บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
0.49
0.01 (2.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้อื่นรวม 34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นกําไรจากการขายที่ดิน และการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
โดยรายได้จากการขายและการให้บริการ ลดลง 84 ล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยลดลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทําให้ ยอดขายลดลงทั้งยอดขายในประเทศและต่างประเทศ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3970 out_tok=2167 at=2026-07-25T23:46:09 -->
# PK กำไรสุทธิ Q3/66 พลิกขาดทุนเพิ่ม เหตุรายได้หด แต่ GPM พุ่งรับงานกำไรสูง
## รายได้หด 33% ฉุดผลงาน Q3/66 พลิกขาดทุนเพิ่ม แต่กำไรขั้นต้นพุ่ง 8% จากการรับรู้รายได้งานโครงการกำไรสูง
บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) หรือ PK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 27.7 ล้านบาท จากขาดทุน 14.6 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้กำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้น 8% แต่รายได้จากการขายและบริการที่ลดลงถึง 33% เป็นปัจจัยหลักกดดันผลประกอบการโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ PK ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายและบริการ ควบคู่ไปกับการปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)**
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทพลิกขาดทุนเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **รายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 33% หรือ 212.0 ล้านบาท** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน **กำไรขั้นต้นกลับเพิ่มขึ้น 8% หรือ 9.0 ล้านบาท** โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 17.2% ในไตรมาส 3 ปี 2565 เป็น 27.6% ในไตรมาส 3 ปี 2566
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **รายได้จากการขายและบริการที่ลดลง** เป็นผลมาจาก **ลูกค้าชะลอการลงทุน** เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้คำสั่งซื้อโดยรวมลดลง
ในทางกลับกัน **กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากการที่กลุ่มบริษัทมีการ **รับรู้รายได้จากงานโครงการที่มีกำไรขั้นต้นในอัตราที่สูงกว่าปี 2565** ซึ่งบ่งชี้ว่าแม้ปริมาณงานจะลดลง แต่งานที่รับรู้เข้ามามีอัตรากำไรที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 7% หรือ 10.8 ล้านบาท ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้บางส่วน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ค่าปรับจากการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มล่าช้า และค่าที่ปรึกษา
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 11% เนื่องจากมีการเบิกเงินกู้ระยะสั้น และการกลับรายการหนี้สินในปี 2565 ที่ส่งผลให้รายได้อื่นลดลง 52% ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นมาจากการรับรู้รายได้งานโครงการที่มีกำไรสูงกว่า แต่ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการคือการชะลอการลงทุนของลูกค้า ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอน การที่ลูกค้าจะกลับมาเร่งการลงทุนอีกครั้งหรือไม่นั้น ยังต้องรอติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและนโยบายของภาครัฐ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรของบริษัทฯ เอง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง 33%** เหลือ 436.6 ล้านบาท จาก 648.6 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เนื่องจากลูกค้าชะลอการลงทุน
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 8%** เป็น 120.4 ล้านบาท จาก 111.4 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 17.2% เป็น 27.6% เนื่องจากการรับรู้รายได้จากงานโครงการที่มีกำไรสูงกว่า
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น** เป็น 27.7 ล้านบาท จากขาดทุน 14.6 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 11%** จากการเบิกเงินกู้ระยะสั้น
* **รายได้อื่นลดลง 52%** เนื่องจากปีก่อนมีรายการกลับรายการหนี้สิน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 กลุ่มบริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 436.6 ล้านบาท ลดลง 33% เมื่อเทียบกับ 648.6 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชะลอการลงทุนของลูกค้าจากภาวะเศรษฐกิจและการเมือง ต้นทุนจากการขายและบริการลดลง 41% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 8% เป็น 120.4 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวขึ้นอย่างมากจาก 17.2% เป็น 27.6% เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากงานโครงการที่มีกำไรสูงกว่าปีที่แล้ว รายได้อื่นลดลง 52% เนื่องจากปีก่อนมีรายการกลับรายการหนี้สิน ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 7% ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 11% จากการเบิกเงินกู้ระยะสั้น ทำให้ผลขาดทุนก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นเป็น 24.2 ล้านบาท และเมื่อรวมผลกระทบจากภาษีเงินได้ที่ลดลงอย่างมาก (เนื่องจากปีก่อนมีกำไรทางภาษี) ทำให้กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้นเป็น 27.7 ล้านบาท จากขาดทุน 14.6 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* การรับรู้รายได้จากงานโครงการที่มีกำไรขั้นต้นสูงกว่าปีก่อน เป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายสำหรับโครงการใหม่ๆ
* การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แสดงถึงความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **ความเสี่ยงหลักคือการชะลอการลงทุนของลูกค้า** ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะต่อไป
* **ความผันผวนของต้นทุนทางการเงิน** จากการพึ่งพาเงินกู้ระยะสั้น
* **ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการลงทุนของลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม และสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
* ความสามารถของบริษัทฯ ในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน และการพึ่งพาแหล่งเงินทุน
* การกลับมาของรายได้อื่น หรือรายการพิเศษที่อาจส่งผลต่อผลกำไรสุทธิ
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง (หากมีข้อมูล) เพื่อรองรับความต้องการที่อาจเปลี่ยนแปลง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการขายและบริการ อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคงค้างของคำสั่งซื้อ (Order Book) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินรายได้ในอนาคต
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 17.2% เป็น 27.6% ซึ่งเป็นจุดเด่นของผลประกอบการในไตรมาสนี้
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออก
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนของรายได้อื่น แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึก
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับงบแสดงฐานะการเงิน งบกระแสเงินสด หรืออัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น D/E, เงินสดจากการดำเนินงาน, การลงทุน หรือการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ของ PK ได้รับแรงกดดันจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการชะลอการลงทุนของลูกค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม การพลิกขาดทุนที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา โดยเฉพาะแนวโน้มการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรม และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PK ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
523.40
ล้านบาท
↓ 42.7% YoY
กำไรขั้นต้น
121.57
ล้านบาท
↓ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.23
%
กำไรสุทธิ
-13.95
ล้านบาท
↓ 75.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.67
%
D/E Ratio
1.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
523
↓ -42.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
122
↓ -3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-14
↓ -75.8%
YoY
D/E Ratio
1.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.16
ROE (%)
-2.14
ROA (%)
1.21
Book Value/หุ้น
2.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-45.78
-79.93%
|
-228.12
-165.67%
|
347.37
+37.38%
|
252.85
-182.24%
|
-307.45
-157.80%
|
531.92
-691.68%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.87
+226.31%
|
-5.17
-136.26%
|
14.26
-451.23%
|
-4.06
-101.85%
|
219.04
-3,480.25%
|
-6.48
-91.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
99.32
-47.84%
|
190.42
-167.17%
|
-283.48
+48.48%
|
-190.92
-156.36%
|
338.77
-227.63%
|
-265.44
-995.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
45.34
-192.44%
|
-49.05
+2,041.92%
|
-2.29
-100.59%
|
389.34
-9.79%
|
431.59
+65.37%
|
260.99
-287.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
139.40
-3.72%
|
144.79
+84.61%
|
78.43
-78.93%
|
372.17
-5.91%
|
395.56
+193.94%
|
134.57
-50.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
141.82
+1.74%
|
139.40
-3.72%
|
144.79
+84.61%
|
78.43
-78.93%
|
372.17
-5.91%
|
395.56
+193.94%
|