรับเพิ่มขึ้นตามสูตรการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และดัชนีราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ลดลง 28.1% มาอยู่ที่ 580.69 ล้านบาท และกำไรสุทธิจากการดำเนินงานขาดทุน 181.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น 86% แต่ราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมปรับขึ้นเพียง 16% ตามสูตร Ft ทำให้ส่วนต่างกำไรลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทพลิกเป็นขาดทุน 229.17 ล้านบาทในปี 2565
## โอกาส
* **โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ (SPP Replacement Project):** โครงการมีกำลังการผลิตติดตั้ง 79.5 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำ 75 ตันต่อชั่วโมง คาดว่าจะ COD ในเดือนเมษายน 2567 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรในอนาคต
* **โครงการ Solar Rooftop:** มีการลงนาม MOU และสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกลุ่มบริษัทในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ระยะเวลา 25 ปี ซึ่งจะทยอยก่อสร้างและ COD ตั้งแต่พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป
* **การลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์:** การจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลายแห่ง แสดงถึงการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ:** เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและอัตรากำไรของบริษัท
* **ความล่าช้าในการปรับขึ้นราคาขายไฟฟ้า:** การที่ราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมปรับขึ้นไม่สอดคล้องกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น
* **การพึ่งพิงเชื้อเพลิงฟอสซิล:** แม้จะมีการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน แต่บริษัทยังคงพึ่งพิงก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ซึ่งมีความเสี่ยงด้านราคาและความผันผวน
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับโครงการใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาระดอกเบี้ยจ่ายในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิงหลักจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในอนาคต
* **การปรับขึ้นของค่า Ft:** การปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ในรอบถัดไป จะส่งผลต่อราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม
* **ความคืบหน้าโครงการ SPP Replacement Project:** การก่อสร้างและการ COD ตามกำหนดเวลา จะเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มกำลังการผลิตและรายได้
* **การขยายตัวของโครงการ Solar Rooftop:** ความคืบหน้าในการก่อสร้างและ COD ของโครงการโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตท่ามกลางความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคาขายไฟฟ้าและไอน้ำ:** ราคาขายไฟฟ้าให้ กฟผ. เพิ่มขึ้น 66.6% เป็น 5.13 บาทต่อหน่วย จาก 3.08 บาทต่อหน่วย ในปี 2564 ซึ่งสะท้อนการอ้างอิงราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น ราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 15.7% เป็น 3.76 บาทต่อหน่วย และราคาขายไอน้ำให้ลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 55.6% เป็น 1,605.65 บาทต่อตัน
* **ปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำ:** ปริมาณขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลง 2.4% เป็น 607.89 GWh, ให้ กฟภ. เพิ่มขึ้นเล็กน้อย, และให้ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง 8.9% เป็น 390.67 GWh. ปริมาณขายไอน้ำให้ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง 8.6% เป็น 316,846 ตัน แต่ปริมาณขายไอน้ำให้ลูกค้าในสวนอุตสาหกรรมลำพูนเพิ่มขึ้น 9.8% เป็น 94,031 ตัน
* **ต้นทุนเชื้อเพลิง:** ราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 86% เป็น 494.78 บาทต่อล้าน BTU ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 46.5%
* **โครงการลงทุน:** โครงการ SPP Replacement Project มีความคืบหน้า 46% คาด COD เม.ย. 2567 ส่วนโครงการ Solar Rooftop ต่างๆ มีความคืบหน้าแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 45% ถึง 55% และคาดว่าจะทยอย COD ตั้งแต่ พ.ค. 2566
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 12.2% เป็น 8,520.77 ล้านบาท จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ (SPP Replacement Project)
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 33.7% เป็น 4,827.66 ล้านบาท โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 38.4% เป็น 3,995.79 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ 2,650 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 7.2% เป็น 3,693.11 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนจากการดำเนินงานในปี 2565
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 0.91 เท่า เป็น 1.31 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.48 เท่า เป็น 0.79 เท่า
## สรุปท้าย
แม้ว่าสหโคเจน (ชลบุรี) จะสามารถเพิ่มรายได้จากการขายและการให้บริการได้ถึง 36.1% ในปี 2565 จากราคาขายไฟฟ้าและไอน้ำที่ปรับสูงขึ้น แต่ผลประกอบการกลับพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 229.17 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นถึง 86% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรอย่างหนัก การปรับขึ้นของราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมที่ตามหลังต้นทุนเชื้อเพลิง ทำให้ส่วนต่างกำไรหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังเดินหน้าโครงการลงทุนใหม่ๆ ทั้งโรงไฟฟ้า SPP Replacement และ Solar Rooftop ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและการบริหารจัดการต้นทุนยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCG ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
722.73
ล้านบาท
↓ 14.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-15.93
ล้านบาท
↓ 371.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-2.20
%
กำไรสุทธิ
-73.24
ล้านบาท
↓ 60.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-10.13
%
D/E Ratio
1.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
723
↓ -14.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-16
↓ -371.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-73
↓ -60.9%
YoY
D/E Ratio
1.49
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.49
ROE (%)
-5.31
ROA (%)
-0.82
Book Value/หุ้น
2.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-361
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+94
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-360.72
-53.53%
|
-776.31
+1,415.34%
|
-51.23
-58.88%
|
-124.60
-118.74%
|
664.73
-4.23%
|
694.12
+62.80%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
93.95
-89.47%
|
892.57
-21.48%
|
1,136.80
+57.68%
|
720.94
-375.07%
|
-262.09
-14.80%
|
-307.62
+48.71%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
212.08
-328.56%
|
-92.79
-89.00%
|
-843.87
+8.35%
|
-778.83
-268.52%
|
462.15
-213.32%
|
-407.82
+157.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-11.50
-201.41%
|
11.34
-94.66%
|
212.25
-221.80%
|
-174.26
-120.15%
|
864.79
-4,158.14%
|
-21.31
-135.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
433.91
-55.03%
|
964.99
-10.80%
|
1,081.81
+10.43%
|
979.60
+753.24%
|
114.81
-15.66%
|
136.12
+80.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
381.70
-12.03%
|
433.91
-55.03%
|
964.99
-10.80%
|
1,081.81
+10.43%
|
979.60
+753.24%
|
114.81
-15.66%
|