เข้าสู่ระบบ
+ สมัครสมาชิก
วิธีใช้งาน AiO
ห้องเรียนหุ้น
หน้าระบบ
STOCK INFO
ข้อมูลหุ้น
จุดเด่น
สรุปงบล่าสุด
สรุป OPPDAY
Dash Box
DCA
IAA Consensus
ProjectX
เงินปันผล
ราคาหุ้น
กราฟราคา
Matrix ราคาที่เปลี่ยนแปลง
ข่าวออนไลน์
รายชื่อกรรมการล่าสุด
ผู้ถือหุ้นใหญ่
การซื้อขายของผู้บริหาร
งบการเงิน
งบการเงิน
กำไรขาดทุน
ฐานะทางการเงิน
กระแสเงินสด
Data / Community
Blog & Event
(บทความ&ข่าวสาร&กิจกรรม)
Live & Video
วิดีโอและไลฟ์สด
Community
(ชุมชน)
Data / Tools
ค่าเงิน & วัตถุดิบ
บาทดอลลาร์
น้ำมัน
ถ่านหิน
ค่าระวางเรือ
ทองแดง
เหล็ก
น้ำตาลทราย
ยางพารา
กาแฟ
กราฟ SET
SET INDEX
ข่าวหุ้น
ข่าวหุ้น
OPPDAY
เงินปันผล
Basket List
Virtual Port
Deep
เปรียบเทียบหุ้น
Stock Filter
การซื้อขายของผู้บริหาร
Activity
AIO Reward
Change Log
AiO Version 3.9
สรุป OPPDAY หุ้น NER
Home
สรุป OPPDAY หุ้น NER
NER
บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)
Oppday
ไตรมาสที่ 4 ปี 2568
-- รอบที่ --
4Q2568
3Q2568
2Q2568
1Q2568
4Q2567
สรุป OPPDAY
📅
ข้อมูลสำคัญ:
-
ปีงบประมาณปัจจุบัน:
พ.ศ. 2568 / ค.ศ. 2025 -
ปีก่อนหน้า:
พ.ศ. 2567 / ค.ศ. 2024 --- ### 1. สรุปภาพรวมเชิงกลยุทธ์ (Executive Summary) บริษัทฯ มีกำลังการผลิตคงที่อยู่ที่ 515,600 ตัน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยยอดขายรวมไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ 124,000 ตัน ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 136,000 ตัน ส่งผลให้รายได้รวมไตรมาสที่ 4 มีมูลค่าเพียง 7,224 ล้านบาท เทียบเท่ากับปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 8,934 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นรวมทั้งปีอยู่ที่ 9.68% ส่วน EBITDA ทั้งปีอยู่ที่ 2,728 ล้านบาท หรือเท่ากับ 8.98% ของรายได้รวม โดยกำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 1,885 ล้านบาท หรือ 6.20% ของรายได้รวม บริษัทเน้นย้ำถึงการขยายฐานลูกค้าไปยังอินเดีย โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้อินเดียจากประมาณ 5% ในปีก่อนหน้า เป็นระดับประมาณ 10% ในปีนี้ และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจยาง EUDR เพื่อเข้าสู่ตลาดยุโรปผ่านช่องทางลูกค้าจีนที่มีความต้องการยางประเภทดังกล่าวอยู่แล้ว ในด้านการบริหารจัดการ บริษัทฯ มีแผนขยายโรงงานแห่งที่สามตามกำหนด แต่ยังคงล่าช้ากว่าแผนประมาณหนึ่งไตรมาส โดยมีเป้าหมายเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 กลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับเกษตรกรผ่านการซื้อสูงกว่าราคาตลาดถือเป็นกลยุทธ์ระยะยาวที่บริษัทฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีผลกระทบต่อแนวโน้มกำไรโดยรวม
จุดเปลี่ยน (Inflection Point):
การขยายฐานลูกค้าสู่อินเดียและยุโรปผ่านยาง EUDR เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการลดความพึ่งพาตลาดจีนและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะภายใต้แรงกดดันจากนโยบายการค้าโลกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ --- ### 2. ผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำคัญ (Financial & KPI Analysis)
