บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
3.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5336 out_tok=2824 at=2026-07-25T23:51:51 -->
# PREB กำไร Q3/2566 หดตัว 45% รับอสังหาฯ โอนวูบ เหตุสินเชื่อเข้มงวด
## รายได้รวมวูบ 18% กดดันกำไรสุทธิ แม้ส่วนผลิตวัสดุเติบโตดี
บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ PREB รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,327.54 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ในส่วนงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และส่วนงานรับเหมาก่อสร้าง ขณะที่ส่วนงานขายและผลิตวัสดุก่อสร้างมีการเติบโต ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 62.70 ล้านบาท ลดลง 45% จาก 114.79 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PREB ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การลดลงอย่างมากของรายได้และกำไรขั้นต้นจากส่วนงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันกำไรสุทธิโดยรวมของบริษัท
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ส่งผลให้รายได้จากส่วนงานนี้วูบลง 198.00 ล้านบาท (จาก 362.39 ล้านบาท เหลือ 164.39 ล้านบาท) และกำไรขั้นต้นจากส่วนงานนี้ลดลงถึง 72.59 ล้านบาท (จาก 103.38 ล้านบาท เหลือ 30.79 ล้านบาท) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิรวมลดลง 52.09 ล้านบาท หรือ 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าส่วนงานผลิตแผ่นพื้นสำเร็จรูปจะเติบโตได้ดีก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้การโอนบ้านลดลงมาจาก **การขออนุมัติสินเชื่อของผู้ซื้อที่ถูกพิจารณาเข้มงวดมากขึ้นจากสถาบันการเงิน** โดยพบว่าประมาณ 40% ของยอดขายทั้งหมดไม่สามารถผ่านการอนุมัติสินเชื่อได้ ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อยอดโอนโครงการที่อยู่อาศัยของบริษัทฯ นอกจากนี้ รายได้จากส่วนงานรับเหมาก่อสร้างก็ลดลง 156.58 ล้านบาทเช่นกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นรวม แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นของส่วนงานรับเหมาจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การรับงานที่ไม่ต่อเนื่อง ต้นทุนวัสดุที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุถึงปัญหาการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก แต่บริษัทฯ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการโอนและโครงการใหม่ที่เปิดตัวในช่วงปลายไตรมาส เช่น โครงการ Pimnara ศรีนครินทร์-บางนา, โครงการใหม่ Pimnara ธรรมศาสตร์ – รังสิต, โครงการ Pre Village ธรรมศาสตร์-รังสิต และโครงการ Pimnara ศาลายา อย่างไรก็ตาม ปัญหาการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดนี้อาจส่งผลกระทบต่อยอดโอนในไตรมาสถัดไปได้ หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย นอกจากนี้ ยอดงานคงเหลือในมือสำหรับส่วนงานก่อสร้างยังคงสูงถึง 9.24 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 45% YoY** อยู่ที่ 62.70 ล้านบาท จาก 114.79 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2566 ลดลง 18% YoY** อยู่ที่ 1,327.54 ล้านบาท จาก 1,641.21 ล้านบาท
* **สาเหตุหลักจากรายได้และกำไรขั้นต้นอสังหาริมทรัพย์ลดลง** เนื่องจากลูกค้าไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อ
* **ยอดงานในมือ (Backlog) ส่วนรับเหมาก่อสร้างคงเหลือ 9.24 พันล้านบาท**
* **อัตราหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้น** เป็น 1.71 เท่า จาก 1.51 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,327.54 ล้านบาท ลดลง 313.67 ล้านบาท หรือ 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากส่วนงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 198.00 ล้านบาท และส่วนงานรับเหมาก่อสร้างลดลง 156.58 ล้านบาท ขณะที่ส่วนงานขายและผลิตวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น 40.91 ล้านบาท
กำไรขั้นต้นรวมลดลง 66.41 ล้านบาท มาอยู่ที่ 150.89 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นรวม 11.37% ลดลงจาก 13.24% ในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากส่วนงานรับเหมาก่อสร้างและส่วนงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มียอดรายได้ลดลง
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารค่อนข้างทรงตัวที่ 49.66 ล้านบาท แต่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 0.72 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลง 52.09 ล้านบาท หรือ 45% มาอยู่ที่ 62.70 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 3,694.41 ล้านบาท ลดลง 739.70 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 166.93 ล้านบาท ลดลง 159.90 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **ยอดงานในมือ (Backlog) ส่วนรับเหมาก่อสร้างที่แข็งแกร่ง:** มีมูลค่าประมาณ 9.24 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้และสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจรับเหมาฯ ในระยะต่อไป
* **การเติบโตของส่วนงานผลิตแผ่นพื้นสำเร็จรูป:** รายได้เพิ่มขึ้น 40.91 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และอัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 22.20% ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของธุรกิจนี้
* **การเปิดโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีการเปิดโครงการใหม่ เช่น โครงการ Pimnara ธรรมศาสตร์ – รังสิต, โครงการ Pre Village ธรรมศาสตร์-รังสิต และโครงการ Pimnara ศาลายา ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ:** เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ และอาจกระทบต่อยอดขายในอนาคตหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้
