บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
3.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5206 out_tok=2939 at=2026-07-26T01:08:07 -->
PREB กำไร Q1/66 ดิ่ง 31% รับแรงกดดันจากงานก่อสร้าง-อสังหาฯ ชะลอ
รายได้รวมและกำไรขั้นต้นรวมลดลง YoY ขณะที่ฝ่ายบริหารคาดผลประกอบการจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ PREB ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 31.05 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากผลประกอบการที่อ่อนตัวลงของทั้งสองธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในครั้งนี้ เกิดจากการดำเนินงานปกติเป็นหลัก โดยมีรายละเอียดดังนี้
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิรวมลดลง 31.05 ล้านบาท มาจากการลดลงของกำไรขั้นต้นในสองส่วนงานหลัก คือ ส่วนงานรับเหมาก่อสร้างที่กำไรขั้นต้นลดลง 21.48 ล้านบาท และส่วนงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่กำไรขั้นต้นลดลง 15.20 ล้านบาท แม้ว่าส่วนงานขายและผลิตวัสดุก่อสร้างจะทำได้ดีขึ้นก็ตาม
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **ส่วนงานรับเหมาก่อสร้าง:** กำไรขั้นต้นลดลงเนื่องจากมีโครงการที่เสร็จสิ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมาจำนวนมาก ขณะที่โครงการใหม่เพิ่งเริ่มดำเนินการ และบางโครงการที่เซ็นสัญญาแล้วยังชะลอการเริ่มก่อสร้าง ส่งผลให้มีผลงานส่งมอบน้อยกว่าคาดการณ์ นอกจากนี้ การชะลอตัวดังกล่าวทำให้บริษัทมีภาระต้นทุนคงที่ ทั้งค่าแรงงานและค่าใช้จ่ายทั่วไปที่ไม่สัมพันธ์กับยอดส่งมอบงาน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 9.47% ในปีก่อน เหลือ 7.75% ในไตรมาสนี้
* **ส่วนงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** กำไรขั้นต้นลดลงทั้งในส่วนของการรับรู้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้น โดยรายได้ลดลงเนื่องจากช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้เร่งโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Pannana พุทธมณฑลสาย 3 จนจบโครงการ ทำให้ต้นปีนี้มีโครงการที่เหลือโอนเพียงโครงการ Pimnara ศรีนครินทร์-บางนา และโครงการใหม่บริเวณธรรมศาสตร์-รังสิต ซึ่งคาดว่าจะมียอดโอนมากขึ้นในครึ่งปีหลัง ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเกิดจากโครงการที่โอนในปีนี้เป็นโครงการระดับกลาง ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นน้อยกว่าโครงการก่อนหน้าที่ราคาขายค่อนข้างสูง
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่คาดว่าจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ผลกระทบจากการชะลอการขึ้นโครงการในส่วนงานรับเหมาก่อสร้างจะยังคงมีผลต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 แต่คาดว่าจะสามารถเร่งงานและเริ่มงานก่อสร้างในโครงการใหม่ได้ในไตรมาสที่ 3 และ 4 ซึ่งจะส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมของส่วนงานรับเหมาก่อสร้างใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา สำหรับส่วนงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คาดว่ายอดโอนจะมากขึ้นในไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรสุทธิให้กลับมาดีขึ้นในครึ่งปีหลัง และคาดว่ากำไรสุทธิจะใกล้เคียงกับประมาณการที่กำหนดไว้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 31.05 ล้านบาท:** ไตรมาส 1/2566 มีกำไรสุทธิ 56.80 ล้านบาท ลดลง 31.05% เมื่อเทียบกับ 87.85 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565
* **รายได้รวมหดตัว 51.02 ล้านบาท:** รายได้รวมอยู่ที่ 1,225.97 ล้านบาท ลดลง 4.00% จาก 1,276.99 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นรวมลดลง 24.86 ล้านบาท:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 12.19% ลดลงจาก 13.65% ในปีก่อน
* **งานก่อสร้างและอสังหาฯ ชะลอตัว:** เป็นปัจจัยหลักกดดันรายได้และกำไรขั้นต้นของทั้งสองส่วนงาน
* **ยอดงานในมือ (Backlog) 5.6 พันล้านบาท:** เป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคตสำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
