บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
4.48
0.02 (0.44%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก 6 เดือน มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 2/2564 สูงกว่าไตรมาส 2/2563 ซึ่งเมื่อเทียบงวด เดียวกันของปีก่อน
ปริมาณขาย 205,954 ตัน เพิ่มขึ้น 78,622 ตัน หรือร้อยละ 61.75 คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 11,252.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,605.88 ล้านบาทหรือร้อยละ 99.28
แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 7,568.88 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 67.26 ของ ยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 4,457.92 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 143.30
รายได้จากการขายต่างประเทศ 3,683.76 ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 32.74 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 1,147.96 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.27 จากการขยายกําลังการผลิตในส่วนโรงงานยาง แท่ง แห่งที่ 2
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9598 out_tok=2793 at=2026-07-25T22:15:59 -->
# NER กำไรสุทธิปี 64 พุ่ง 115% รับปริมาณขาย-ราคาโต แตะ 1,850 ล้านบาท
## รายได้-กำไรโตแรงตามปริมาณขายและราคาขายที่สูงขึ้น ฝ่ายจัดการบริหารต้นทุนวัตถุดิบมีประสิทธิภาพ
บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีกำไรสุทธิ 1,850.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 115.47% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายรวม 24,425.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.39% ปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NER ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของทั้งปริมาณการขายและราคาขายผลิตภัณฑ์ยาง** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 49.39% และ **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ** ทำให้ต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูงขึ้นจาก 10.56% เป็น 13.25% หรือเพิ่มขึ้นถึง 2.69% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 115.47%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ปริมาณการขายและราคาขายที่สูงขึ้น:** บริษัทฯ มีการขยายกำลังการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับได้รับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ปริมาณการขายรวมเพิ่มขึ้น 26.10% (93,656 ตัน) โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากทั้งปัจจัยด้านปริมาณขาย (4,267.49 ล้านบาท) และราคาขายที่ขยับสูงขึ้น (3,808.39 ล้านบาท) โดยเฉพาะรายได้จากการขายต่างประเทศที่เติบโตถึง 60.40%
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ราคายางในปี 2564 จะมีความผันผวนน้อยกว่าปีก่อน แต่บริษัทฯ สามารถบริหารการซื้อและใช้วัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารความเหมาะสมระหว่างราคาซื้อและราคาขาย ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองใช้ไปคิดเป็นสัดส่วนที่ลดลงจาก 86.95% เหลือ 84.59% ของรายได้จากการขาย ส่งผลให้ต้นทุนขายรวมลดลงเมื่อเทียบกับรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก**
จากข้อมูลในเอกสาร ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการขยายกำลังการผลิตและการได้รับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงการเติบโตจากการดำเนินงานปกติ อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่ทำได้ดีในปี 2564 อาจเผชิญความท้าทายหากราคายางมีความผันผวนสูงขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น 281.01% และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 45.68% จากการออกหุ้นกู้เพิ่มเติม เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะยาวหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 115.47%** แตะ 1,850.19 ล้านบาท จาก 858.68 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมปี 2564 เพิ่มขึ้น 49.39%** เป็น 24,425.66 ล้านบาท จาก 16,349.78 ล้านบาท
* **ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้น 26.10%** เป็น 452,476 ตัน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูงขึ้น** จาก 10.56% เป็น 13.25%
* **ต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง** จาก 89.44% เหลือ 86.75% โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 281.01%** เป็น 217.48 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 45.68%** เป็น 331.03 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้เพิ่มเติม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 24,425.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.39% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้น 43.40% เป็น 15,182.94 ล้านบาท และรายได้จากการขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 60.40% เป็น 9,242.72 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากทั้งปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 26.10% และราคาขายที่สูงขึ้น
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 21,190.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.90% แต่เมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย สัดส่วนต้นทุนขายลดลงจาก 89.44% ในปี 2563 เป็น 86.75% ในปี 2564 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 87.43% จาก 1,726.10 ล้านบาท เป็น 3,235.23 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 10.56% เป็น 13.25%
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 69.29% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 3.57% อย่างไรก็ตาม ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 281.01% เป็น 217.48 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 45.68% เป็น 331.03 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้เพิ่มเติม
กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 1,850.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.47% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 5.25% เป็น 7.57%
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิต:** การลงทุนในโรงงานยางแท่งแห่งที่ 2 และการเพิ่มกำลังการผลิตโดยรวม เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของปริมาณการขายในอนาคต
* **คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น:** การได้รับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ บ่งชี้ถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ที่ยังคงมีอยู่
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการบริหารต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคายาง:** แม้ปี 2564 จะมีความผันผวนน้อย แต่ราคายางพาราเป็น commodity ที่มีความผันผวนสูงตามปัจจัยตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจส่งออกและการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การออกหุ้นกู้เพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ทำให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันกำไรในอนาคตหากไม่สามารถสร้างรายได้ที่สูงพอมาทดแทนได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบยางพาราในตลาดโลก
* ปริมาณการขายและราคาขายผลิตภัณฑ์ยางในตลาดต่างประเทศ
* ประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
* ผลกระทบของต้นทุนทางการเงินจากการออกหุ้นกู้ต่อกำไรสุทธิ
* ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางความผันผวนของต้นทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายผลิตภัณฑ์ยางปรับตัวสูงขึ้นในปี 2564 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ ขณะที่ราคาซื้อวัตถุดิบ (ยางเครฟก้อน, STR20, MIXTURE, RSS-CPR) มีการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบต่อรายได้ลดลง
* **Volume:** ปริมาณการขายรวมเพิ่มขึ้น 26.10% สะท้อนถึงการเติบโตของตลาดและความสามารถในการผลิต
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นจาก 10.56% เป็น 13.25% จากการบริหารต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ
* **ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายต่างประเทศเติบโตสูงถึง 60.40% แสดงให้เห็นถึงการขยายตลาดในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จ
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 60% เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตและการผลิตสำหรับโรงงานแห่งที่ 2
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การส่งออกเติบโตดี แต่มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 14,239.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.16% โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 45.62% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 60% เพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,793.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.42% โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 297.95% ส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้ใหม่ 2 ครั้ง มูลค่ารวม 3,300 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 47.57% เป็น 5,446.13 ล้านบาท จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น และการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ NER-W1 อย่างไรก็ตาม มีการจ่ายเงินปันผลรวม 357.40 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ประมาณ 1.62 เท่า (หนี้สินรวม 8,793.16 / ส่วนของผู้ถือหุ้น 5,446.13) ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อน
## สรุปท้าย
NER โชว์ผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้น 115.47% จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายและราคาขายผลิตภัณฑ์ยาง ประกอบกับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ เป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิดในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NER ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
7,359.50
ล้านบาท
↓ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
604.74
ล้านบาท
↓ 23% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.22
%
กำไรสุทธิ
395.11
ล้านบาท
↑ 10% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.37
%
D/E Ratio
1.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,360
↓ -16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
605
↓ -23%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
395
↑ + 10%
YoY
D/E Ratio
1.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.06
ROE (%)
20.71
ROA (%)
12.63
Book Value/หุ้น
5.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,504
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+160
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,504.23
-56.96%
|
-3,494.99
-0.80%
|
-3,523.24
+58.75%
|
-2,219.34
-254.43%
|
1,437.16
-267.74%
|
-856.80
-388.43%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
160.29
+10.63%
|
144.89
+259.17%
|
40.34
-84.13%
|
254.22
+9,421.35%
|
2.67
-99.46%
|
490.51
+751.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,237.13
-62.77%
|
3,322.59
-10.38%
|
3,707.47
+87.21%
|
1,980.42
+586.62%
|
288.43
-80.04%
|
1,444.89
-523.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-82.21
-434.32%
|
24.59
-89.05%
|
224.56
-132.30%
|
-695.20
+139.46%
|
-290.32
-135.87%
|
809.36
-39,011.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
220.92
+261.10%
|
61.18
-95.62%
|
1,395.82
+158.46%
|
540.05
-34.96%
|
830.37
+418.46%
|
160.16
+956.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
59.88
-72.90%
|
220.92
+261.10%
|
61.18
-95.62%
|
1,395.82
+158.46%
|
540.05
-34.96%
|
830.37
+418.46%
|