บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
4.48
0.02 (0.44%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก 6 เดือน มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 2/2564 สูงกว่าไตรมาส 2/2563 ซึ่งเมื่อเทียบงวด เดียวกันของปีก่อน
ปริมาณขาย 205,954 ตัน เพิ่มขึ้น 78,622 ตัน หรือร้อยละ 61.75 คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 11,252.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,605.88 ล้านบาทหรือร้อยละ 99.28
แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 7,568.88 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 67.26 ของ ยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 4,457.92 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 143.30
รายได้จากการขายต่างประเทศ 3,683.76 ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 32.74 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 1,147.96 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.27 จากการขยายกําลังการผลิตในส่วนโรงงานยาง แท่ง แห่งที่ 2
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8128 out_tok=2535 at=2026-07-25T22:05:40 -->
# NER กำไร Q1/2566 ดิ่ง 33% สวนทางปริมาณขายโต รับแรงกดดันราคาขายเฉลี่ยลดลง
## รายได้รวมโต 11.83% แต่ GPM หด 4.05% ฉุดกำไรสุทธิวูบ เหตุราคาขายยางพาราปรับตัวลง
บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 314.38 ล้านบาท ลดลง 32.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายรวมจะเติบโต 11.83% เป็น 6,254.40 ล้านบาท โดยมีปริมาณขายเพิ่มขึ้นถึง 32.41% เป็น 127,574 ตัน ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการคืออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของ NER ในไตรมาส 1/2566 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 4.05% (จาก 13.76% เป็น 9.71%) และส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 32.95% มาอยู่ที่ 314.38 ล้านบาท แม้ปริมาณขายจะเติบโตโดดเด่นถึง 32.41% เกิดจาก **"การปรับตัวลดลงของราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ยางพารา"** ซึ่งเป็นผลมาจากราคายางในตลาดโลกที่ลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 และส่งผลต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 1/2566
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า แม้บริษัทจะได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณขายรวมในไตรมาส 1/2566 เพิ่มขึ้น 31,224 ตัน คิดเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้น 1,801.48 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาด้านราคาขายเฉลี่ยกลับปรับตัวลดลง 15.56% คิดเป็นมูลค่าลดลง 1,141.32 ล้านบาท การลดลงของราคาขายนี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ (ยางพารา) ที่ซื้อมาในช่วงก่อนหน้าอาจมีราคาสูงกว่าราคาขายในปัจจุบัน ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มสูงขึ้น จาก 86.24% เป็น 90.29% นอกจากนี้ ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นตามค่า FT ยังเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการกล่าวถึงการปรับตัวลดลงของราคายางในตลาดโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 และปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส 1/2566 แต่เมื่อเทียบราคาขายเฉลี่ยไตรมาส 1/2566 กับไตรมาส 1/2565 แล้วยังคงต่ำกว่า ซึ่งบ่งชี้ว่าผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงนี้เป็นผลมาจากสภาวะตลาดในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณขายยังคงเติบโตได้ดี แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการคำสั่งซื้อและช่องทางการขายที่ยังแข็งแกร่ง หากราคายางในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ก็มีโอกาสที่อัตรากำไรจะฟื้นตัวกลับมาได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 32.95%** อยู่ที่ 314.38 ล้านบาท เทียบกับ 468.89 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 11.83%** แตะ 6,254.40 ล้านบาท จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 32.41%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว 4.05%** เหลือ 9.71% จาก 13.76% เป็นผลจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 17.08%** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองที่เพิ่มขึ้น 4.01% (เมื่อเทียบกับรายได้)
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 19.73%** จากการออกหุ้นกู้เพิ่มเติมในปี 2565
* **เงินสดลดลง 53.88%** จากการจ่ายชำระหนี้เงินกู้ยืมระยะสั้น
* **สินค้าคงเหลือลดลง 4.11%** เนื่องจากปริมาณรับซื้อยางเข้าสต็อกน้อยลงในช่วงฤดูปิดหน้ายาง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 NER มีรายได้จากการขายรวม 6,254.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 32.41% เป็น 127,574 ตัน อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 13.76% ในปีก่อน เหลือ 9.71% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 21.06% เป็น 607.58 ล้านบาท ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 19.73% ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 32.95% มาอยู่ที่ 314.38 ล้านบาท
## โอกาส
* **ปริมาณขายเติบโตต่อเนื่อง:** การที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 32.41% แสดงถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ยางของบริษัทฯ ที่ยังคงมีอยู่ และความสามารถในการขยายตลาด
