บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
4.48
0.02 (0.44%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น เกิดจาก 6 เดือน มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 2/2564 สูงกว่าไตรมาส 2/2563 ซึ่งเมื่อเทียบงวด เดียวกันของปีก่อน
ปริมาณขาย 205,954 ตัน เพิ่มขึ้น 78,622 ตัน หรือร้อยละ 61.75 คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 11,252.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,605.88 ล้านบาทหรือร้อยละ 99.28
แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 7,568.88 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 67.26 ของ ยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 4,457.92 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 143.30
รายได้จากการขายต่างประเทศ 3,683.76 ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 32.74 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้น 1,147.96 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.27 จากการขยายกําลังการผลิตในส่วนโรงงานยาง แท่ง แห่งที่ 2
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9641 out_tok=3360 at=2026-07-25T21:54:04 -->
NER กำไรสุทธิ Q3/2566 หดตัว 41% YoY รับปริมาณขาย-ราคาลดกดดัน
NER Q3/2566: รายได้-กำไรปรับตัวตามปริมาณขายและราคาขายที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 312.27 ล้านบาท ลดลง 40.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายรวม 5,627.92 ล้านบาท ลดลง 22.07% ปัจจัยหลักมาจากปริมาณขายที่ลดลงและการปรับตัวลงของราคาขายสินค้า ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของ NER ในไตรมาส 3/2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **1) ปริมาณการขายที่ลดลง 2) ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง** และ **3) ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้** โดยเฉพาะค่าซ่อมแซมเครื่องจักรและค่าพลังงาน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 36.27% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ปริมาณขายลดลง:** ปริมาณขายรวมในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 112,426 ตัน ลดลง 9.23% YoY โดยรายได้จากการขายในประเทศลดลง 13.35% และรายได้จากการขายต่างประเทศลดลง 37.91% สาเหตุหลักของการลดลงของรายได้ขายต่างประเทศเกิดจากการเลื่อนการส่งมอบสินค้าไปยังประเทศจีนเนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดวันชาติจีน คิดเป็นปริมาณขาย 6,651.20 ตัน หรือ 324.98 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2566
* **ราคาขายเฉลี่ยลดลง:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุราคาขายเฉลี่ยโดยตรง แต่ระบุว่าสำหรับงวด 9 เดือน ราคาขายเฉลี่ยปี 2566 ต่ำกว่าปี 2565 คิดเป็น 14.55% ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการขายรวมที่ลดลง 22.07% ในไตรมาส 3/2566 แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้น 19.72% ในงวด 9 เดือน
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้:** ต้นทุนขายคิดเป็น 89.08% ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้น 2.44% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากค่าซ่อมแซมเครื่องจักรในโรงงานยางแท่งที่สูงขึ้น 18.92 ล้านบาท และต้นทุนค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณผลิตที่สูงขึ้นในงวด 9 เดือน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงขึ้นจากต้นทุนพลังงาน (ค่า FT) และค่าซ่อมบำรุงเครื่องจักร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ต้องติดตาม:** การลดลงของปริมาณขายในไตรมาส 3/2566 ส่วนหนึ่งเกิดจากการเลื่อนส่งมอบสินค้าไปยังประเทศจีน ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2566 ทำให้ปัจจัยนี้มีลักษณะครั้งคราว อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงของราคาขายเฉลี่ยเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและอุปสงค์-อุปทานของยางพารา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องได้ ในขณะที่ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากค่าซ่อมบำรุงและพลังงานอาจเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 40.96% YoY:** อยู่ที่ 312.27 ล้านบาท จาก 528.90 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายรวม Q3/2566 ลดลง 22.07% YoY:** อยู่ที่ 5,627.92 ล้านบาท จาก 7,221.53 ล้านบาท
* **ปริมาณขาย Q3/2566 ลดลง 9.23% YoY:** อยู่ที่ 112,426 ตัน
* **กำไรขั้นต้น Q3/2566 ลดลง 36.27% YoY:** อยู่ที่ 614.85 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 13.36% เป็น 10.92%
* **รายได้จากการขาย 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 1.95% YoY:** อยู่ที่ 18,439.90 ล้านบาท โดยมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 19.72% แต่ได้รับผลกระทบจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 21.46% YoY:** อยู่ที่ 1,083.87 ล้านบาท จาก 1,379.97 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 9.58% YoY ในงวด 9 เดือน:** เป็น 328.95 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้เพิ่มเติมในปี 2565
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้น 34.06% YoY ใน Q3/2566 และ 138.86% YoY ในงวด 9 เดือน:** เนื่องจากการหมดสิทธิประโยชน์ BOI ของโรงงานยางแท่งแห่งที่ 1
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีปริมาณขายรวม 112,426 ตัน ลดลง 9.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 5,627.92 ล้านบาท ลดลง 22.07% โดยรายได้จากการขายในประเทศลดลง 13.35% และรายได้จากการขายต่างประเทศลดลง 37.91% สาเหตุหลักมาจากการเลื่อนส่งมอบสินค้าไปประเทศจีน
ต้นทุนขายอยู่ที่ 5,013.07 ล้านบาท คิดเป็น 89.08% ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากค่าซ่อมแซมเครื่องจักรที่สูงขึ้น กำไรขั้นต้นจึงลดลง 36.27% มาอยู่ที่ 614.85 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 10.92%
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายลดลง 40.90% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขนส่งทางเรือปรับตัวลดลงมาก สอดคล้องกับปริมาณขายต่างประเทศที่ลดลง ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงเล็กน้อย
ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 42.49% เนื่องจากบริษัทมีการจัดการบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น ต้นทุนทางการเงินลดลงเล็กน้อย
