บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
4.48
0.02 (0.44%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก 6 เดือน มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 2/2564 สูงกว่าไตรมาส 2/2563 ซึ่งเมื่อเทียบงวด เดียวกันของปีก่อน
ปริมาณขาย 205,954 ตัน เพิ่มขึ้น 78,622 ตัน หรือร้อยละ 61.75 คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 11,252.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,605.88 ล้านบาทหรือร้อยละ 99.28
แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 7,568.88 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 67.26 ของ ยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 4,457.92 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 143.30
รายได้จากการขายต่างประเทศ 3,683.76 ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 32.74 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 1,147.96 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.27 จากการขยายกําลังการผลิตในส่วนโรงงานยาง แท่ง แห่งที่ 2
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8553 out_tok=2816 at=2026-07-25T22:25:41 -->
# NER กำไร Q1/2565 พุ่ง 27.9% รับอานิสงส์ยอดขายต่างประเทศโตแรง
## รายได้รวมโต 12.7% หลังออเดอร์นอกเพิ่ม สวนทางตลาดในประเทศหดเล็กน้อย
บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 468.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายรวม 5,592.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.68% จากการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศที่สูงถึง 57.18% ขณะที่ยอดขายในประเทศปรับตัวลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจาก 7.38% เป็น 8.38%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NER ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายในต่างประเทศ** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 12.68% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 20.93% แม้ว่าปริมาณการขายโดยรวมจะเพิ่มขึ้นเพียง 7.36% ก็ตาม ปัจจัยนี้เป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 27.94%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 1/2565 มาจากการที่บริษัทได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากการเพิ่มขึ้นทั้งในด้านปริมาณขายและราคาขาย โดยผลต่างด้านปริมาณอยู่ที่ 205.91 ล้านบาท และผลต่างด้านราคาอยู่ที่ 423.61 ล้านบาท การที่ยอดขายต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญนี้ สอดคล้องกับการที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 65.34% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากค่าขนส่งทางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารความเหมาะสมระหว่างราคาซื้อและราคาขายในสถานการณ์ที่ราคายางมีความผันผวนน้อยและมีทิศทางขาขึ้น ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้นจาก 12.82% เป็น 13.76%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากคำสั่งซื้อของลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งปริมาณและราคาขาย อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ราคายางมีความผันผวน การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้ดีในไตรมาสนี้ เป็นสัญญาณที่ดี แต่ก็ต้องติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบและอุปสงค์จากตลาดต่างประเทศในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 27.94%** มาอยู่ที่ 468.89 ล้านบาท จาก 366.50 ล้านบาทในไตรมาส 1/2564
* **รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้น 12.68%** เป็น 5,592.61 ล้านบาท จาก 4,963.09 ล้านบาท
* **ยอดขายต่างประเทศพุ่ง 57.18%** เป็น 2,370.31 ล้านบาท คิดเป็น 42.38% ของยอดขายรวม
* **ยอดขายในประเทศลดลง 6.74%** เป็น 3,222.30 ล้านบาท คิดเป็น 57.62% ของยอดขายรวม
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้น** จาก 12.82% เป็น 13.76%
* **ต้นทุนขายต่อรายได้ลดลง** จาก 87.18% เป็น 86.24%
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 65.34%** ส่วนใหญ่จากค่าขนส่งทางเรือที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 NER มีรายได้จากการขายรวม 5,592.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปริมาณขายรวม 96,350 ตัน เพิ่มขึ้น 7.36% การเติบโตของรายได้หลักมาจากยอดขายในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นถึง 57.18% ขณะที่ยอดขายในประเทศลดลง 6.74% ต้นทุนขายอยู่ที่ 4,822.97 ล้านบาท คิดเป็น 86.24% ของรายได้จากการขาย ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 20.93% เป็น 769.64 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 13.76% จาก 12.82% ในปีก่อน ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 65.34% ส่วนใหญ่มาจากค่าขนส่งทางเรือที่สูงขึ้น สอดคล้องกับปริมาณการขายในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 591.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.62% ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 39.84% จากการออกหุ้นกู้เพิ่มเติมในปี 2564 อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 44.31 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนในปีก่อน ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 29.95% เป็น 498.88 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 27.94% เป็น 468.89 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 0.266 บาท
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดต่างประเทศ:** คำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นเป็นโอกาสสำคัญในการขยายฐานรายได้และส่วนแบ่งการตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต ช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้
