บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.69
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8763 out_tok=2756 at=2026-07-26T02:52:42 -->
# RP กำไรสุทธิ Q1/65 ลดลง 30.4% YoY แต่ฟื้นตัวเด่น QoQ รับแรงหนุนธุรกิจเรือขนส่งน้ำมัน
## รายได้รวมเติบโต 3.5% จากการขยายธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและ FSU ขณะที่กำไรขั้นต้นหดตัว 20% YoY เหตุต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง-ค่าบริการ FSU ชะลอตัว
บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ RP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการให้บริการรวม 1,474.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้กำไรสุทธิจะลดลง 30.4% มาอยู่ที่ 302.2 ล้านบาท แต่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง 71.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะการขยายธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและ FSU รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจรอบนี้คือ การเติบโตของรายได้จากการขยายธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและ FSU ที่ได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์โลกและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 แต่ถูกกดดันด้วยต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและค่าบริการ FSU ที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ฟื้นตัวได้ดีเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **รายได้จากการให้บริการเติบโต 3.5% YoY:** ปัจจัยหลักมาจากการขยายธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ รวมถึงเรือ Offshore Support Vessel หลังจากการเข้าซื้อกิจการบริษัท ทรูธมาริไทม์ จำกัด นอกจากนี้ การบริโภคน้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ส่งผลให้ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและ FSU ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะความต้องการกักเก็บน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนของสงครามรัสเซีย-ยูเครน
* **กำไรขั้นต้นลดลง 20.0% YoY:** แม้รายได้จะเติบโต แต่กำไรขั้นต้นกลับลดลง สาเหตุหลักมาจากอัตราค่าบริการเรือ FSU ที่ลดลงตามภาวะตลาดที่ชะลอตัว และต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทฯ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการขยายงานหลังการซื้อกิจการ แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากในไตรมาส 4/2564 มีค่าใช้จ่ายในการจัดทำ PPA (Purchase price allocation) ของการเข้าซื้อกิจการ
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 7.4 ล้านบาท จากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับรายได้) / ยังไม่ชัด (สำหรับกำไรขั้นต้น):** ฝ่ายจัดการระบุว่าการบริโภคน้ำมันในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว รวมถึงความต้องการกักเก็บน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์สงคราม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและ FSU อย่างไรก็ตาม ต้นทุนเชื้อเพลิงที่ผันผวนและแนวโน้มค่าบริการ FSU ที่อาจยังคงชะลอตัวตามภาวะตลาด ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดสำหรับอัตรากำไรขั้นต้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการให้บริการรวม 1,474.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% YoY:** ได้แรงหนุนจากการขยายธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและ FSU หลังการเข้าซื้อกิจการ
* **กำไรสุทธิ 302.2 ล้านบาท ลดลง 30.4% YoY:** แต่ฟื้นตัวแรง 71.4% QoQ จากผลประกอบการที่ดีขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ
* **กำไรขั้นต้น 436.7 ล้านบาท ลดลง 20.0% YoY:** สาเหตุหลักจากค่าบริการ FSU ชะลอตัวและต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ:** มี Utilization Rate สูงถึง 92.7% และปริมาณการใช้น้ำมัน Jet A-1 เพิ่มขึ้น 62.8% YoY
* **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปต่างประเทศ:** ได้รับผลบวกจากเรือ VLCC ลำแรกเริ่มให้บริการ และเรือ Aframax กลับมาให้บริการ
* **ธุรกิจ FSU:** Utilization Rate ปรับตัวดีขึ้น QoQ จากความกังวลสงครามรัสเซีย-ยูเครน
* **ธุรกิจ Offshore Support:** รายได้และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก YoY จากการขยายธุรกิจ Crew Boat และเตรียมรับงานระยะยาว
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 0.86:1
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ RP ในไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการให้บริการรวม 1,474.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีกำไรขั้นต้น 436.7 ล้านบาท ลดลง 20.0% YoY และมีกำไรสุทธิ 302.2 ล้านบาท ลดลง 30.4% YoY อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) รายได้เพิ่มขึ้น 3.5% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 71.4% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของผลประกอบการในไตรมาสนี้
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจ:** การเข้าซื้อกิจการบริษัท ทรูธมาริไทม์ จำกัด ส่งผลให้บริษัทฯ มีจำนวนเรือเพิ่มขึ้นในกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ รวมถึงธุรกิจ Ship Agent
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางเข้า-ออกประเทศ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อปริมาณการบริโภคน้ำมันทุกชนิดในประเทศ
* **สถานการณ์ความไม่แน่นอนระหว่างประเทศ:** ความกังวลต่อภาวะสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่งผลให้ความต้องการกักเก็บน้ำมันเตาก ามะถันต่ำเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจ FSU