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ GPM จะลดลง แต่บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนขายและต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่ดีขึ้น โดยต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 12.75% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 22.47%
* **การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทมีการบันทึกขาดทุนจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์ ซึ่งเป็นการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคายางพารา:** ราคาขายผลิตภัณฑ์ยางพารามีความอ่อนไหวต่อราคายางในตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้า:** การปรับตัวขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้า (FT) อาจเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิต
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงาน โดยเฉพาะรายการขาดทุนจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์
* **การบริหารสภาพคล่อง:** การลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการจ่ายชำระหนี้เงินกู้ยืมระยะสั้น อาจต้องติดตามการบริหารจัดการสภาพคล่องในระยะต่อไป
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคายางพาราในตลาดโลก และผลกระทบต่อราคาขายเฉลี่ยของ NER
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า
* ทิศทางปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
* การบริหารจัดการหนี้สินและสภาพคล่องของบริษัทฯ
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ยางพาราปรับตัวลดลง 15.56% เป็นปัจจัยหลักกดดัน GPM
* **Volume:** ปริมาณขายเติบโตโดดเด่น 32.41% เป็น 127,574 ตัน หนุนรายได้รวม
* **GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 13.76% เหลือ 9.71% เนื่องจากต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้น
* **ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายในประเทศเพิ่มขึ้น 21.59% ขณะที่รายได้จากการขายต่างประเทศลดลงเล็กน้อย 1.43%
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือลดลง 4.11% เนื่องจากปริมาณรับซื้อยางเข้าสต็อกน้อยลงในช่วงฤดูปิดหน้ายาง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง และขาดทุนจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์เพิ่มขึ้น
* **ฤดูกาลผลิต:** เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน เป็นช่วงที่ชาวสวนยางปิดหน้ายาง ทำให้ปริมาณยางเข้าสู่ตลาดน้อยลง ส่งผลต่อปริมาณรับซื้อยางเข้าสต็อก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 15,164.91 ล้านบาท ลดลง 7.00% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของสินทรัพย์หมุนเวียน 8.12% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 53.88% จากการจ่ายชำระหนี้เงินกู้ยืมระยะสั้น และการลดลงของสินค้าคงเหลือ 4.11%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,262.33 ล้านบาท ลดลง 14.99% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของหนี้สินหมุนเวียน 31.74% ซึ่งเกิดจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.78% เป็น 6,902.58 ล้านบาท จากกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
## สรุปท้าย
NER ในไตรมาส 1/2566 เผชิญแรงกดดันจากราคาขายเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ยางพาราที่ปรับตัวลดลง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น แม้ปริมาณการขายจะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง หนุนรายได้รวมให้เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคายางพาราและทิศทางการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ ในระยะต่อไป เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของอัตรากำไร
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NER ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
7,359.50
ล้านบาท
↓ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
604.74
ล้านบาท
↓ 23% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.22
%
กำไรสุทธิ
395.11
ล้านบาท
↑ 10% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.37
%
D/E Ratio
1.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,360
↓ -16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
605
↓ -23%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
395
↑ + 10%
YoY
D/E Ratio
1.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.06
ROE (%)
20.71
ROA (%)
12.63
Book Value/หุ้น
5.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,504
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+160
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,504.23
-56.96%
|
-3,494.99
-0.80%
|
-3,523.24
+58.75%
|
-2,219.34
-254.43%
|
1,437.16
-267.74%
|
-856.80
-388.43%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
160.29
+10.63%
|
144.89
+259.17%
|
40.34
-84.13%
|
254.22
+9,421.35%
|
2.67
-99.46%
|
490.51
+751.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,237.13
-62.77%
|
3,322.59
-10.38%
|
3,707.47
+87.21%
|
1,980.42
+586.62%
|
288.43
-80.04%
|
1,444.89
-523.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-82.21
-434.32%
|
24.59
-89.05%
|
224.56
-132.30%
|
-695.20
+139.46%
|
-290.32
-135.87%
|
809.36
-39,011.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
220.92
+261.10%
|
61.18
-95.62%
|
1,395.82
+158.46%
|
540.05
-34.96%
|
830.37
+418.46%
|
160.16
+956.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
59.88
-72.90%
|
220.92
+261.10%
|
61.18
-95.62%
|
1,395.82
+158.46%
|
540.05
-34.96%
|
830.37
+418.46%
|