* **แนวโน้มราคายางพารา:** การปรับตัวของราคายางพาราในทิศทางขาขึ้น ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคายางพารา:** แม้ว่าในไตรมาสนี้ราคายางจะทรงตัวในระดับที่ดี แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำไร
* **ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** ค่าขนส่งทางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการขายในตลาดต่างประเทศ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาและคุณภาพผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมยางพารายังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้บริษัทจะบริหารความเสี่ยงได้ดี แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศ:** ติดตามการเติบโตของออเดอร์ในตลาดนอกอย่างต่อเนื่อง
* **ทิศทางราคาวัตถุดิบยางพารา:** เฝ้าระวังความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุน
* **ต้นทุนค่าขนส่งระหว่างประเทศ:** การปรับตัวของค่าระวางเรือมีผลต่อต้นทุนการจัดจำหน่าย
* **การบริหารจัดการสต็อกสินค้า:** การบริหารปริมาณรับซื้อยางเข้าสต็อกให้สอดคล้องกับฤดูกาลผลิตและความต้องการของตลาด
* **การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** ติดตามประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง FX ของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคายางพาราในปี 2564 ถึงไตรมาส 1/2565 มีความผันผวนน้อยและปรับตัวในทิศทางขาขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อผลการดำเนินงาน โดยบริษัทมีการบริหารจัดการความเหมาะสมระหว่างราคาซื้อและราคาขายได้ค่อนข้างดี
**Volume:** ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้น 7.36% โดยปริมาณขายในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ปริมาณขายในประเทศลดลงเล็กน้อย
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 12.82% เป็น 13.76% เนื่องจากการบริหารต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้
**ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่นถึง 57.18% คิดเป็นสัดส่วน 42.38% ของยอดขายรวม ขณะที่รายได้ในประเทศลดลง 6.74%
**สต็อก:** สินค้าคงเหลือลดลง 9.85% เนื่องจากเป็นช่วงที่ปริมาณยางเข้าสู่ตลาดน้อยลง บริษัทจึงรับซื้อเข้าสต็อกน้อยลงตามไปด้วย
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 44.31 ล้านบาท จากการบริหารความเสี่ยงที่ดีขึ้น ทั้งการรับชำระหนี้จากลูกหนี้นอก และการชำระหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน
**ฤดูกาลผลิต:** ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน เป็นช่วงที่ชาวสวนยางปิดหน้ายาง ทำให้ปริมาณยางเข้าสู่ตลาดน้อยลง ซึ่งส่งผลต่อปริมาณรับซื้อยางเข้าสต็อกของบริษัท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 12,866.09 ล้านบาท ลดลง 9.64% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากสินทรัพย์หมุนเวียนที่ลดลง 11.01% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของสินค้าคงเหลือ 9.85% และการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 65.23% จากการจ่ายชำระหนี้เงินกู้ยืมระยะสั้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,951.07 ล้านบาท ลดลง 20.95% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักเกิดจากการลดลงของหนี้สินหมุนเวียน 35.42% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการชำระคืนเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 43.58%
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 8.61% เป็น 5,915.02 ล้านบาท จากกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2565 จำนวน 468.89 ล้านบาท
## สรุปท้าย
NER โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 27.94% จากการเติบโตอย่างโดดเด่นของยอดขายในต่างประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในรอบนี้ แม้จะเผชิญกับต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งระหว่างประเทศ รวมถึงการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NER ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
7,359.50
ล้านบาท
↓ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
604.74
ล้านบาท
↓ 23% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.22
%
กำไรสุทธิ
395.11
ล้านบาท
↑ 10% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.37
%
D/E Ratio
1.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,360
↓ -16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
605
↓ -23%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
395
↑ + 10%
YoY
D/E Ratio
1.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.06
ROE (%)
20.71
ROA (%)
12.63
Book Value/หุ้น
5.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,504
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+160
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,504.23
-56.96%
|
-3,494.99
-0.80%
|
-3,523.24
+58.75%
|
-2,219.34
-254.43%
|
1,437.16
-267.74%
|
-856.80
-388.43%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
160.29
+10.63%
|
144.89
+259.17%
|
40.34
-84.13%
|
254.22
+9,421.35%
|
2.67
-99.46%
|
490.51
+751.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,237.13
-62.77%
|
3,322.59
-10.38%
|
3,707.47
+87.21%
|
1,980.42
+586.62%
|
288.43
-80.04%
|
1,444.89
-523.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-82.21
-434.32%
|
24.59
-89.05%
|
224.56
-132.30%
|
-695.20
+139.46%
|
-290.32
-135.87%
|
809.36
-39,011.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
220.92
+261.10%
|
61.18
-95.62%
|
1,395.82
+158.46%
|
540.05
-34.96%
|
830.37
+418.46%
|
160.16
+956.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
59.88
-72.90%
|
220.92
+261.10%
|
61.18
-95.62%
|
1,395.82
+158.46%
|
540.05
-34.96%
|
830.37
+418.46%
|