บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
4.48
0.02 (0.44%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก 6 เดือน มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 2/2564 สูงกว่าไตรมาส 2/2563 ซึ่งเมื่อเทียบงวด เดียวกันของปีก่อน
ปริมาณขาย 205,954 ตัน เพิ่มขึ้น 78,622 ตัน หรือร้อยละ 61.75 คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 11,252.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,605.88 ล้านบาทหรือร้อยละ 99.28
แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 7,568.88 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 67.26 ของ ยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 4,457.92 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 143.30
รายได้จากการขายต่างประเทศ 3,683.76 ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 32.74 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 1,147.96 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.27 จากการขยายกําลังการผลิตในส่วนโรงงานยาง แท่ง แห่งที่ 2
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9745 out_tok=2521 at=2026-07-25T22:37:20 -->
# NER กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 10.78% รับบริหารต้นทุน-ความเสี่ยงได้ดี
## รายได้รวมหดเล็กน้อย แต่ GPM ทรงตัว ฝ่ายจัดการชี้บริหารต้นทุนวัตถุดิบ-ความเสี่ยง FX หนุนกำไรสุทธิโต
บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1,379.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายรวมจะปรับลดลงเล็กน้อย โดยปัจจัยหลักมาจากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและต้นทุนทางการเงิน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ NER ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 10.78% มาจาก **การบริหารจัดการต้นทุนขายและต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้น ประกอบกับการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่มีประสิทธิภาพ** แม้ว่ารายได้จากการขายรวมจะลดลง 1.74% และปริมาณขายลดลง 10.67%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การบริหารต้นทุนขาย:** แม้รายได้รวมลดลง แต่ต้นทุนขายลดลงในสัดส่วนที่มากกว่า ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) ทรงตัวอยู่ที่ 13.00% (ปี 2565) เทียบกับ 12.86% (ปี 2564) โดยต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองลดลง 0.43% เนื่องจากทิศทางราคาวัตถุดิบในไตรมาส 3/2565 ปรับตัวลดลง ซึ่งบริษัทฯ ใช้หลักการบริหารความเหมาะสมระหว่างราคาซื้อและราคาขายเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคายางพารา
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 26.94% จากการออกหุ้นกู้เพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน แต่ผลกระทบต่อกำไรสุทธิถูกชดเชยด้วยปัจจัยอื่น
* **การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทฯ มีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 74.90% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะมีการบันทึกขาดทุนจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์ แต่โดยรวมแล้วการบริหารความเสี่ยง FX ดีขึ้น
* **การลดลงของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย:** ลดลง 17.60% สอดคล้องกับปริมาณยอดขายต่างประเทศที่ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่า "ทิศทางราคายางพารามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2565" และ "บริษัทสามารถจัดการต้นทุนขายได้ดี รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนจัดจำหน่ายและมีป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น" ซึ่งปัจจัยเหล่านี้หากยังคงดำเนินต่อไป จะส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคายางพาราและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 10.78%** เป็น 1,379.97 ล้านบาท จาก 1,245.64 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายรวมลดลง 1.74%** อยู่ที่ 18,086.35 ล้านบาท โดยปริมาณขายรวมลดลง 10.67%
* **รายได้ในประเทศเพิ่มขึ้น 4.10%** เป็น 12,222.89 ล้านบาท ขณะที่รายได้ต่างประเทศลดลง 12.02% เป็น 5,863.46 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัว** อยู่ที่ 13.00% เทียบกับ 12.86% ในปีก่อน
* **ต้นทุนวัตถุดิบหลักลดลง** 0.43% จากทิศทางราคาวัตถุดิบที่ลดลงในไตรมาส 3/2565
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 74.90%** จาก 200.98 ล้านบาท เหลือ 50.44 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 26.94%** จากการออกหุ้นกู้เพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,379.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.78% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,245.64 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 6.77% เป็น 7.63% รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 18,086.35 ล้านบาท ลดลง 1.74% จาก 18,405.71 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของปริมาณขายรวม 10.67% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายลดลงในสัดส่วนที่มากกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นทรงตัว และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมถึงความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้