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 312.27 ล้านบาท ลดลง 40.96% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 19.72% แต่รายได้จากการขายรวมเพิ่มขึ้นเพียง 1.95% เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยลดลง ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4.04% โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลืองที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิต รวมถึงค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงขึ้นจากต้นทุนพลังงานและค่าซ่อมบำรุง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 12.00% กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,083.87 ล้านบาท ลดลง 21.46% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้ที่เลื่อนออกไป:** รายได้จากการขายที่เลื่อนส่งมอบไปยังประเทศจีนในไตรมาส 3/2566 จำนวน 324.98 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้ในไตรมาส 4/2566 ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้น:** บริษัทมีการจัดการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีขึ้น ส่งผลให้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **การเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อจากลูกค้า:** มีเงินมัดจำรับล่วงหน้าเพิ่มขึ้นจากเงินมัดจำค่าสินค้าจากลูกค้าตามปริมาณคำสั่งซื้อต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคายางพารา:** ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลงเป็นปัจจัยกดดันรายได้และอัตรากำไร ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับราคายางในตลาดโลก
* **ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนค่าพลังงาน (ค่า FT) และค่าซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้
* **การหมดสิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การหมดสิทธิประโยชน์ BOI ของโรงงานยางแท่งแห่งที่ 1 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การออกหุ้นกู้เพิ่มเติมในปี 2565 ทำให้ต้นทุนทางการเงินในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณขายและราคาขายในไตรมาส 4/2566:** โดยเฉพาะการรับรู้รายได้ที่เลื่อนมาจากไตรมาส 3 และทิศทางราคาขายเฉลี่ย
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** โดยเฉพาะค่าพลังงานและค่าซ่อมบำรุง เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการบริหารความเสี่ยงที่ดีขึ้น แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว และการบริหารต้นทุนทางการเงินจากการออกหุ้นกู้
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษี:** ผลกระทบจากการหมดสิทธิประโยชน์ BOI
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ราคาขายเฉลี่ยปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นปัจจัยหลักกดดันรายได้และกำไรขั้นต้น
* **Volume:** ปริมาณขายใน Q3/2566 ลดลง YoY แต่สำหรับ 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น YoY อย่างมีนัยสำคัญ (19.72%) ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการผลิตและคำสั่งซื้อที่ยังคงมีอยู่
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน Q3/2566 จาก 13.36% เป็น 10.92% เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ และราคาขายลดลง
* **ช่องทางขาย:** รายได้จากการขายต่างประเทศลดลงอย่างมากใน Q3/2566 เนื่องจากมีการเลื่อนส่งมอบสินค้า แต่สำหรับ 9 เดือนแรกยังคงเติบโตได้ดี
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสต็อกในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง YoY แสดงถึงการบริหารความเสี่ยงที่ดีขึ้น การส่งออกใน Q3 ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนส่งมอบ
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 16,974.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.09% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.13% จากการรับชำระเงินจากลูกหนี้การค้าเร็วขึ้น และเงินสดเพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 9,967.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.56% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 7.59% จากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการทำสัญญาซื้อวัตถุดิบมากขึ้น และเงินมัดจำรับล่วงหน้าจากลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตามคำสั่งซื้อต่างประเทศ
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 7,006.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.36% จากกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 หักด้วยการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ณ 30 ก.ย. 66 อยู่ที่ประมาณ 1.42 เท่า (9,967.35 / 7,006.85) ซึ่งสูงกว่า ณ 31 ธ.ค. 65 ที่ประมาณ 1.47 เท่า (9,718.71 / 6,587.83) (คำนวณโดยประมาณจากตัวเลขในเอกสาร)
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มีการรับเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการรับชำระหนี้การค้าเร็วขึ้น
## สรุปท้าย
NER เผชิญแรงกดดันในไตรมาส 3/2566 จากปริมาณขายและราคาขายที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเลื่อนส่งมอบสินค้าไปยังไตรมาส 4/2566 และการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีขึ้นเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศเป็นสัญญาณบวกในระยะถัดไป แต่ความผันผวนของราคายางพาราและต้นทุนการผลิตยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NER ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
7,359.50
ล้านบาท
↓ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
604.74
ล้านบาท
↓ 23% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.22
%
กำไรสุทธิ
395.11
ล้านบาท
↑ 10% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.37
%
D/E Ratio
1.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7,360
↓ -16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
605
↓ -23%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
395
↑ + 10%
YoY
D/E Ratio
1.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.06
ROE (%)
20.71
ROA (%)
12.63
Book Value/หุ้น
5.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,504
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+160
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,504.23
-56.96%
|
-3,494.99
-0.80%
|
-3,523.24
+58.75%
|
-2,219.34
-254.43%
|
1,437.16
-267.74%
|
-856.80
-388.43%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
160.29
+10.63%
|
144.89
+259.17%
|
40.34
-84.13%
|
254.22
+9,421.35%
|
2.67
-99.46%
|
490.51
+751.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,237.13
-62.77%
|
3,322.59
-10.38%
|
3,707.47
+87.21%
|
1,980.42
+586.62%
|
288.43
-80.04%
|
1,444.89
-523.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-82.21
-434.32%
|
24.59
-89.05%
|
224.56
-132.30%
|
-695.20
+139.46%
|
-290.32
-135.87%
|
809.36
-39,011.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
220.92
+261.10%
|
61.18
-95.62%
|
1,395.82
+158.46%
|
540.05
-34.96%
|
830.37
+418.46%
|
160.16
+956.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
59.88
-72.90%
|
220.92
+261.10%
|
61.18
-95.62%
|
1,395.82
+158.46%
|
540.05
-34.96%
|
830.37
+418.46%
|