บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.99
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้คำเช่าพื้นที่หัวชั้นและกองโชว์ซึ่งบันทึกเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนขาย ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิปรับตัว สูงขึ้นจากปีก่อนหน้า
โดยรายได้จากการค้าปลีกจำนวน 810.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าจำนวน 39.35 ล้าน บาท คิดเป็นร้อยละ 5.10 มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากร้านสาขาเดิมที่เป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภค ที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขยายร้านสาขาใหม่จานวน 2 สาขาในปีนี้
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายของสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) ของปี 2563 เทียบกับปี 2562 เพิ่มขึ้นเท่ากับร้อยละ 2.14
ธุรกิจค้าปลีกเป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคผ่านร้านสาขาชื่อ “เค. แอนด์ เค. ซุปเปอร์ค้าส่ง” จำนวน 26 สาขา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯ มีศูนย์กระจายสินค้าจำนวน 1 แห่งในจังหวัดสงขลา
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5969 out_tok=2511 at=2026-07-25T19:38:26 -->
KK ซุปเปอร์สโตร์ Q3/65 กำไรวูบ 59% รับกำลังซื้อหด-มาตรการรัฐหมด
รายได้-กำไรหดตัวตามภาพรวมเศรษฐกิจ ขณะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาใหม่ ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากกำลังซื้ออ่อนแอและผลของมาตรการรัฐที่สิ้นสุดลง
บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 2.60 ล้านบาท ลดลง 59.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 247.18 ล้านบาท ลดลง 1.88% สาเหตุหลักมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว และการสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เคยสนับสนุนยอดขายในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการขยายสาขาใหม่ตามแผนงานเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ KK ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การหดตัวของรายได้จากการขาย** ประกอบกับการ **เพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **รายได้จากการขายที่ลดลง 1.88% YoY** ในไตรมาส 3 ปี 2565 คิดเป็น 4.73 ล้านบาท และ **กำไรสุทธิที่ลดลงถึง 59.54% YoY** หรือ 3.83 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายนอกที่กระทบกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวมส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ประกอบกับการสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นค่าใช้จ่ายของประชาชนจากภาครัฐ เช่น โครงการเราชนะ และการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเคยส่งผลดีต่อยอดขายของบริษัทในปี 2564 นอกจากนี้ อัตราการเติบโตของรายได้จากสาขาเดิม (Same Store Sales Growth - SSSG) ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 ยังติดลบถึง 10.29% ซึ่งสะท้อนถึงยอดขายที่อ่อนแอลงในสาขาที่มีอยู่เดิม ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารกลับเพิ่มขึ้น 7.04% YoY ในไตรมาส 3 ปี 2565 เนื่องจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาใหม่ 2 แห่งตามแผนงาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ว่าปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้และกำไรลดลงในไตรมาสนี้จะมาจากปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบในระยะสั้น แต่การที่บริษัทมีการขยายสาขาใหม่ 2 แห่งในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกำลังซื้อของผู้บริโภคและการเปลี่ยนแปลงของมาตรการภาครัฐจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/65 ลดลง 59.54% YoY** เหลือ 2.60 ล้านบาท จาก 6.43 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q3/65 หดตัว 1.88% YoY** อยู่ที่ 247.18 ล้านบาท จาก 251.90 ล้านบาท
* **SSSG งวด 9 เดือนแรกปี 65 ติดลบ 10.29%** บ่งชี้การใช้จ่ายที่ลดลงในสาขาเดิม
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.04% YoY** ใน Q3/65 จากการขยายสาขาใหม่
* **ขยายสาขาใหม่ 2 แห่ง** ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 65 ตามแผนงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีรายได้จากการขาย 247.18 ล้านบาท ลดลง 1.88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (Q3/64) ที่ 251.90 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนขายลดลง 1.22% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 6.30% อยู่ที่ 30.68 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12.41% ลดลงจาก 13.00% ใน Q3/64 ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7.04% เป็น 27.68 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 43.23% เป็น 1.06 ล้านบาท ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 11.5% และกำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 59.54% มาอยู่ที่ 2.60 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 713.50 ล้านบาท ลดลง 6.