บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
0.49
0.01 (2.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้อื่นรวม 34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นกําไรจากการขายที่ดิน และการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
โดยรายได้จากการขายและการให้บริการ ลดลง 84 ล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยลดลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทําให้ ยอดขายลดลงทั้งยอดขายในประเทศและต่างประเทศ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4140 out_tok=2401 at=2026-07-25T23:10:13 -->
# PK พลิกขาดทุนหนัก Q4/2565 รับผลกระทบต้นทุนพุ่ง-งานโครงการกดดัน
## รายได้-กำไรสุทธิปี 65 ดิ่ง 7% และ 235% ตามลำดับ ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนวัตถุดิบสูง-ผลขาดทุนงานโครงการฉุด GPM
บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) หรือ PK รายงานผลประกอบการปี 2565 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,978.8 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวดปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 128.7 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 96.8 ล้านบาท คิดเป็นการลดลงถึง 235% โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากงานโครงการที่ส่งมอบในปีนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ PK ในปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ ประกอบกับผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจากงานโครงการที่ส่งมอบในปีนี้** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจาก 21.6% ในปี 2564 เหลือเพียง 15.7% ในปี 2565 หรือลดลงถึง 5.9%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้ต้นทุนจากการขายและบริการไม่ลดลงตามรายได้ที่หดตัว แม้รายได้รวมจะลดลง 7% แต่ต้นทุนจากการขายและบริการกลับทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 2,509.7 ล้านบาท (ลดลงเพียง 0.5%) นอกจากนี้ การมีผลขาดทุนจากงานโครงการที่ส่งมอบในปี 2565 ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงอย่างมาก ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังกำไรก่อนภาษีที่พลิกจากกำไร 138.9 ล้านบาทในปี 2564 เป็นขาดทุน 152.0 ล้านบาทในปี 2565 และส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดปี 2565 ขาดทุน 128.7 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต หรือแผนการจัดการกับงานโครงการที่อาจมีผลขาดทุน อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "ผลขาดทุนจากงานโครงการทีÉมีการส่งมอบงานในปี 2565" อาจบ่งชี้ว่าปัญหานี้อาจเป็นลักษณะเฉพาะของโครงการที่ส่งมอบในปีนี้ แต่ก็ยังต้องติดตามว่าจะมีโครงการอื่นที่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกันหรือไม่ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 ลดลง 7%** อยู่ที่ 2,978.8 ล้านบาท โดยหลักมาจากส่วนงานเครื่องจักรและระบบจัดการน้ำแข็ง และส่วนงานเครื่องจักรและระบบอุตสาหกรรมความเย็น
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 128.7 ล้านบาทในปี 2565** เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 96.8 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว 5.9%** เหลือ 15.7% จาก 21.6% ในปีก่อนหน้า
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและผลขาดทุนจากงานโครงการ** เป็นปัจจัยหลักกดดัน GPM
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 71%** เป็น 51.2 ล้านบาท จากการเบิกเงินกู้สำหรับงานโครงการ
* **บันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีเพิ่มขึ้น** ส่งผลให้รายได้ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 158%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,978.8 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่ทำได้ 3,207.6 ล้านบาท การลดลงของรายได้ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเครื่องจักรและระบบจัดการน้ำแข็ง รวมถึงเครื่องจักรและระบบอุตสาหกรรมความเย็น อันเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจ
ในด้านกำไรขั้นต้น บริษัทมีกำไรขั้นต้นรวม 469.1 ล้านบาท ลดลง 32% จาก 692.9 ล้านบาทในปี 2564 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 21.6% เป็น 15.7% โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากงานโครงการที่ส่งมอบในปีนี้
เมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายอื่นๆ พบว่า ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 12% เป็น 337.7 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายเดินทาง ค่าการตลาด ค่าเคลมสินค้าเสียหาย และค่านายหน้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารใกล้เคียงกับปีก่อน
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 71% เป็น 51.2 ล้านบาท เนื่องจากการเบิกเงินกู้สำหรับงานโครงการตั้งแต่ปลายปี 2564
ผลประกอบการโดยรวมในปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 128.7 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 96.8 ล้านบาท โดยส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ขาดทุน 130.4 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** แม้ปี 2565 จะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคตอาจเป็นโอกาสในการเพิ่มคำสั่งซื้อสำหรับเครื่องจักรและระบบอุตสาหกรรม