## โอกาส
* **แนวโน้มราคายางพาราที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และกำไรของบริษัทฯ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** บริษัทฯ มีนโยบายบริหารความเหมาะสมระหว่างราคาซื้อและราคาขายเพื่อลดความเสี่ยง
* **การขยายกำลังการผลิตยางแท่ง:** เพื่อรองรับแผนการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **การเพิ่มสัดส่วนยอดขายในประเทศ:** ซึ่งมีเงื่อนไขการชำระเงินที่นานขึ้น อาจสะท้อนถึงการเติบโตของตลาดภายในประเทศ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคายางพารา:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการบริหารความเสี่ยง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และราคาผลิตภัณฑ์ยางแผ่นรมควัน (RSS):** ส่งผลกระทบต่อปริมาณคำสั่งซื้อโดยรวม
* **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน:** จากการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการดำเนินงานและขยายธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบยางพาราในตลาดโลกและในประเทศ
* ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
* ปริมาณและมูลค่าคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยางแผ่นรมควัน (RSS) และผลิตภัณฑ์อื่นๆ
* ความคืบหน้าของโครงการผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
* สัดส่วนยอดขายในประเทศเทียบกับต่างประเทศ และเงื่อนไขการชำระเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาวัตถุดิบยางพาราในไตรมาส 3/2565 มีทิศทางปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนขายของบริษัทฯ
* **Volume:** ปริมาณขายรวมลดลง 10.67% โดยรายได้จากการขายรวมลดลง 1.74% การลดลงของรายได้ส่วนใหญ่มาจากผลต่างด้านปริมาณที่ลดลง 1,875.91 ล้านบาท แม้ว่าผลต่างด้านราคาจะเพิ่มขึ้น 1,556.55 ล้านบาท
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวอยู่ที่ 13.00% ซึ่งถือว่าบริหารจัดการได้ดีท่ามกลางปริมาณขายที่ลดลง
* **ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้น 4.10% คิดเป็นสัดส่วน 67.58% ของยอดขายรวม ขณะที่รายได้จากการขายต่างประเทศลดลง 12.02% คิดเป็นสัดส่วน 32.42%
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 6.36% โดยเฉพาะยางก้อนถ้วย เพื่อรองรับแผนเพิ่มกำลังการผลิตยางแท่ง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 74.90% การลดลงของยอดขายต่างประเทศส่งผลให้ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 17.60%
* **ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 16,924.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.86% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 19.70% จากเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้ และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการผลิต
หนี้สินรวมอยู่ที่ 10,704.92 ล้านบาท ลดลง 21.74% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 14.21% เป็น 6,219.81 ล้านบาท จากการรับเงินเพิ่มทุนจากการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ และกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีการจ่ายเงินปันผลไปแล้ว 2 ครั้ง
## สรุปท้าย
NER สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 แม้รายได้รวมจะปรับลดลงเล็กน้อย โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น การเพิ่มขึ้นของยอดขายในประเทศและการเตรียมพร้อมด้านวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิตที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณเชิงบวก อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคายางพาราและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NER ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
7,359.50
ล้านบาท
↓ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
604.74
ล้านบาท
↓ 23% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.22
%
กำไรสุทธิ
395.11
ล้านบาท
↑ 10% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.37
%
D/E Ratio
1.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,360
↓ -16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
605
↓ -23%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
395
↑ + 10%
YoY
D/E Ratio
1.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.06
ROE (%)
20.71
ROA (%)
12.63
Book Value/หุ้น
5.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,504
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+160
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,504.23
-56.96%
|
-3,494.99
-0.80%
|
-3,523.24
+58.75%
|
-2,219.34
-254.43%
|
1,437.16
-267.74%
|
-856.80
-388.43%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
160.29
+10.63%
|
144.89
+259.17%
|
40.34
-84.13%
|
254.22
+9,421.35%
|
2.67
-99.46%
|
490.51
+751.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,237.13
-62.77%
|
3,322.59
-10.38%
|
3,707.47
+87.21%
|
1,980.42
+586.62%
|
288.43
-80.04%
|
1,444.89
-523.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-82.21
-434.32%
|
24.59
-89.05%
|
224.56
-132.30%
|
-695.20
+139.46%
|
-290.32
-135.87%
|
809.36
-39,011.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
220.92
+261.10%
|
61.18
-95.62%
|
1,395.82
+158.46%
|
540.05
-34.96%
|
830.37
+418.46%
|
160.16
+956.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
59.88
-72.90%
|
220.92
+261.10%
|
61.18
-95.62%
|
1,395.82
+158.46%
|
540.05
-34.96%
|
830.37
+418.46%
|