บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
0.49
0.01 (2.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจาก รายได้อื่นรวม 34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท ซึ่งเป็นกําไรจากการขายที่ดิน และการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ
โดยรายได้จากการขายและการให้บริการ ลดลง 84 ล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยลดลงเนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทําให้ ยอดขายลดลงทั้งยอดขายในประเทศและต่างประเทศ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4031 out_tok=2048 at=2026-07-25T23:40:47 -->
# PK กำไรสุทธิ Q3/65 พลิกขาดทุน 14.6 ล้านบาท รับต้นทุนพุ่ง-งานล่าช้า
## รายได้หด 10% กำไรขั้นต้นวูบ 29% ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยงานโครงการ-ค่าใช้จ่ายพุ่งกดดันผลประกอบการ
บริษัท พัฒน์กล จำกัด (มหาชน) หรือ PK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 14.6 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 37.3 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและบริการลดลง 10% ขณะที่กำไรขั้นต้นหดตัว 29% จากประมาณการผลขาดทุนงานโครงการและการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PK ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **การลดลงของกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมของบริษัทขาดทุนสุทธิ 14.6 ล้านบาท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ประการแรก **กำไรขั้นต้นลดลง 46.1 ล้านบาท หรือ 29%** โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวจาก 22% ในปีก่อน เหลือ 17% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจาก **ประมาณการผลขาดทุนจากงานโครงการที่จะมีการส่งมอบงานในปี 2565** ซึ่งบ่งชี้ถึงความท้าทายในการบริหารต้นทุนและราคาของโครงการที่รับมา
ประการที่สอง **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 31.8 ล้านบาท หรือ 52%** โดยมีค่าใช้จ่ายเดินทางและขนส่งเพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด 6.2 ล้านบาท และที่สำคัญคือ **ค่าปรับจากการส่งมอบงานล่าช้า 6.1 ล้านบาท** ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาการดำเนินงานที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนโดยตรง
นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารก็เพิ่มขึ้น 15.8 ล้านบาท หรือ 31%** โดยมีค่าเผื่อผลขาดทุนของลูกหนี้เพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท และเบี้ยปรับภาษี 4 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพิ่มเติม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลที่ระบุว่า **"ประมาณการผลขาดทุนจากงานโครงการที่จะมีการส่งมอบงานในปี 2565"** และ **"ค่าปรับจากการส่งมอบงานล่าช้า"** ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยเหล่านี้มีลักษณะที่ **อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง** หากการบริหารจัดการโครงการและกระบวนการส่งมอบยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีที่เพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ว่าจะใช้สิทธิ์ได้ในอนาคต อาจเป็นสัญญาณบวกในระยะยาวหากบริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 14.6 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 37.3 ล้านบาทใน Q3/64
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง 10%:** อยู่ที่ 648.6 ล้านบาท จาก 724.2 ล้านบาทใน Q3/64
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 29%:** อยู่ที่ 111.4 ล้านบาท จาก 157.5 ล้านบาทใน Q3/64
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 5%:** เหลือ 17% จาก 22% ใน Q3/64
* **ต้นทุนขายและบริการลดลง 5%:** อยู่ที่ 537.2 ล้านบาท
* **ต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 52%:** ส่วนใหญ่จากค่าเดินทาง ขนส่ง การตลาด และค่าปรับส่งมอบงานล่าช้า
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 31%:** ส่วนใหญ่จากค่าเผื่อผลขาดทุนลูกหนี้และเบี้ยปรับภาษี
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 648.6 ล้านบาท ลดลง 75.6 ล้านบาท หรือ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 724.2 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนจากการขายและบริการลดลง 5% อยู่ที่ 537.2 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 111.4 ล้านบาท ลดลง 46.1 ล้านบาท หรือ 29% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17% ลดลงจาก 22% ในปีก่อน
เมื่อหักค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 52% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 31% รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 66% ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนก่อนภาษีเงินได้ 22.1 ล้านบาท และเมื่อรวมผลของภาษีเงินได้ที่บันทึกเป็นรายได้ 7.5 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 14.6 ล้านบาท เทียบกับกำไร 37.3 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีเพิ่มขึ้น:** ฝ่ายจัดการคาดว่าจะสามารถใช้สิทธิ์ได้ในอนาคต ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบวกหากบริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ในอนาคต
