บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
0.49
0.01 (2.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้อื่นรวม 34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นกําไรจากการขายที่ดิน และการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
โดยรายได้จากการขายและการให้บริการ ลดลง 84 ล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยลดลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทําให้ ยอดขายลดลงทั้งยอดขายในประเทศและต่างประเทศ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4183 out_tok=1900 at=2026-07-26T00:03:40 -->
# PK กำไร Q1/2566 พลิกบวกแรง 129% รับอานิสงส์งานใหญ่ มาร์จิ้นพุ่ง
## รายได้หดแต่กำไรโตสวนทาง ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากโครงการกำไรสูง-ต้นทุนบริหารจัดการดีขึ้น
บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) หรือ PK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 6.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 129% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 26.7 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายและบริการจะลดลง 21% แต่กำไรขั้นต้นกลับปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การรับงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PK พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 1 ปี 2566 มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** โดย GPM ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 32.3% เพิ่มขึ้นจาก 15.2% ในปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นถึง 17.1% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยรายได้ที่ลดลง และส่งผลให้บริษัทพลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของ GPM เกิดจากการ **ส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าปีก่อน** ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการบริหารจัดการการรับงานที่ดีขึ้น โดยเลือกรับโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูง หรือสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการ **บริหารต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าต้นทุนในการจัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้น 54% จากค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ค่าเดินทางและขนส่ง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับเพิ่มขึ้นเพียง 11% โดยมีปัจจัยจากการกลับรายการค่าใช้จ่ายพนักงานในปี 2565 ทำให้ต้นทุนโดยรวมถูกควบคุมได้ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าการส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่ที่มี GPM สูงจะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับขนาดของ Backlog หรือแนวโน้มการรับงานใหม่ที่มี GPM สูงในอนาคต การที่รายได้จากการขายและบริการลดลง 21% เนื่องจากลูกค้าชะลอแผนการลงทุน อาจเป็นสัญญาณความท้าทายในระยะสั้นถึงกลาง ดังนั้น การที่ GPM จะอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องหรือไม่นั้น ยังคงต้องจับตาดูทิศทางการรับงานใหม่และสภาวะตลาดการลงทุนของลูกค้าเป็นสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** PK มีกำไรสุทธิ 6.3 ล้านบาทใน Q1/2566 เทียบกับขาดทุน 26.7 ล้านบาทใน Q1/2565 คิดเป็นการเติบโต 129%
* **GPM พุ่งแรง:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 15.2% เป็น 32.3% หรือเพิ่มขึ้น 17.1%
* **รายได้ลดลง:** รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 513.6 ล้านบาท ลดลง 21% YoY เนื่องจากลูกค้าชะลอแผนการลงทุน
* **ต้นทุนบริหารจัดการดีขึ้น:** แม้ต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่ม แต่ค่าใช้จ่ายบริหารจัดการเพิ่มในสัดส่วนที่น้อยกว่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 513.6 ล้านบาท ลดลง 134.8 ล้านบาท หรือ 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากลูกค้าชะลอแผนการลงทุน อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดี ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 67.5 ล้านบาท หรือ 68% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 32.3% เพิ่มขึ้นจาก 15.2% ในปีก่อน การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 6.3 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 26.7 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่:** การที่บริษัทสามารถส่งมอบโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงได้ เป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการและสร้างผลกำไร
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนอื่นๆ ที่ดีขึ้น ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของการลงทุนของลูกค้า:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้รายได้ลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไปหากไม่สามารถหาแหล่งรายได้ใหม่มาทดแทนได้
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 18% ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อกำไร
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ค่าเดินทางและขนส่งที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระไปยังลูกค้าได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการรับงานใหม่และขนาดของ Backlog โดยเฉพาะโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง
* ทิศทางและสภาวะตลาดการลงทุนของลูกค้าหลัก
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
* การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีรายการที่มีนัยสำคัญ)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่การส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่ที่เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในส่วนของโครงการเหล่านั้น
* **Order Book:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book ในเอกสาร ทำให้ประเมินแนวโน้มรายได้ในอนาคตได้ยาก
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบของราคาวัตถุดิบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง
* **GPM:** เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการพลิกกลับมามีกำไร โดยเพิ่มขึ้นจาก 15.2% เป็น 32.3% เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ที่มี GPM สูง
* **การส่งออก:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออก
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึง "กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน" ในส่วนของรายได้อื่น แต่ไม่ได้ระบุจำนวนที่ชัดเจนและผลกระทบต่อภาพรวม
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาเป็นเพียงงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม จึงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสด
## สรุปท้าย
PK พลิกผลประกอบการ Q1/2566 กลับมามีกำไรสุทธิ 6.3 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากการส่งมอบโครงการขนาดใหญ่ที่มีมาร์จิ้นสูง แม้รายได้จะลดลงจากการชะลอการลงทุนของลูกค้า แต่การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพช่วยหนุนผลกำไร อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของ GPM ที่สูงขึ้นยังคงต้องจับตาแนวโน้มการรับงานใหม่และสภาวะตลาดการลงทุนของลูกค้าเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PK ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
523.40
ล้านบาท
↓ 42.7% YoY
กำไรขั้นต้น
121.57
ล้านบาท
↓ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.23
%
กำไรสุทธิ
-13.95
ล้านบาท
↓ 75.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.67
%
D/E Ratio
1.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
523
↓ -42.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
122
↓ -3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-14
↓ -75.8%
YoY
D/E Ratio
1.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.16
ROE (%)
-2.14
ROA (%)
1.21
Book Value/หุ้น
2.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-45.78
-79.93%
|
-228.12
-165.67%
|
347.37
+37.38%
|
252.85
-182.24%
|
-307.45
-157.80%
|
531.92
-691.68%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.87
+226.31%
|
-5.17
-136.26%
|
14.26
-451.23%
|
-4.06
-101.85%
|
219.04
-3,480.25%
|
-6.48
-91.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
99.32
-47.84%
|
190.42
-167.17%
|
-283.48
+48.48%
|
-190.92
-156.36%
|
338.77
-227.63%
|
-265.44
-995.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
45.34
-192.44%
|
-49.05
+2,041.92%
|
-2.29
-100.59%
|
389.34
-9.79%
|
431.59
+65.37%
|
260.99
-287.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
139.40
-3.72%
|
144.79
+84.61%
|
78.43
-78.93%
|
372.17
-5.91%
|
395.56
+193.94%
|
134.57
-50.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
141.82
+1.74%
|
139.40
-3.72%
|
144.79
+84.61%
|
78.43
-78.93%
|
372.17
-5.91%
|
395.56
+193.94%
|