ตารางสรุปผลประกอบการ (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | พ.ศ. ก่อนหน้า | พ.ศ. ปัจจุบัน | |-------------------------------------|---------------|---------------| | รายได้รวม | - | 7,224 | | กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) | - | 2,728 | | กำไรสุทธิ (Net Profit) | - | 1,885 | | อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) | - | 9.68% | | EBITDA | - | 8.98% | | กำไรต่อหุ้น (EPS) | - | 1.02 บาท | --- #### การวิเคราะห์ Core vs Non-Core -
กำไรจากการดำเนินงานจริง (Core Profit):
บริษัทไม่ได้แยกแสดง Core และ Non-Core Profit โดยชัดเจนในบริบทของผลประกอบการ -
ส่วนประกอบสำคัญ:
รายได้แบ่งตามประเภทยาง: - เอสซีอาร์ (CR): 267,600 ตัน - เอสทีอาร์ (SR): 114,300 ตัน - RSS (แผ่น): 49,100 ตัน - RIS Compound: 44,200 ตัน --- ### 3. ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค (Drivers & Constraints) #### ปัจจัยภายใน -
กลยุทธ์ที่ได้ผล:
- การขยายฐานลูกค้าสู่อินเดียเป็นไปตามแผน โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้อินเดียจากประมาณ 5% เป็นระดับ 10% ในปีนี้ - การพัฒนาธุรกิจยาง EUDR เพื่อเข้าสู่ตลาดยุโรปผ่านช่องทางลูกค้าจีนที่มีความต้องการยางประเภทดังกล่าวอยู่แล้ว - การใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นถึง 12.6% ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และมีแผนเพิ่มเป็นระดับ 20% ในปีหน้า -
ปัญหาที่กำลังแก้ไข:
- การขยายโรงงานแห่งที่สามล่าช้ากว่าแผนประมาณหนึ่งไตรมาส เนื่องจากข้อจำกัดด้านการรับประกันหุ้นกู้จากธนาคาร โดยจำเป็นต้องให้ทางธนาคารเป็นผู้คำประกันเพิ่มเติม - การจ่ายปันผลลดลงในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จากเดิมที่อยู่ที่ 40% เป็นระดับเฉลี่ยประมาณ 30% เนื่องจากมีการใช้เงินสำรองเพื่อลงทุนในโครงการขยายตัว #### ปัจจัยภายนอก -
เศรษฐกิจมหภาค:
- GDP ของจีนและอินเดียคาดว่าจะเติบโตอยู่ในระดับประมาณ 3.0–3.3% ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568–2569 ส่งผลให้ความต้องการยางยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น -
นโยบายรัฐ:
- การประกาศลดภาษีนำเข้ายางจากประเทศแอฟริกาไปยังจีน โดยเฉพาะยางธรรมชาติจากพม่าและประเทศอื่น ๆ ส่งผลให้ไทยต้องเผชิญความเสี่ยงจากการแข่งขันจากแหล่งผลิตยางภายนอก -
คู่แข่ง:
- การผลิตยางในประเทศแอฟริกาอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านตันต่อปี เทียบกับไทยที่ผลิตได้ประมาณ 4.8 ล้านตันต่อปี ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของแอฟริกายังไม่เท่าเทียมกับไทย - การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ เช่น การยกเลิกภาษีนำเข้าจากอเมริกา ส่งผลดีต่ออินเดียแต่ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจยางของไทย --- ### 4. เจาะลึกช่วงถาม-ตอบ (Q&A Deep Dive)
Q:
มีผลกระทบจากการประกาศลดภาษีนำเข้ายางจากแอฟริกาไปยังจีนหรือไม่ และบริษัทประเมินว่าจะกระทบต่อคำสั่งซื้อจากลูกค้าจีนในไทยอย่างไร?
A:
บริษัทประเมินว่าผลกระทบนี้เป็นไปในทางบวก เพราะการลดภาษีนำเข้าจากแอฟริกาส่งผลให้ราคายางภายนอกถูกลง แต่ยังไม่มีเหตุการณ์ชะลอคำสั่งซื้อจากลูกค้าจีนในไทยอย่างชัดเจน
Q:
สัดส่วนรายได้จากตลาดอินเดียในไตรมาสที่ผ่านมาและเป้าหมายปี 2569 เป็นอย่างไร?
