บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
0.49
0.01 (2.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้อื่นรวม 34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นกําไรจากการขายที่ดิน และการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
โดยรายได้จากการขายและการให้บริการ ลดลง 84 ล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยลดลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทําให้ ยอดขายลดลงทั้งยอดขายในประเทศและต่างประเทศ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3846 out_tok=2351 at=2026-07-26T00:22:05 -->
# PK กำไร Q1/2565 พลิกขาดทุน 26.7 ล้านบาท ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดัน GPM
## รายได้ทรงตัวแต่ต้นทุนพุ่งสูง ฉุดกำไรขั้นต้นวูบ 35% ฝ่ายจัดการชี้ต้นทุนวัตถุดิบหลักกดดัน
บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) หรือ PK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 26.7 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 22.1 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายและบริการจะทรงตัวใกล้เคียงเดิม แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและผลประกอบการของ PK ในไตรมาส 1 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะสเตนเลสและเหล็ก** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดลงของกำไรขั้นต้นถึง 35% หรือ 53.0 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 98.6 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 23.5% ในปีก่อน เหลือเพียง 15.2% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะสเตนเลสและเหล็ก เป็นสาเหตุหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น การที่ต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนจากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 12% หรือ 57.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% หรือ 4.5 ล้านบาท แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังเพิ่มขึ้น 67% หรือ 4.5 ล้านบาท เนื่องจากมีการเบิกเงินกู้สำหรับงานโครงการในช่วงปลายปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยรองที่ส่งผลต่อผลประกอบการโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ยังไม่มีการให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคต หรือแผนการบริหารจัดการต้นทุนที่อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ การที่ต้นทุนวัตถุดิบเป็นปัจจัยหลักที่กดดัน GPM และส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุน แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาวัตถุดิบ หากราคายังคงอยู่ในระดับสูง หรือปรับตัวสูงขึ้นอีก อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไปได้ นักลงทุนจึงควรติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัทอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** PK รายงานผลขาดทุนสุทธิ 26.7 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565 เทียบกับกำไร 22.1 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกดดัน GPM:** กำไรขั้นต้นลดลง 35% เหลือ 98.6 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวจาก 23.5% เหลือ 15.2% เนื่องจากต้นทุนสเตนเลสและเหล็กสูงขึ้น
* **รายได้ทรงตัว:** รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1% เป็น 648.4 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง:** ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 8% และ 6% ตามลำดับ ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 67% เป็น 11.2 ล้านบาท จากการเบิกเงินกู้สำหรับงานโครงการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 648.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5 ล้านบาท หรือ 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 12% หรือ 57.5 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 35% หรือ 53.0 ล้านบาท มาอยู่ที่ 98.6 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 23.5% ในปีก่อน เหลือ 15.2% ในปีนี้ แม้จะมีรายได้อื่นใกล้เคียงเดิม และต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 67% ประกอบกับกำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนก่อนภาษีเงินได้ 18.9 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 26.7 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 22.1 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **รายได้จากการขายและบริการทรงตัว:** แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและยอดขาย แม้จะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น
* **การลดลงของค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** การบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดแรงกดดันต่อผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสเตนเลสและเหล็ก เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและผลกำไรโดยรวม
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมเพื่อสนับสนุนโครงการ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ หากโครงการไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ทันท่วงที
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมอาจเป็นปัจจัยกดดันราคาขายและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กและสเตนเลสในตลาดโลกและตลาดภายในประเทศ
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุน:** แผนการจัดซื้อวัตถุดิบ การบริหารสต็อก หรือการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ความคืบหน้าของโครงการ:** การเบิกเงินกู้สำหรับงานโครงการจะนำไปสู่รายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้นหรือไม่
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะระบุว่ามีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบและรายได้จากการส่งออก (หากมี)
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มบริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะสเตนเลสและเหล็ก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 23.5% ในปีก่อน เหลือเพียง 15.2% ในไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะยังคงเติบโตเล็กน้อย 1% เป็น 648.4 ล้านบาท แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 12% ได้ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 35% หรือ 53.0 ล้านบาท
ในขณะเดียวกัน ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน โดยต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 8% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินกลับเพิ่มขึ้นถึง 67% เป็น 11.2 ล้านบาท อันเนื่องมาจากการเบิกเงินกู้จากธนาคารสำหรับงานโครงการในช่วงปลายปี 2564 ปัจจัยเหล่านี้รวมกันส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 26.7 ล้านบาทในไตรมาสนี้
ข้อมูลด้าน utilization, order book, และสินค้าคงคลังไม่ได้ถูกระบุไว้ในเอกสาร ทำให้ยากต่อการประเมินประสิทธิภาพการผลิตและแนวโน้มคำสั่งซื้อในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ PK ถูกกดดันอย่างหนักจากการพุ่งขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะสเตนเลสและเหล็ก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 26.7 ล้านบาท แม้จะมีความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงาน แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของอัตรากำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PK ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
523.40
ล้านบาท
↓ 42.7% YoY
กำไรขั้นต้น
121.57
ล้านบาท
↓ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.23
%
กำไรสุทธิ
-13.95
ล้านบาท
↓ 75.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.67
%
D/E Ratio
1.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
523
↓ -42.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
122
↓ -3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-14
↓ -75.8%
YoY
D/E Ratio
1.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.16
ROE (%)
-2.14
ROA (%)
1.21
Book Value/หุ้น
2.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-45.78
-79.93%
|
-228.12
-165.67%
|
347.37
+37.38%
|
252.85
-182.24%
|
-307.45
-157.80%
|
531.92
-691.68%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.87
+226.31%
|
-5.17
-136.26%
|
14.26
-451.23%
|
-4.06
-101.85%
|
219.04
-3,480.25%
|
-6.48
-91.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
99.32
-47.84%
|
190.42
-167.17%
|
-283.48
+48.48%
|
-190.92
-156.36%
|
338.77
-227.63%
|
-265.44
-995.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
45.34
-192.44%
|
-49.05
+2,041.92%
|
-2.29
-100.59%
|
389.34
-9.79%
|
431.59
+65.37%
|
260.99
-287.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
139.40
-3.72%
|
144.79
+84.61%
|
78.43
-78.93%
|
372.17
-5.91%
|
395.56
+193.94%
|
134.57
-50.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
141.82
+1.74%
|
139.40
-3.72%
|
144.79
+84.61%
|
78.43
-78.93%
|
372.17
-5.91%
|
395.56
+193.94%
|