* **D/E อยู่ในระดับ 1.48 เท่า:** ยังต่ำกว่านโยบายที่ตั้งไว้ไม่เกิน 2.5 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ PREB รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,225.97 ล้านบาท ลดลง 51.02 ล้านบาท หรือ 4.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ในส่วนงานรับเหมาก่อสร้าง 54.91 ล้านบาท และส่วนงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 28.18 ล้านบาท ขณะที่ส่วนงานขายและผลิตวัสดุก่อสร้างมียอดเพิ่มขึ้น 32.08 ล้านบาท
กำไรขั้นต้นรวมในไตรมาสนี้อยู่ที่ 149.46 ล้านบาท ลดลง 24.86 ล้านบาท หรือ 14.26% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 13.65% เป็น 12.19% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นในส่วนงานรับเหมาก่อสร้างและส่วนงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าส่วนงานขายและผลิตวัสดุก่อสร้างจะทำได้ดีขึ้นก็ตาม
เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 5.12 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินที่ใกล้เคียงเดิม ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 56.80 ล้านบาท ลดลง 31.05 ล้านบาท หรือ 35.35% เมื่อเทียบกับ 87.85 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565
## โอกาส
* **Backlog หนุนรายได้:** ยอดงานคงเหลือในมือสำหรับส่วนงานก่อสร้างสิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 5.6 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต
* **โครงการใหม่เริ่มโอน:** โครงการใหม่บริเวณธรรมศาสตร์-รังสิต และโครงการ Pimnara ศรีนครินทร์-บางนา ที่คาดว่าจะมียอดโอนมากขึ้นในไตรมาส 3 และ 4 จะช่วยหนุนรายได้และกำไรของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **การฟื้นตัวของภาคก่อสร้าง:** หากภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของบริษัท
* **การผลิตวัสดุก่อสร้าง:** ส่วนงานขายและผลิตวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มเติบโตได้ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของงานก่อสร้าง:** การที่โครงการใหม่เริ่มดำเนินการล่าช้าและบางโครงการชะลอการขึ้นโครงการ ส่งผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้น
* **ต้นทุนคงที่สูง:** ภาระต้นทุนคงที่จากค่าแรงงานและค่าใช้จ่ายทั่วไปที่ไม่สัมพันธ์กับยอดส่งมอบงาน ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การแข่งขันที่สูงในตลาดอสังหาริมทรัพย์อาจส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไรของโครงการ
* **ความผันผวนของต้นทุนวัสดุ:** ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้างอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการเริ่มโครงการใหม่:** การเร่งงานและเริ่มโครงการก่อสร้างใหม่ในไตรมาส 3 และ 4 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการ
* **ยอดโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์:** การรับรู้รายได้จากการโอนโครงการ Pimnara ศรีนครินทร์-บางนา และโครงการใหม่บริเวณธรรมศาสตร์-รังสิต ในครึ่งปีหลัง
* **อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรับเหมาฯ:** การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อรักษาหรือเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนคงที่:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนคงที่ให้สอดคล้องกับปริมาณงานที่รับรู้
* **การเติบโตของธุรกิจผลิตวัสดุก่อสร้าง:** แนวโน้มการเติบโตและอัตรากำไรของธุรกิจส่วนนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** รายได้ลดลง 54.91 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นลดลง 21.48 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 9.47% เหลือ 7.75% สาเหตุหลักมาจากการส่งมอบงานน้อยกว่าคาดเนื่องจากโครงการใหม่เริ่มช้าและบางโครงการชะลอการก่อสร้าง ทำให้มีภาระต้นทุนคงที่สูงขึ้น ฝ่ายบริหารคาดว่าผลกระทบนี้จะต่อเนื่องในไตรมาส 2 แต่จะดีขึ้นในครึ่งปีหลัง โดยมี Backlog อยู่ที่ 5.6 พันล้านบาท
**ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** รายได้ลดลง 28.18 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นลดลง 15.20 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 33.12% เหลือ 28.53% สาเหตุหลักมาจากการเร่งโอนโครงการ Pannana ในปีก่อน ทำให้ปีนี้มีโครงการโอนน้อยลง และโครงการที่โอนในปีนี้มีราคาขายระดับกลางทำให้อัตรากำไรต่ำกว่าโครงการก่อนหน้า คาดว่ายอดโอนจะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 และ 4
**ธุรกิจผลิตแผ่นพื้นฯ:** รายได้เพิ่มขึ้น 32.08 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 11.82 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 23.45% เป็น 26.32% แสดงถึงการดำเนินงานที่ดีขึ้นในส่วนนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,392.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.68 ล้านบาท โดยมีที่ดินและต้นทุนระหว่างก่อสร้างเพิ่มขึ้น 89.51 ล้านบาท เป็น 1,303.71 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,816.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5.88 ล้านบาท โดยหนี้เงินกู้ยืมเพิ่มขึ้น 135.06 ล้านบาท เป็น 1,868.04 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการกู้ยืมเพื่อการลงทุนในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,575.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.80 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.48 เท่า ลดลงจาก 1.51 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งยังคงต่ำกว่านโยบายของบริษัทที่ตั้งไว้ไม่เกิน 2.5 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.73 เท่า ซึ่งต่ำกว่านโยบายที่ตั้งไว้ไม่เกิน 2 เท่า
เงินสดและรายการเทียบเท่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5.71 ล้านบาท อยู่ที่ 465.11 ล้านบาท
## สรุปท้าย
PREB เผชิญแรงกดดันในไตรมาส 1 ปี 2566 จากการชะลอตัวของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจผลิตวัสดุก่อสร้างจะเติบโตได้ดี แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากสองธุรกิจหลักได้ อย่างไรก็ตาม Backlog ที่มีอยู่และแผนการเร่งงานในครึ่งปีหลัง รวมถึงการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาใกล้เคียงประมาณการที่วางไว้ได้หรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านต้นทุนคงที่และสภาวะตลาดที่ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PREB ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
1,690.94
ล้านบาท
↑ 9.6% YoY
กำไรขั้นต้น
215.09
ล้านบาท
↑ 134.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.72
%
กำไรสุทธิ
109.04
ล้านบาท
↓ 2647.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.45
%
D/E Ratio
1.46
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,691
↑ + 9.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
215
↑ + 134.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
109
↓ -2647.8%
YoY
D/E Ratio
1.46
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PREB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.46
ROE (%)
7.46
ROA (%)
4.97
Book Value/หุ้น
8.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PREB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-118
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PREB
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
86.13
-83.83%
|
532.58
+31.34%
|
405.51
+266.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-118.00
-120.89%
|
564.78
+1,812.56%
|
29.53
-105.69%
|
-518.59
-3.42%
|
-536.97
-1,207.84%
|
48.47
-122.27%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-8.91
-97.82%
|
-408.91
-18.77%
|
-503.39
+249.75%
|
-143.93
-206.36%
|
135.32
-156.07%
|
-241.36
-213.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-420.78
+356.72%
|
-92.13
-41.45%
|
-157.34
-45.35%
|
-287.90
-496.56%
|
72.60
-65.85%
|
212.62
+99.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
432.05
-31.27%
|
628.65
+36.84%
|
459.40
-32.44%
|
680.03
-10.51%
|
759.87
+38.85%
|
547.25
+24.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
589.41
+36.42%
|
432.05
-31.27%
|
628.65
+36.84%
|
459.40
-32.44%
|
680.03
-10.51%
|
759.87
+38.85%
|