บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
2.84
+0.02 (+0.71%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17054 out_tok=2639 at=2026-08-11T19:59:51 -->
SCG กำไรสุทธิ Q2/2569 ขาดทุนเพิ่มขึ้น 4.29% รับรายได้หดตามเศรษฐกิจชะลอ
ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากราคาขายไฟฟ้าลดลง ประกอบกับปริมาณขายลูกค้าอุตสาหกรรมวูบ ขณะที่ต้นทุนก๊าซธรรมชาติยังผันผวน
บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) หรือ SCG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 4.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันจากรายได้จากการขายและการให้บริการที่ลดลง 8.11% ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายไฟฟ้าที่ปรับลดลงตามค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ SCG ในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกขาดทุนเพิ่มขึ้น มาจาก **การปรับลดลงของรายได้จากการขายและการให้บริการ** ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ราคาขายไฟฟ้าลดลง:** สาเหตุหลักมาจาก **การปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft)** ในงวดเดือนมกราคม-เมษายน 2569 อยู่ที่ 0.0972 บาทต่อหน่วย และแม้จะปรับขึ้นในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 เป็น 0.1623 บาทต่อหน่วย แต่โดยรวมแล้วราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยในไตรมาส 2 ปี 2569 ยังคงลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง
2. **ปริมาณขายไฟฟ้าลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง:** ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับการชะลอตัวของภาคการผลิตและการส่งออก ทำให้ **ความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมลดลง** ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมรวมลดลงถึง 31.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
3. **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติยังผันผวน:** แม้ปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติจะลดลงตามความต้องการไฟฟ้า แต่ราคาเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติในไตรมาส 2 ปี 2569 ยังคงอยู่ที่ประมาณ 361 บาทต่อล้านบีทียู เพิ่มขึ้น 13.65% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะปัจจัยด้านราคาขายไฟฟ้าที่ขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐและต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งยังคงมีความผันผวน ส่วนปริมาณการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าอาจยังไม่กลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 4.29%:** ในไตรมาส 2 ปี 2569 ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 71.53 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 68.59 ล้านบาท ในปีก่อน
* **รายได้ลดลง 8.11%:** อยู่ที่ 792.22 ล้านบาท จาก 862.18 ล้านบาทในปีก่อน
* **ปริมาณขายไฟฟ้าลูกค้าอุตสาหกรรมวูบ 31.90%:** เหลือ 65.74 ล้านหน่วย เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว
* **ต้นทุนขายลดลง 9.37%:** ตามปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 19.92%:** จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเติบโต:** รายได้เพิ่มขึ้น 1.97% คิดเป็น 22.13% ของรายได้รวม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 792.22 ล้านบาท ลดลง 8.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนขายลดลง 9.37% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายลดลง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 19.92% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่เมื่อรวมรายการอื่นๆ เช่น ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้ภาพรวมผลประกอบการยังคงขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 4.29% เป็น 71.53 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,474.95 ล้านบาท ลดลง 10.05% และขาดทุนสุทธิ 96.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** รายได้จากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1.97% คิดเป็นสัดส่วน 22.13% ของรายได้รวม และบริษัทมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 15% ภายในปี 2573 โดยปัจจุบันมีสัดส่วน 19% และมีโครงการ Solar Rooftop & Floating ขนาด 5.0 เมกะวัตต์ ที่คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในปี 2569 ซึ่งจะทำให้สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเป็น 21%
* **การพัฒนาเทคโนโลยี AI และ Machine Learning:** การร่วมมือกับ มจธ. เพื่อพัฒนาระบบวิเคราะห์สมรรถนะระบบพลังงานแสงอาทิตย์ด้วย AI และ ML จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความสูญเสีย และสนับสนุนการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์
* **การมุ่งสู่ Net Zero Emissions:** การดำเนินงานตามเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050 สอดคล้องกับทิศทางพลังงานสะอาดของโลก และการได้รับรอง Carbon Footprint of Organization (CFO) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนความมุ่งมั่นด้าน ESG