* **การแข่งขันในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการแข่งขันสูง ซึ่งส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้จะมีการปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสนี้ แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการก่อสร้าง
* **การพึ่งพารายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือปัญหาในการโอน ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการอนุมัติสินเชื่อของผู้ซื้อบ้าน:** จะคลี่คลายหรือยังคงเข้มงวดต่อไป
* **ยอดโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการที่เปิดใหม่ และโครงการที่เหลืออยู่
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้าง:** และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย
* **การประมูลงานรับเหมาก่อสร้างใหม่:** และอัตรากำไรที่คาดว่าจะได้รับ
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีดอกเบี้ย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์:** เป็นจุดอ่อนสำคัญในไตรมาสนี้ โดยรายได้ลดลงถึง 198.00 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นลดลง 72.59 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการที่ลูกค้าไม่สามารถผ่านการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ถึง 40% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรับรู้รายได้และกำไรของบริษัทฯ โครงการที่ยังคงมีผลการโอนในไตรมาสนี้ ได้แก่ โครงการ Pimnara ศรีนครินทร์-บางนา และโครงการใหม่ที่เปิดตัว ได้แก่ Pimnara ธรรมศาสตร์ – รังสิต, Pre Village ธรรมศาสตร์-รังสิต และ Pimnara ศาลายา
**ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** แม้รายได้จะลดลง 156.58 ล้านบาท แต่บริษัทฯ ยังคงมี Backlog ที่แข็งแกร่งถึง 9.24 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อไป อัตรากำไรขั้นต้นของส่วนงานนี้แม้จะต่ำกว่าปีก่อนในภาพรวม 9 เดือน แต่ในไตรมาส 3/2566 มีการปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน (8.25% vs 7.42%) อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงเผชิญกับความท้าทายจากงานที่ไม่ต่อเนื่อง ต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรง
**ธุรกิจผลิตแผ่นพื้นสำเร็จรูป:** เป็นส่วนที่เติบโตโดดเด่นในไตรมาสนี้ โดยรายได้เพิ่มขึ้น 40.91 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 22.20% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีและช่วยชดเชยผลประกอบการในส่วนอื่นได้บ้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,871.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 541.60 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่า (250.00 ล้านบาท) และที่ดินและต้นทุนระหว่างก่อสร้าง (217.40 ล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงการลงทุนในธุรกิจ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,339.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 528.93 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืม 554.96 ล้านบาท ทำให้หนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 1.71 เท่า จาก 1.51 เท่า ในสิ้นปี 2565 และอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 0.90 เท่า จาก 0.69 เท่า โดยบริษัทฯ ยังคงมีนโยบายควบคุมระดับหนี้สินให้อยู่ในกรอบที่กำหนด
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ PREB ในไตรมาส 3 ปี 2566 ได้รับแรงกดดันหลักจากการชะลอตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะปัญหาการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ยอดโอนและกำไรขั้นต้นจากส่วนงานนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะมี Backlog ที่แข็งแกร่ง และธุรกิจผลิตแผ่นพื้นสำเร็จรูปจะเติบโตได้ดี แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ทั้งหมด นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการอนุมัติสินเชื่อ และการบริหารจัดการต้นทุน รวมถึงการประมูลงานใหม่ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PREB ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
1,690.94
ล้านบาท
↑ 9.6% YoY
กำไรขั้นต้น
215.09
ล้านบาท
↑ 134.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.72
%
กำไรสุทธิ
109.04
ล้านบาท
↓ 2647.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.45
%
D/E Ratio
1.46
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,691
↑ + 9.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
215
↑ + 134.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
109
↓ -2647.8%
YoY
D/E Ratio
1.46
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PREB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.46
ROE (%)
7.46
ROA (%)
4.97
Book Value/หุ้น
8.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PREB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-118
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PREB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
86.13
-83.83%
|
532.58
+31.34%
|
405.51
+266.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-118.00
-120.89%
|
564.78
+1,812.56%
|
29.53
-105.69%
|
-518.59
-3.42%
|
-536.97
-1,207.84%
|
48.47
-122.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-8.91
-97.82%
|
-408.91
-18.77%
|
-503.39
+249.75%
|
-143.93
-206.36%
|
135.32
-156.07%
|
-241.36
-213.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-420.78
+356.72%
|
-92.13
-41.45%
|
-157.34
-45.35%
|
-287.90
-496.56%
|
72.60
-65.85%
|
212.62
+99.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
432.05
-31.27%
|
628.65
+36.84%
|
459.40
-32.44%
|
680.03
-10.51%
|
759.87
+38.85%
|
547.25
+24.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
589.41
+36.42%
|
432.05
-31.27%
|
628.65
+36.84%
|
459.40
-32.44%
|
680.03
-10.51%
|
759.87
+38.85%
|