บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.78
0.02 (1.11%)
สรุปสั้น
กําไรลดลงจํานวน 61.5 ล้านบาทหรือกําไรลดลงร้อยละ 57 เนื่องจากในงวดนี้บริษัทฯ ไม่มีการรับรู้รายได้จากการขายที่ดิน และส่วนแบ่งกําไรจากกิจการร่วมค้าลดลง แต่อย่างไรก็ตามบริษัทมีกําไรจากรายได้ประจํา (recuring income) ที่เพิ่มขึ้น และบริษัทฯ ยังคงดําเนินการบริหาร จัดการปรับลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในภาพรวมทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง
โรงไฟฟ้า NNEG รับรู้ขาดทุน 19.1 ล้านบาท จากงวดก่อนที่กำไร 40 ล้านจึงส่งผลให้กำไรลดลงจำนวนมาก
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3565 out_tok=2124 at=2026-07-25T22:35:27 -->
# NNCL Q3/2564 กำไรสุทธิหดตัว 7.5% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าขนส่งแพง
## รายได้รวมโต 18% แต่กำไรขั้นต้นลดลง กดดันผลประกอบการรวม
บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) หรือ NNCL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 166.90 ล้านบาท ลดลง 7.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโตถึง 18.1% โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าระวางเรือที่พุ่งสูง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากมูลค่าโอน, presale, backlog ที่รับรู้, อัตรากำไรโครงการ, รายได้ค่าเช่า, หรือรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ NNCL ในไตรมาส 3 ปี 2564 เปลี่ยนแปลงไป คือ **แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด** แม้ว่าบริษัทจะสามารถเพิ่มรายได้จากการขายได้ถึง 18.1% และมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นจากการขายเศษเหล็ก แต่ปัจจัยลบดังกล่าวได้บั่นทอนความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นและส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง
สาเหตุหลักประการแรกคือ **ราคาวัตถุดิบหลัก (เหล็ก) ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 22.9% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น แม้บริษัทจะทยอยปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนแล้ว แต่อัตรากำไรขั้นต้นกลับลดลงจาก 27.8% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 24.8% ในไตรมาสนี้ สะท้อนว่าการปรับราคาขายยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
ประการที่สองคือ **อัตราค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด** ส่งผลให้ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 55.1% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรสุทธิ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังเพิ่มขึ้น 36.0% ส่วนใหญ่เป็นผลจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนจากการอ่อนค่าของเงินบาท
สำหรับแนวโน้มในอนาคต จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยกดดันเหล่านี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** แม้ฝ่ายจัดการจะระบุว่าได้ทยอยปรับราคาขายให้สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบแล้ว แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงลดลง แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางต่อความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเรือที่ส่งผลต่อการส่งออก อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 7.5% YoY:** อยู่ที่ 166.90 ล้านบาท จาก 180.46 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563
* **รายได้จากการขายเติบโต 18.1% YoY:** อยู่ที่ 1,129.47 ล้านบาท จาก 956.39 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อยู่ที่ 24.8% จาก 27.8% YoY เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) ปรับตัวสูงขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 22.9% YoY:** สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบเหล็กที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนจัดจำหน่ายพุ่ง 55.1% YoY:** จากผลกระทบค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น:** ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,129.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 173.08 ล้านบาท หรือ 18.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปริมาณการขายใกล้เคียงเดิม แต่ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้นจากการปรับราคาตามต้นทุนวัตถุดิบเหล็กที่เพิ่มขึ้น และสัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูงขึ้น ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลดีต่อผู้ส่งออก
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 158.35 ล้านบาท หรือ 22.9% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบเหล็กในตลาดโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 24.8% จาก 27.8% ในปีก่อน
รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 17.51 ล้านบาท หรือ 28.7% ส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าขายเศษเหล็กที่เพิ่มขึ้นตามราคาตลาด
ในขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 31.30 ล้านบาท หรือ 55.1% เนื่องจากอัตราค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั่วทุกภูมิภาค
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15.89 ล้านบาท หรือ 36.0% ส่วนใหญ่เป็นผลจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 1.15 ล้านบาท หรือ 61.2% เนื่องจากภาระหนี้จากการซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 13.56 ล้านบาท หรือ 7.5% มาอยู่ที่ 166.90 ล้านบาท
## โอกาส
* **ความต้องการใช้ถังแก๊สที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะในแถบทวีปอเมริกาเหนือ ยังคงเป็นปัจจัยหนุนปริมาณการขาย
* **การปรับราคาขาย:** เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ช่วยรักษาอัตรากำไรในระดับหนึ่ง
* **รายได้จากเศษเหล็ก:** การปรับตัวสูงขึ้นของราคาเหล็กในตลาดโลก ส่งผลดีต่อรายได้จากการขายเศษเหล็ก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ (เหล็ก):** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันหากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันท่วงที
* **ค่าระวางเรือที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนจัดจำหน่าย และอาจกระทบต่อความสามารถในการส่งออก
* **ปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเรือ:** เป็นอุปสรรคต่อการส่งออก และทำให้สินค้าสำเร็จรูปคงค้างเพิ่มขึ้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบเหล็กในตลาดโลก และความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขาย
* ทิศทางค่าระวางเรือ และผลกระทบต่อต้นทุนจัดจำหน่าย
* สถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเรือ และผลต่อปริมาณการส่งออก
* ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบต่อผลขาดทุน/กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง โดยเฉพาะสินค้าสำเร็จรูปปลายงวด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดผลประกอบการที่เจาะจงสำหรับกลุ่มธุรกิจนี้โดยตรง โดยข้อมูลที่นำเสนอเป็นภาพรวมของบริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีธุรกิจหลักคือการผลิตและจำหน่ายถังแก๊ส ดังนั้น การวิเคราะห์ในส่วนนี้จึงไม่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกตามจุดโฟกัส sector ที่กำหนดได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในงวดไตรมาส 3 ปี 2564
## สรุปท้าย
NNCL เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบเหล็กที่พุ่งสูงและค่าระวางเรือที่แพงขึ้นอย่างมากในไตรมาส 3 ปี 2564 แม้จะสามารถผลักภาระต้นทุนไปสู่ราคาขายได้บางส่วนและมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 7.5% แม้รายได้จากการขายจะเติบโตถึง 18.1% ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง รวมถึงปัญหา Supply Chain ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NNCL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
208.87
ล้านบาท
↓ 14.2% YoY
กำไรขั้นต้น
112.94
ล้านบาท
↓ 10.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.07
%
กำไรสุทธิ
44.70
ล้านบาท
↓ 42.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
21.40
%
D/E Ratio
0.29
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
209
↓ -14.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
113
↓ -10.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
45
↓ -42.3%
YoY
D/E Ratio
0.29
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NNCL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.29
ROE (%)
8.06
ROA (%)
7.89
Book Value/หุ้น
1.91
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NNCL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-924
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+694
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NNCL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-923.75
+230.83%
|
-279.22
-5.12%
|
-294.28
+27.03%
|
-231.66
-21.60%
|
-295.48
-151.65%
|
572.04
+321.21%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
694.02
+145.61%
|
282.57
-55.58%
|
636.18
-308.06%
|
-305.77
-186.24%
|
354.57
-304.69%
|
-173.22
-23.10%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
152.33
+6.96%
|
142.42
-270.26%
|
-83.65
-595.56%
|
16.88
-87.99%
|
140.59
-151.17%
|
-274.76
-10.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.64
-100.53%
|
121.00
-53.15%
|
258.25
-149.61%
|
-520.56
-360.68%
|
199.69
+60.95%
|
124.07
+239.55%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
355.56
-15.62%
|
421.38
-34.99%
|
648.20
+209.11%
|
209.70
-55.37%
|
469.91
+35.87%
|
345.84
-26.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
306.05
-13.92%
|
355.56
-15.62%
|
421.38
-34.99%
|
648.20
+209.11%
|
209.70
-55.37%
|
469.91
+35.87%
|