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** ราคาก๊าซธรรมชาติยังคงมีความผันผวนและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรม
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายค่าไฟฟ้า:** การปรับขึ้นลงของค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ส่งผลโดยตรงต่อราคาขายไฟฟ้าและรายได้ของบริษัท
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าอุปกรณ์หรือการชำระหนี้ในสกุลเงินต่างประเทศ หากมี
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขายไฟฟ้า (Ft):** การประกาศ Ft ในงวดถัดไป และปัจจัยที่ส่งผลต่อการคำนวณ
* **การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม:** ความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมจะปรับตัวดีขึ้นหรือไม่
* **ความคืบหน้าโครงการพลังงานหมุนเวียน:** การก่อสร้างและเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ของโครงการ Solar Rooftop & Floating และการพัฒนาโครงการ Solar Farm ขนาดใหญ่
* **ต้นทุนก๊าซธรรมชาติ:** ทิศทางราคาและอุปทานก๊าซธรรมชาติในระยะต่อไป
* **การนำเทคโนโลยี AI มาใช้:** ประสิทธิผลของการนำแพลตฟอร์มวิเคราะห์สมรรถนะระบบพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท ราชพัฒนา เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) เผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อรายได้หลัก โดยเฉพาะการปรับลดลงของราคาขายไฟฟ้าจากการปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายภาครัฐในการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 31.90% แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้ ทำให้ภาพรวมยังคงขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความพยายามในการกระจายความเสี่ยงและสร้างการเติบโตในระยะยาวผ่านธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ซึ่งมีรายได้เติบโตขึ้นและคิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของรายได้รวม นอกจากนี้ การลงทุนในเทคโนโลยี AI และ Machine Learning เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 7,996.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.25% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนรวมเพิ่มขึ้น ขณะที่หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.86% เป็น 4,562.03 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.58 เท่า ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 3.11% เป็น 3,097.42 ล้านบาท ตามผลการดำเนินงานที่ขาดทุน
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ SCG ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **แรงกดดันจากรายได้ที่ลดลง** อันเป็นผลมาจากราคาขายไฟฟ้าที่ปรับลดลงตามค่า Ft และปริมาณการขายไฟฟ้าลูกค้าอุตสาหกรรมที่วูบตามภาวะเศรษฐกิจ แม้บริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ โดยภาพรวมยังคงขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม โอกาสในการเติบโตจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและการลงทุนในเทคโนโลยี AI เป็นปัจจัยที่น่าจับตาเพื่อการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานและภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCG ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
722.73
ล้านบาท
↓ 14.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-15.93
ล้านบาท
↓ 371.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-2.20
%
กำไรสุทธิ
-73.24
ล้านบาท
↓ 60.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-10.13
%
D/E Ratio
1.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
723
↓ -14.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-16
↓ -371.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-73
↓ -60.9%
YoY
D/E Ratio
1.49
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.49
ROE (%)
-5.31
ROA (%)
-0.82
Book Value/หุ้น
2.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-361
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+94
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-360.72
-53.53%
|
-776.31
+1,415.34%
|
-51.23
-58.88%
|
-124.60
-118.74%
|
664.73
-4.23%
|
694.12
+62.80%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
93.95
-89.47%
|
892.57
-21.48%
|
1,136.80
+57.68%
|
720.94
-375.07%
|
-262.09
-14.80%
|
-307.62
+48.71%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
212.08
-328.56%
|
-92.79
-89.00%
|
-843.87
+8.35%
|
-778.83
-268.52%
|
462.15
-213.32%
|
-407.82
+157.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-11.50
-201.41%
|
11.34
-94.66%
|
212.25
-221.80%
|
-174.26
-120.15%
|
864.79
-4,158.14%
|
-21.31
-135.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
433.91
-55.03%
|
964.99
-10.80%
|
1,081.81
+10.43%
|
979.60
+753.24%
|
114.81
-15.66%
|
136.12
+80.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
381.70
-12.03%
|
433.91
-55.03%
|
964.99
-10.80%
|
1,081.81
+10.43%
|
979.60
+753.24%
|
114.81
-15.66%
|