* **การบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี:** การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี บ่งชี้ถึงการคาดการณ์ว่าบริษัทจะมีกำไรในอนาคตที่สามารถนำไปใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** การที่ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้ หรือไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความเสี่ยงจากงานโครงการ:** ผลขาดทุนจากงานโครงการที่ส่งมอบในปี 2565 เป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาว่าจะมีผลกระทบต่อเนื่องหรือไม่ และบริษัทมีมาตรการป้องกันอย่างไร
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของลูกค้าในการซื้อเครื่องจักรและระบบต่างๆ
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมสำหรับโครงการ อาจเป็นภาระต่อผลประกอบการหากโครงการไม่สามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามเป้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** กลยุทธ์ของบริษัทในการควบคุมและลดต้นทุนการผลิต
* **การส่งมอบงานโครงการ:** ความคืบหน้าและผลประกอบการของโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
* **คำสั่งซื้อใหม่ (Order Book):** ปริมาณและมูลค่าของคำสั่งซื้อใหม่ที่จะเข้ามาสนับสนุนรายได้ในอนาคต
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การฟื้นตัวของ GPM ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** แนวโน้มการบริหารจัดการภาระดอกเบี้ย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** ลดลง 7% โดยหลักมาจากส่วนงานเครื่องจักรและระบบจัดการน้ำแข็ง และส่วนงานเครื่องจักรและระบบอุตสาหกรรมความเย็น ซึ่งสะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการลงทุนของลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 5.9% เป็น 15.7% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากงานโครงการที่ส่งมอบในปี 2565 ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามว่าบริษัทจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้น 12% โดยมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง การตลาด การเคลมสินค้า และค่านายหน้าเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจสะท้อนถึงความพยายามในการผลักดันยอดขายหรือการบริหารจัดการสินค้า
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 71% เป็น 51.2 ล้านบาท จากการเบิกเงินกู้ยืมสำหรับงานโครงการ ซึ่งเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานที่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนสูง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล (สินทรัพย์ หนี้สิน) หรือกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ PK โดยมีปัจจัยหลักกดดันผลประกอบการคือต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากงานโครงการที่ส่งมอบในปีนี้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 128.7 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะลดลง 7% แต่ต้นทุนที่ทรงตัวและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นบางส่วน โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 71% ยิ่งซ้ำเติมผลประกอบการ การฟื้นตัวของ GPM และการบริหารจัดการต้นทุน รวมถึงการควบคุมความเสี่ยงจากงานโครงการ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในรอบปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PK ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
523.40
ล้านบาท
↓ 42.7% YoY
กำไรขั้นต้น
121.57
ล้านบาท
↓ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.23
%
กำไรสุทธิ
-13.95
ล้านบาท
↓ 75.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.67
%
D/E Ratio
1.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
523
↓ -42.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
122
↓ -3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-14
↓ -75.8%
YoY
D/E Ratio
1.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.16
ROE (%)
-2.14
ROA (%)
1.21
Book Value/หุ้น
2.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-45.78
-79.93%
|
-228.12
-165.67%
|
347.37
+37.38%
|
252.85
-182.24%
|
-307.45
-157.80%
|
531.92
-691.68%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.87
+226.31%
|
-5.17
-136.26%
|
14.26
-451.23%
|
-4.06
-101.85%
|
219.04
-3,480.25%
|
-6.48
-91.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
99.32
-47.84%
|
190.42
-167.17%
|
-283.48
+48.48%
|
-190.92
-156.36%
|
338.77
-227.63%
|
-265.44
-995.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
45.34
-192.44%
|
-49.05
+2,041.92%
|
-2.29
-100.59%
|
389.34
-9.79%
|
431.59
+65.37%
|
260.99
-287.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
139.40
-3.72%
|
144.79
+84.61%
|
78.43
-78.93%
|
372.17
-5.91%
|
395.56
+193.94%
|
134.57
-50.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
141.82
+1.74%
|
139.40
-3.72%
|
144.79
+84.61%
|
78.43
-78.93%
|
372.17
-5.91%
|
395.56
+193.94%
|