* **รายได้อื่นจากการกลับรายการหนี้สิน 19.1 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลขาดทุนในงวดนี้
## ความเสี่ยง
* **ประมาณการผลขาดทุนจากงานโครงการ:** เป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นและผลประกอบการ
* **ค่าปรับจากการส่งมอบงานล่าช้า:** สะท้อนถึงปัญหาด้านการดำเนินงานที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและชื่อเสียง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ทั้งค่าเผื่อผลขาดทุนลูกหนี้และเบี้ยปรับภาษี เป็นภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จากการเบิกเงินกู้สำหรับงานโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* การบริหารจัดการต้นทุนและกระบวนการส่งมอบงานโครงการ เพื่อลดประมาณการผลขาดทุนและค่าปรับ
* แนวโน้มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าเผื่อผลขาดทุนลูกหนี้และเบี้ยปรับภาษี
* ความสามารถในการสร้างรายได้อื่น ๆ เพื่อชดเชยผลการดำเนินงานหลัก
* ทิศทางของต้นทุนทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้สิน
* การใช้สิทธิ์สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มบริษัทเผชิญกับความท้าทายในด้านการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างชัดเจน โดย **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง 5%** เป็นผลโดยตรงจาก **ประมาณการผลขาดทุนจากงานโครงการ** ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ฝ่ายจัดการต้องเร่งแก้ไข นอกจากนี้ **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 52%** โดยเฉพาะ **ค่าปรับจากการส่งมอบงานล่าช้า 6.1 ล้านบาท** บ่งชี้ถึงปัญหาในกระบวนการผลิตหรือการส่งมอบที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนโดยตรง
ขณะที่ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 31%** โดยมี **ค่าเผื่อผลขาดทุนของลูกหนี้เพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท** อาจสะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า หรือการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายบัญชี นอกจากนี้ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 66%** เนื่องจากการเบิกเงินกู้สำหรับงานโครงการ แสดงให้เห็นถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับงาน แต่ก็เป็นภาระต้นทุนที่ต้องบริหารจัดการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ PK ในไตรมาส 3 ปี 2565 สะท้อนถึงแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและปัญหาในการดำเนินงานโครงการ โดยเฉพาะประมาณการผลขาดทุนจากงานโครงการและค่าปรับจากการส่งมอบงานล่าช้า ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ แม้จะมีรายได้อื่นจากการกลับรายการหนี้สินเข้ามาช่วย แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบได้ทั้งหมด สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือความสามารถของฝ่ายจัดการในการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานและบริหารต้นทุน เพื่อพลิกฟื้นอัตรากำไรและผลประกอบการให้กลับมาเป็นบวกในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PK ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
523.40
ล้านบาท
↓ 42.7% YoY
กำไรขั้นต้น
121.57
ล้านบาท
↓ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.23
%
กำไรสุทธิ
-13.95
ล้านบาท
↓ 75.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.67
%
D/E Ratio
1.16
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
523
↓ -42.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
122
↓ -3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-14
↓ -75.8%
YoY
D/E Ratio
1.16
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.16
ROE (%)
-2.14
ROA (%)
1.21
Book Value/หุ้น
2.11
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-46
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-45.78
-79.93%
|
-228.12
-165.67%
|
347.37
+37.38%
|
252.85
-182.24%
|
-307.45
-157.80%
|
531.92
-691.68%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-16.87
+226.31%
|
-5.17
-136.26%
|
14.26
-451.23%
|
-4.06
-101.85%
|
219.04
-3,480.25%
|
-6.48
-91.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
99.32
-47.84%
|
190.42
-167.17%
|
-283.48
+48.48%
|
-190.92
-156.36%
|
338.77
-227.63%
|
-265.44
-995.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
45.34
-192.44%
|
-49.05
+2,041.92%
|
-2.29
-100.59%
|
389.34
-9.79%
|
431.59
+65.37%
|
260.99
-287.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
139.40
-3.72%
|
144.79
+84.61%
|
78.43
-78.93%
|
372.17
-5.91%
|
395.56
+193.94%
|
134.57
-50.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
141.82
+1.74%
|
139.40
-3.72%
|
144.79
+84.61%
|
78.43
-78.93%
|
372.17
-5.91%
|
395.56
+193.94%
|