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (9M/64) ที่ 764.85 ล้านบาท กำไรขั้นต้นลดลง 11.86% อยู่ที่ 89.19 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12.50% ลดลงจาก 13.23% ใน 9M/64 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 6.75% เป็น 81.50 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 21.68% เป็น 2.90 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 68.30% มาอยู่ที่ 6.85 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายสาขาใหม่:** บริษัทได้ขยายร้านสาขาใหม่ 2 แห่ง คือ สาขาชิงโค และ สาขาท่าสะอ้าน ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากเศรษฐกิจโดยรวมมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง กำลังซื้อของผู้บริโภคมีแนวโน้มจะปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อยอดขายของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอ:** ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และอัตราเงินเฟ้อ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะยาว
* **การเปลี่ยนแปลงมาตรการภาครัฐ:** การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายของบริษัท
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** ธุรกิจค้าปลีกมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม SSSG ในไตรมาสถัดไป:** จะสามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้หรือไม่
* **ผลตอบรับของสาขาใหม่:** สาขาที่เปิดใหม่ 2 แห่ง จะสามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภค ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
* **การเปลี่ยนแปลงของกำลังซื้อผู้บริโภค:** และผลกระทบต่อยอดขายโดยรวม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขาย:** รายได้จากการขายในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 247.18 ล้านบาท ลดลง 1.88% YoY โดยรายได้จากค้าปลีกลดลง 1.38% เป็น 204.86 ล้านบาท และรายได้จากค้าส่งลดลง 15.07% เป็น 42.32 ล้านบาท การลดลงของรายได้ค้าส่งมีนัยสำคัญกว่า
**ต้นทุนขายและกำไรขั้นต้น:** ต้นทุนขายลดลง 1.22% ตามรายได้ แต่เนื่องจากรายได้ลดลงมากกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 6.30% อยู่ที่ 30.68 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 13.00% ใน Q3/64 มาอยู่ที่ 12.41% ใน Q3/65
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 7.04% เป็น 27.68 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรสุทธิ โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
**จำนวนสาขา:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 32 สาขา เพิ่มขึ้นจาก 29 สาขา ณ สิ้นปี 2564
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 395.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.00% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์สิทธิการใช้เพิ่มขึ้น 12.91 ล้านบาท จากการเพิ่มจำนวนร้านสาขา หนี้สินรวมอยู่ที่ 218.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.42% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น 13.63 ล้านบาท สอดคล้องกับการเพิ่มจำนวนสาขา ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 176.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.29% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยจากการเพิ่มทุนจดทะเบียนจากหุ้นปันผล กำไรสำหรับงวด และการจ่ายปันผลเป็นหุ้นและเงินสด
## สรุปท้าย
KK ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและมาตรการภาครัฐที่สิ้นสุดลง ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีการขยายสาขาใหม่เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต แต่การฟื้นตัวของ SSSG และการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KK ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
424.46
ล้านบาท
↓ 150.5% YoY
กำไรขั้นต้น
52.31
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.32
%
กำไรสุทธิ
26.79
ล้านบาท
↓ 536.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.31
%
D/E Ratio
1.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
424
↓ -150.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
52
↑ + 28.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -536.9%
YoY
D/E Ratio
1.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.80
ROE (%)
17.67
ROA (%)
8.94
Book Value/หุ้น
0.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+14
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
69.78
-200.81%
|
-69.22
-288.41%
|
36.74
+349.69%
|
8.17
-121.82%
|
-37.45
-157.01%
|
65.69
+905.97%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
14.24
-41.59%
|
24.38
-22.26%
|
31.36
+550.62%
|
4.82
+1,047.62%
|
0.42
-103.35%
|
-12.53
+33.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6.22
-89.76%
|
60.72
-257.51%
|
-38.55
-570.70%
|
8.19
-66.88%
|
24.73
-162.59%
|
-39.51
+615.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
90.26
+468.39%
|
15.88
-46.30%
|
29.57
+39.61%
|
21.18
-272.20%
|
-12.30
-190.11%
|
13.65
-262.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
75.29
+52.19%
|
0.00
-100.00%
|
25.33
-32.90%
|
37.75
+8.07%
|
34.93
+64.14%
|
21.28
-28.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
109.14
+44.97%
|
0.00
-100.00%
|
49.47
+95.30%
|
25.33
-32.90%
|
0.00
|
0.00
|