บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3229 out_tok=2275 at=2026-07-26T02:03:59 -->
# RP Q3/2566: ขาดทุนสุทธิพุ่ง 135% รับแรงกดดันราคาเนื้อสุกร-ต้นทุนผลิตสูง
## รายได้รวม 1.44 แสนล้านบาท แต่กำไรขั้นต้นหดตัว เหตุราคาขายสุกรต่ำ-ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 144,498 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของกิจการต่างประเทศ 62% และไทย 38% อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 1,810 ล้านบาท ลดลง 135% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ ปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CPF ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 1,810 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 15% เหลือ 11%**
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **อัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมาก** ส่งผลให้ภาพรวมขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยกดดันหลัก 3 ประการ ได้แก่
1. **ราคาสุกรที่อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน** โดยเฉพาะในประเทศไทย เวียดนาม และกัมพูชา (เฉลี่ยลดลง 26%) เนื่องจากปริมาณเนื้อสุกรมีมากกว่าความต้องการบริโภค ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรผิดกฎหมาย
2. **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น** ครอบคลุมถึงราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสัตว์และค่าใช้จ่ายพลังงาน
3. **ภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ** ทำให้การบริโภคไม่ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนสุทธิ ได้แก่ ส่วนแบ่งขาดทุนในบริษัทร่วมและร่วมค้าจากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมในประเทศจีนที่ได้รับผลกระทบจากราคาสุกรต่ำและต้นทุนวัตถุดิบสูง รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นเกิดจากกลไกราคาขายที่ลดลงสวนทางกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนการผลิตลดลงอย่างมาก ในส่วนของราคาสุกรที่ต่ำกว่าปีก่อนนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากปริมาณเนื้อสุกรที่ล้นตลาด ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการลักลอบนำเข้าที่ผิดกฎหมาย ทำให้ผู้ผลิตในประเทศไม่สามารถตั้งราคาขายได้ตามที่ควรจะเป็น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาสุกรที่ต่ำและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงเป็นปัจจัยกดดันในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นลักษณะที่อาจส่งผลต่อเนื่องได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องการลักลอบนำเข้าเป็นประเด็นที่ต้องจับตาว่าจะมีมาตรการควบคุมที่มีประสิทธิภาพหรือไม่ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่จะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งจะส่งผลต่อราคาขายในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 1,810 ล้านบาท:** ลดลง 135% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 ที่มีกำไร
* **รายได้จากการขาย 144,498 ล้านบาท:** ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** เหลือ 11% จาก 15% ในปีก่อน เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไร
* **ราคาเนื้อสุกรต่ำ:** โดยเฉพาะในไทย เวียดนาม กัมพูชา เฉลี่ยลดลง 26% จากปีก่อน
* **ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น:** ทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์และพลังงาน
* **ส่วนแบ่งขาดทุนบริษัทร่วม:** โดยเฉพาะในจีน จากราคาสุกรต่ำและต้นทุนสูง
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น:** จากอัตราดอกเบี้ยโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF มีรายได้จากการขายรวม 144,498 ล้านบาท โดยรายได้จากกิจการต่างประเทศคิดเป็น 62% และกิจการประเทศไทย 38% อย่างไรก็ตาม บริษัทประสบผลขาดทุนสุทธิ 1,810 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 135% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบคืออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 15% ในไตรมาส 3 ปี 2565 เหลือเพียง 11% ในไตรมาส 3 ปี 2566
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกำลังซื้อ:** หากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้น จะส่งผลบวกต่อความต้องการบริโภคเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
* **มาตรการควบคุมการลักลอบนำเข้า:** หากภาครัฐมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรผิดกฎหมาย จะช่วยให้ราคาเนื้อสุกรในประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์และพลังงานให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และพลังงานยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันด้านราคาสุกรและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องยังคงรุนแรง โดยเฉพาะจากปัจจัยการลักลอบนำเข้า
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** หากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศยังคงชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการบริโภค
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจกระทบต่อผลประกอบการของกิจการในต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเนื้อสุกร:** โดยเฉพาะในประเทศไทย เวียดนาม และกัมพูชา ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นได้หรือไม่
* **มาตรการภาครัฐ:** ต่อการควบคุมการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรผิดกฎหมาย
* **ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์และพลังงาน:** ทิศทางราคาและความสามารถในการบริหารจัดการ
* **การฟื้นตัวของกำลังซื้อ:** และผลกระทบต่อปริมาณการขาย
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมในจีน:** และปัจจัยกดดันจากราคาสุกรและต้นทุน
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารครบวงจร CPF ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาขายผลิตภัณฑ์หลักอย่างเนื้อสุกร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น การที่ราคาขายสุกรลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 26% ในหลายประเทศ เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะอุปทานที่ล้นตลาด ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการลักลอบนำเข้าที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งจากวัตถุดิบอาหารสัตว์และพลังงาน เป็นแรงกดดันสองทางที่บีบให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทลดลงอย่างมาก การที่อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวจาก 15% เหลือ 11% สะท้อนถึงความยากลำบากในการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในภาวะที่กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
นอกจากนี้ ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมในจีน และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2566
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ CPF ในไตรมาส 3 ปี 2566 สะท้อนถึงแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ทั้งราคาเนื้อสุกรที่ตกต่ำจากภาวะอุปทานล้นตลาดและการลักลอบนำเข้า รวมถึงต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 1,810 ล้านบาท ความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของราคาเนื้อสุกร การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และมาตรการภาครัฐในการแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้า รวมถึงการฟื้นตัวของกำลังซื้อโดยรวม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RP ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
165.67
ล้านบาท
↑ 5% YoY
กำไรขั้นต้น
11.47
ล้านบาท
↓ 656.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.92
%
กำไรสุทธิ
-52.29
ล้านบาท
↑ 338.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-31.56
%
D/E Ratio
1.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
166
↑ + 5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11
↓ -656.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-52
↑ + 338.4%
YoY
D/E Ratio
1.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.38
ROE (%)
-14.16
ROA (%)
0.89
Book Value/หุ้น
2.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-71
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-71.31
+107.54%
|
-34.36
+9.92%
|
-31.26
-20.05%
|
-39.10
-34.03%
|
-59.27
-274.17%
|
34.03
-79.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.20
-69.91%
|
23.93
-66.10%
|
70.59
+103.31%
|
34.72
-28.79%
|
48.76
-149.69%
|
-98.13
-34.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
47.41
+1,469.87%
|
3.02
-105.46%
|
-55.36
-291.49%
|
28.91
-58.26%
|
69.27
+24.25%
|
55.75
-328.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-16.71
+126.12%
|
-7.39
-53.93%
|
-16.04
-165.39%
|
24.53
-58.24%
|
58.74
-803.47%
|
-8.35
-25.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
18.40
+13.65%
|
16.19
-52.95%
|
34.41
-54.84%
|
76.20
-29.85%
|
108.63
-7.15%
|
116.99
-8.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
34.04
+104.94%
|
16.61
+2.59%
|
16.19
-52.95%
|
34.41
-54.85%
|
0.00
|
0.00
|