A:
สัดส่วนรายได้จากอินเดียอยู่ระหว่างประมาณ 5% ในปีก่อนหน้า และมีเป้าหมายเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 10% ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
Q:
การขยายโรงงานแห่งที่สามจะเริ่มรับรู้รายได้ได้ในช่วงใด?
A:
มีแผนเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569
Q:
มีความพร้อมด้านยางมาตรฐาน EUDR กี่ไร่ และตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าไปยังยุโรปอย่างไร?
A:
เป้าหมายการผลิตยาง EUDR ในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 120,000 ไร่ และมีการดำเนินงานขายยาง EUDR เข้าสู่ตลาดยุโรปผ่านลูกค้าจีนที่มีความต้องการ
Q:
มีการเพิ่มทุนหรือไม่ในแผนขยายโรงงานแห่งที่สาม?
A:
ไม่มีแผนเพิ่มทุนในโครงการขยายโรงงานแห่งที่สาม
Q:
การขอผ่อนผันเงื่อนไขหุ้นกู้มีความคืบหน้าอย่างไร?
A:
เรียนต่อไปกับทาง CGIF (ผู้คำประกันหุ้นกู้) โดยคาดว่าจะทราบผลภายใน 2–3 วันข้างหน้า
Q:
การจ่ายปันผลลดลงจากเดิมเป็นเพราะเหตุใด?
A:
เนื่องจากบริษัทใช้เงินสำรองเพื่อลงทุนในโครงการขยายตัว โดยเฉพาะการก่อสร้างโรงงานแห่งที่สามที่ต้องใช้งบประมาณประมาณ 2,000 ล้านบาท
Q:
มีเป้าหมาย EBITDA และ Net Profit Margin ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เป็นอย่างไร?
A:
เป้าหมาย GP margin อยู่ที่ประมาณ 10–11% และ Net Profit Margin อยู่ระดับประมาณ 6%
Q:
มีความคืบหน้าการปลูกยางในกัมพูชาหรือไม่?
A:
เงินจากการขายหุ้นของนายชูวิทย์ถูกนำไปลงทุนปลูกยางภาระในกัมพูชา โดยมีเป้าหมายนำยางภาระกลับมาใช้ประโยชน์ในเมืองไทยในรูปแบบผลผลิตหรือคาร์บอนเครดิต
Q:
ธุรกิจแผ่นปูรองมีความคืบหน้าอย่างไร?
A:
มียอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิม โดยปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 9.2 ล้านตัน และมีเป้าหมายเพิ่มเป็นระดับ 10 ล้านตันในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
Q:
มีแผนบริหารความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น สงครามหรือภัยธรรมชาติหรือไม่?
A:
มีแผนประกันภัยทุกประเภทอยู่แล้ว โดยโรงงานและโกดังทั้งหมดมีระยะห่างกันอย่างน้อย 10 เมตร และใช้วัสดุปูนและเหล็กในการก่อสร้าง --- ### 5. การประเมินความเสี่ยงและแนวโน้ม -
ความเสี่ยง:
- การขยายตัวของตลาดแอฟริกาอาจส่งผลให้ราคายางตกต่ำลงในอนาคต - การขึ้นดอกเบี้ยอาจกระทบกำไรโดยรวมถึงประมาณ 50 ล้านบาทต่อปีหากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 0.5% -
แนวโน้ม:
- ราคายางเฉลี่ยทั้งปีคาดว่าอยู่ที่ระดับ 70 บาท/กิโลกรัม - Backlog เหลือจนถึงเดือนมิถุนายน - ยอดขายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีเป้าหมายเติบโตประมาณ 10% ---
สรุป:
บริษัทฯ มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมียอดกำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 6.20% และมีแผนขยายตัวในหลายด้าน รวมถึงการเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในระยะยาว โดยยังคงเน้นความยั่งยืนและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้านแม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอกหลายด้าน
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณ การเข้าใช้เว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยอมรับ
นโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับทั้งหมด
ไม่ยอมรับ