บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
0.49
0.01 (2.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้อื่นรวม 34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นกําไรจากการขายที่ดิน และการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
โดยรายได้จากการขายและการให้บริการ ลดลง 84 ล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยลดลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทําให้ ยอดขายลดลงทั้งยอดขายในประเทศและต่างประเทศ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4158 out_tok=2532 at=2026-07-25T23:19:50 -->
# PK กำไรสุทธิพุ่ง 298% รับรายได้กลุ่มเครื่องจักรระบบผลิตภัณฑ์เหลวโต - MD&A Q4/2564
## รายได้รวมโต 5% แต่กำไรขั้นต้นหด 8% จากต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ฝ่ายจัดการเร่งคุมค่าใช้จ่ายบริหาร
บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) หรือ PK รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 3,207.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นกลับลดลง 8% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสเตนเลสและเหล็ก แต่ด้วยการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 298%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PK ในปี 2564 พุ่งสูงขึ้นถึง 298% มาจาก **การกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ประกอบกับรายการพิเศษที่เข้ามาสนับสนุน** โดยมีปัจจัยหลักคือการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ 5% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเครื่องจักรระบบผลิตภัณฑ์เหลว แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะลดลง 8% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลง 3.1% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการกลับมามีกำไรจากรายการภาษีเงินได้ (จากเดิมเป็นรายได้ภาษี) ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมเติบโตอย่างโดดเด่น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ 5% มาจากยอดขายของกลุ่มเครื่องจักรระบบผลิตภัณฑ์เหลวที่เติบโต ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการในตลาดที่เพิ่มขึ้นหรือการรับคำสั่งซื้อที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสเตนเลสและเหล็ก ส่งผลให้ต้นทุนจากการขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 8% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.7% เป็น 21.6%
ในทางกลับกัน ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายลดลง 4% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงถึง 30% ซึ่งมาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าใช้จ่ายหนี้สงสัยจะสูญ และค่าเสื่อมราคาที่ลดลง นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินลดลง 27% เนื่องจากกลุ่มบริษัทได้ชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการเสร็จสิ้นในปี 2563 ทำให้ไม่มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยในปี 2564
ปัจจัยสำคัญอีกประการคือการเปลี่ยนแปลงของภาษีเงินได้ จากเดิมที่เคยมีรายได้ภาษี 16.4 ล้านบาทในปี 2563 กลับกลายเป็นค่าใช้จ่ายภาษี 40.4 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งแม้จะดูเหมือนเป็นค่าใช้จ่าย แต่การที่บริษัทมีกำไรที่ต้องเสียภาษี สะท้อนถึงการกลับมามีผลกำไรจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากข้อมูลที่ปรากฏ ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนเกี่ยวกับความต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม การที่รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ดี แต่การที่ต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นแรงกดดันต่อกำไรขั้นต้นนั้นเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญนั้น อาจมีส่วนมาจากรายการพิเศษหรือการปรับโครงสร้างบางอย่าง ซึ่งต้องรอดูว่าสามารถรักษาประสิทธิภาพนี้ไว้ได้ในระยะยาวหรือไม่ ส่วนประเด็นต้นทุนทางการเงินที่ลดลงนั้น คาดว่าจะต่อเนื่องไป เนื่องจากหนี้สินตามแผนฟื้นฟูได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิโต 298%:** จาก 24.7 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 98.4 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมเพิ่ม 5%:** อยู่ที่ 3,207.5 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากกลุ่มเครื่องจักรระบบผลิตภัณฑ์เหลว
* **กำไรขั้นต้นหด 8%:** อยู่ที่ 692.9 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.7% เป็น 21.6% จากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลด 30%:** ช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ
* **ต้นทุนทางการเงินลด 27%:** จากการชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูเสร็จสิ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและบริการรวม 3,207.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มเครื่องจักรระบบผลิตภัณฑ์เหลว อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจากการขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 8% มาอยู่ที่ 692.9 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.7% เป็น 21.6% อันเนื่องมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสเตนเลสและเหล็ก
แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะลดลง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 4% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงถึง 30% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน หนี้สงสัยจะสูญ และค่าเสื่อมราคา นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลง 27% เนื่องจากภาระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการได้สิ้นสุดลงในปี 2563
ปัจจัยเหล่านี้ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของรายการภาษีเงินได้ (จากรายได้ภาษีเป็นค่าใช้จ่ายภาษี) ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 298% มาอยู่ที่ 98.4 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มเครื่องจักรระบบผลิตภัณฑ์เหลว:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการของตลาดที่ยังคงมีอยู่
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการลดค่าใช้จ่ายในการบริหารและจัดจำหน่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
* **ภาระหนี้ลดลง:** การชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูเสร็จสิ้น ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** การที่ต้นทุนวัตถุดิบ เช่น สเตนเลสและเหล็ก ปรับตัวสูงขึ้น เป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าอุตสาหกรรม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวขึ้นลงของราคาเหล็กและสเตนเลส จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและกำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง
* **คำสั่งซื้อใหม่:** การได้รับคำสั่งซื้อใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องจักรระบบผลิตภัณฑ์เหลว จะเป็นตัวชี้วัดการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** การฟื้นตัวหรือทรงตัวของอัตรากำไรขั้นต้น จะเป็นสัญญาณสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มเครื่องจักรระบบผลิตภัณฑ์เหลว
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคงค้างของคำสั่งซื้อ (Order Book) แต่การเติบโตของรายได้ในกลุ่มเครื่องจักรระบบผลิตภัณฑ์เหลว อาจสะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอ
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสเตนเลสและเหล็ก เป็นปัจจัยหลักที่กดดันกำไรขั้นต้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 24.7% ในปี 2563 เป็น 21.6% ในปี 2564
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกโดยเฉพาะ
* **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึง "กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน" ในรายได้อื่น แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล (สินทรัพย์ หนี้สิน) หรืองบกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงการชำระหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการเสร็จสิ้นในปี 2563 ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลงในปี 2564
## สรุปท้าย
บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) หรือ PK สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการในปี 2564 โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 298% แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้นเพียง 5% และเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจนทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการลดลงของต้นทุนทางการเงิน ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการที่ดีในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PK ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
523.40
ล้านบาท
↓ 42.7% YoY
กำไรขั้นต้น
121.57
ล้านบาท
↓ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.23
%
กำไรสุทธิ
-13.95
ล้านบาท
↓ 75.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.67
%
D/E Ratio
1.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
523
↓ -42.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
122
↓ -3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-14
↓ -75.8%
YoY
D/E Ratio
1.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.16
ROE (%)
-2.14
ROA (%)
1.21
Book Value/หุ้น
2.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-45.78
-79.93%
|
-228.12
-165.67%
|
347.37
+37.38%
|
252.85
-182.24%
|
-307.45
-157.80%
|
531.92
-691.68%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.87
+226.31%
|
-5.17
-136.26%
|
14.26
-451.23%
|
-4.06
-101.85%
|
219.04
-3,480.25%
|
-6.48
-91.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
99.32
-47.84%
|
190.42
-167.17%
|
-283.48
+48.48%
|
-190.92
-156.36%
|
338.77
-227.63%
|
-265.44
-995.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
45.34
-192.44%
|
-49.05
+2,041.92%
|
-2.29
-100.59%
|
389.34
-9.79%
|
431.59
+65.37%
|
260.99
-287.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
139.40
-3.72%
|
144.79
+84.61%
|
78.43
-78.93%
|
372.17
-5.91%
|
395.56
+193.94%
|
134.57
-50.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
141.82
+1.74%
|
139.40
-3.72%
|
144.79
+84.61%
|
78.43
-78.93%
|
372.17
-5.91%
|
395.56
+193.94%
|