* **การขยายธุรกิจ Offshore Support:** การได้รับคัดเลือกให้ให้บริการภายใต้สัญญาระยะยาวกับลูกค้า จะทำให้ Utilization Rate ของเรือ Crew Boat เต็ม 100% ตั้งแต่กลางไตรมาส 2/2565 เป็นต้นไป
* **การให้บริการ Ship Agent:** เป็นธุรกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้นภายหลังการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งช่วยเสริมรายได้
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและ FSU
* **ภาวะตลาด FSU ชะลอตัว:** ส่งผลให้อัตราค่าบริการ FSU ปรับลดลง
* **การซ่อมบำรุงเรือ:** เรือ VLCC ลำที่ 1 ต้องเข้าซ่อมบำรุงตามแผน Dry docking ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ในไตรมาส 1/2565
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่การมีเงินกู้สกุลเงินตราต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนเชื้อเพลิง:** จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลักอย่างไร
* **ทิศทางค่าบริการ FSU:** จะฟื้นตัวตามภาวะตลาด หรือยังคงชะลอตัว
* **การเริ่มให้บริการของเรือ VLCC ลำที่ 2:** จะช่วยหนุนรายได้ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศได้มากน้อยเพียงใด
* **ผลการประมูลสัญญางานระยะยาวของธุรกิจ Offshore Support:** จะส่งผลต่อ Utilization Rate และรายได้ในไตรมาสถัดไปอย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานในธุรกิจบริหารจัดการเรือ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ:** มีการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY จากจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของปริมาณการบริโภคน้ำมันในประเทศ โดยมีอัตราการใช้งานเรือ (Utilization Rate) สูงถึง 92.7% และปริมาณการใช้น้ำมัน Jet A-1 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
**ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูประหว่างประเทศ:** รายได้และกำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาก YoY จากการเริ่มให้บริการของเรือ VLCC ลำแรก แม้รายได้จะลดลง QoQ เนื่องจากเรือ VLCC เข้าซ่อมบำรุง แต่กำไรขั้นต้นดีขึ้นจากการกลับมาให้บริการของเรือ Aframax
**ธุรกิจ FSU:** รายได้และกำไรขั้นต้นลดลง YoY เนื่องจากจำนวนเรือลดลงและค่าบริการชะลอตัว แต่ปรับตัวดีขึ้น QoQ จากความต้องการกักเก็บน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และการให้บริการเสริมอื่นๆ
**ธุรกิจ Offshore Support:** รายได้และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก YoY จากการขยายธุรกิจ Crew Boat และเตรียมรับงานระยะยาว แม้จะลดลงเล็กน้อย QoQ เนื่องจากเป็นฤดูมรสุมและเรือบางลำอยู่ระหว่างเตรียมการประมูล
**ธุรกิจบริหารจัดการเรือ:** รายได้เพิ่มขึ้น YoY จากการให้บริการ Ship Agent ที่เพิ่มขึ้นหลังการเข้าซื้อกิจการ และมีการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 17,207.1 ล้านบาท ใกล้เคียงกับสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงเล็กน้อยจากการตัดค่าเสื่อมราคาที่ดิน อาคาร และเรือเดินทะเล
หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,786.2 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนรวมลดลงจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวตามกำหนด
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 310.9 ล้านบาท มาจากกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 1/2565 ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 0.86:1
## สรุปท้าย
RP ในไตรมาส 1/2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและค่าบริการ FSU ที่ชะลอตัว ทำให้กำไรสุทธิลดลง YoY แต่การขยายธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและ FSU รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยหนุนรายได้ให้เติบโตได้ และส่งผลให้ผลประกอบการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทฯ มีโอกาสจากการขยายธุรกิจและสถานการณ์โลกที่เอื้ออำนวย แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงด้านต้นทุนและภาวะตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
165.67
ล้านบาท
↑ 5% YoY
กำไรขั้นต้น
11.47
ล้านบาท
↓ 656.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
6.92
%
กำไรสุทธิ
-52.29
ล้านบาท
↑ 338.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-31.56
%
D/E Ratio
1.38
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
166
↑ + 5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11
↓ -656.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-52
↑ + 338.4%
YoY
D/E Ratio
1.38
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.38
ROE (%)
-14.16
ROA (%)
0.89
Book Value/หุ้น
2.17
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-71
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-71.31
+107.54%
|
-34.36
+9.92%
|
-31.26
-20.05%
|
-39.10
-34.03%
|
-59.27
-274.17%
|
34.03
-79.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.20
-69.91%
|
23.93
-66.10%
|
70.59
+103.31%
|
34.72
-28.79%
|
48.76
-149.69%
|
-98.13
-34.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
47.41
+1,469.87%
|
3.02
-105.46%
|
-55.36
-291.49%
|
28.91
-58.26%
|
69.27
+24.25%
|
55.75
-328.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-16.71
+126.12%
|
-7.39
-53.93%
|
-16.04
-165.39%
|
24.53
-58.24%
|
58.74
-803.47%
|
-8.35
-25.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
18.40
+13.65%
|
16.19
-52.95%
|
34.41
-54.84%
|
76.20
-29.85%
|
108.63
-7.15%
|
116.99
-8.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
34.04
+104.94%
|
16.61
+2.59%
|
16.19
-52.95%
|
34.41
-54.85%
|
0.00
|
0.00
|